ไอติมขนมปัง

อากาศร้อนของเที่ยงวันนี้ หลังเสร็จขนมจีนเบิ้ลสองชุดทำให้เหงื่อผุดพอประมาณ ก็มีเสียงกระดิ่งพร้อมเสียงตะโกน “ไอติมคร้าบ…บ” ผมไม่ยักยึกหยิบเรียนลงไปหาไอติมทันที เป็นไอติมบ้านๆ ที่ตักใส่ขนมปัง มีลูกชิด ข้าวเหนี่ยว ถั่วลิสงคั่ว ประมาณนี้แหละครับ แต่เจ้านี้เป็นไอติมชนิดพัฒนาแล้วคือเนื้อไอติมเป็นแบบละเอียดละมุนลิ้นแบบไอติมยี่ห้อ ที่ซื้อยี่ห้อมาจากเมืองนอกนั่นแหละครับ

ตามประสาก็สนทนาไปเรื่อยกับคนขาย ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนจากดินแดนที่ราบสูง ที่ตักไอติมไปพร้อมพรรณาความทุกข์ให้ฟัง เขาบอกว่าตอนนี้ไอติมที่เขารับมาขึ้นราคาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เขาขึ้นราคาขายไม่ได้ ยังคงขายไอติมขนมปังแบบที่ผมสั่งในราคาเดิมคือ ชิ้นละ ๑๐ บาท (ไม่นับประเภทอื่นที่ถูกกว่านี้และของเด็กอีก) ที่ขึ้นราคาไม่ได้เพราะเกรงคนไม่ซื้อ เกรงขายไม่ได้ ทั้งที่อยากขึ้นราคาเป็นชิ้นละ ๑๒ บาท

เดี๋ยวนี้คนไม่รู้จักกันปรับทุกข์ให้กันเป็นเรื่องธรรมดาเสียแล้วสำหรับสังคมนี้ ในยุคข้าวยากหมากแพง ในยุค “รัฐบาลเฮงซวยแห่งชาติ” ที่บริหารมาแค่สามเดือนก็สร้างแต่ปัญหามาประเดประดังใส่บ่าใส่หลังประปราชนไม่รู้สิ้นสุด

ด้วยเห็นใจผมเลยสั่งไป ๒ ชิ้น ทำเป็นใจดีเอามาฝากน้องอีกชิ้น ทั้งที่กระเป๋าตัวเองก็แห้ง

ผมไม่ทราบว่าหัวอกเขาทำด้วยอะไร ความคิดจิตใจของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสุวิทย์ คุณกิติ (ที่คนขอนแก่นเคยกระซิบให้ฟังว่านิสัย “เลว” ทั้งพี่ทั้งน้อง “คุณกิติ” มาตั้งสมัยเรียน) เป็นอย่างไร ที่คิดแต่จะสร้างปัญหาซ้ำเติมชาวบ้าน

นายสมัครพร้อมนายสุวิทย์พบชาวไร่อ้อย ถัดมาวันอาทิตย์นายสมัครเจื้อยแจ้วเจรจาเป็นนกแก้วนกขุนทอง จ๋า จ๋า บอกชาวไร่อ้อยได้ประโยชน์ ขึ้นราคาน้ำตาลพรวดเดียว ๕ บาท และว่าไปเรื่อยเจื้อยว่าเป็นของกินทีละน้อยไม่กระทบกระเทือน ประชาชนโปรดเสียสละ จากนั้นวันจันทร์คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลประชุมชงเรื่อง วันอังคาร “คณะลูกกรอก” ออกมติอนุมัติ

เรื่องแปลกตรงที่ว่า ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยพบเคยเห็นการขึ้นราคาน้ำตาลครั้งไหนมหัศจรรย์พันลึกเท่าครั้งนี้ แต่ไหนแต่ไหนตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กมา จะขึ้นน้ำตาลแต่ละทียื้อกันไปมายาวนาน กว่าขั้นตอนการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล กระทรวง ๓ กระทรวงที่เกี่ยวจะเห็นพ้องต้องกัน ตกลงปลงใจกันได้กินเวลาเป็นเดือนหรือหลายเดือน และขึ้นแต่ละที่ไม่ ๕๐ สตางค์ ก็บาทนึง แต่นี่ ๔ วันพรวดพราดขึ้นไป ๕ บาท ที่สุดของที่สุดแล้วล่ะครับ

ที่มหัศจรรย์กว่านั้นคือ เป็นการขึ้นราคานอกฤดูกาล หมายความว่าอ้อยของชาวไร่ถูกส่งเข้าโรงงานหมดแล้ว และเขาหนีบกันไปหมดแล้ว ที่มีอยู่คือน้ำตาลในโกดังที่นับกันเป็นสต็อกว่าใครมีสต็อกกันเท่าไหร่ ชาวบ้านไร่อ้อยที่เป็นชาวบ้านจริงๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการขึ้นครั้งนี้ นอกจากรอฤดูกาลหน้า คนที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ คือ โรงงานและคนกลาง

สัปดาห์ก่อนพี่ชายผมซึ่งมีร้านของชำเล็กๆ แถวหนองจอกเล่าให้ฟังว่า ช่วงประกาศขึ้นราคาน้ำตาลและจนถึงตอนนั้นที่ผมแวะไปเยี่ยมสั่งซื้อน้ำตาลมาขายไม่ได้ ขาใหญ่กักตุนไว้หมด ส่วนกำไรมากขนาดไหนไม่ต้องบอกนะครับกับการที่ราคาขึ้นพรวดเดียว ๕ บาท

นายสมัคร ไม่ต้องใช้มุกเก่าๆ สบถสาบานหรอกครับ เอาบัญชีสต็อกมาเปิดกันจะจะดีกว่า แล้วจะได้รู้เห็นกันชัดๆ ว่าใครหน้าไหนที่ได้ประโยชน์บนความทุกข์ความเดือนร้อนของคนทั้งประเทศ

ประทานโทษครับ เรื่องมันมีแย่กว่านี้อีกครับ เราเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ ๓ ของโลก น้ำตาลทั้งหมดที่ผลิตภายในประเทศ ๓ ใน ๔ ส่วนเป็นน้ำตาลที่ส่งออก คือ ในการผลิตน้ำตาล ๔ กระสอบ จำหน่ายในประเทศแค่ ๑ กระสอบ อีก ๓ กระสอบส่งจำหน่ายต่างประเทศ ขณะนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกอยู่ในภาวะตกต่ำ ซึ่งหมายความว่า ๕ บาท หรือ ๕.๒๕ บาท ที่เราจ่ายเพิ่มขึ้นในแต่ละกีโล (จะโดยตรงที่เราซื้อน้ำตาลใช้เองหรือซื้ออาหารอื่นที่มีส่วนผสมของน้ำตาล) เราจ่ายเพื่อโอบอุ้มผู้ส่งออก ไม่ได้จ่ายเพื่อช่วยให้เกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ถามว่านายกรัฐมนตรีแบบนี้ รัฐบาลแบบนี้ หัวหน้าแก๊งเลือกตั้งอย่างนายสุวิทย์..เลวมั๊ยครับ!? อ้อ หรือว่า “โคตรเลว”?

อ๊ะ ฟังเพลงๆ เก่ามากแล้วแต่ยังเข้ากับยุคสมัย “เพลงบอกเอกชัย” รำพันในความข้าวยากหมากแพง รายได้มีน้อยนิดแต่สินค้า ขึ้นเอาขึ้นเอา

ลำดับถัดไป ถ้าพอจะมีเวลาจะว่าเรื่องกระทรวงพานิชย์ให้ฟังครับ

Posted in ทัศนะ and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: CYBERMONDAY2010 for 50% OFF

8 Responses to ไอติมขนมปัง

  1. Sittingbull says:

    กินไอติม ระวังอ้วน แต่เดาว่าคงหนักประมาณ ๘๕ ถึง ๙๐ กิโลอยู่แล้ว :555+:
    หายไปหลายวันกลับมายังคมเหมือนเดิม หรือว่าเขาเตรียมเงินไว้เป็นค่าจ้างสำหรับศึกหน้า :ม่ายๆ:

  2. n/e says:

    ไม่หนักขนาดนั้นครับ แค่พอดูภูมิฐาน
    ช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยสะดวก พ่อมาหาด้วยเลยใช้เวลาทั้งหมดไปกับพ่อ ทั้งธุระ แวะเวียนไปเยี่ยมญาติ และนั่งโม้ ได้ข้อมูลจากพ่อมาเยอะ มีเวลาจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

  3. SE7EN says:

    โอ๊ย อ่านเรื่องน้ำตาลแล้วอยากจะบ้า

    เมื่อวานข้าวเปล่าร้านที่กินประจำก็ขึ้นเป็นจานละ 7 บาทแล้ว (ร้านอื่นๆก็ทยอยขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว)
    กินแค่ข้าว+เกาเหลาปาไป 38 บาท
    จะบ้าตาย

  4. Sittingbull says:

    แถวบ้านผมตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ราคา ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ติดป้ายขึ้นราคาเป็น ธรรมดา ๓๐ พิเศษ ๓๕ บาทแล้วครับ ขึ้นมาอย่างละ ๕ บาท:ม่ายๆ:

  5. n/e says:

    ตะกี้ออกไปกินผัดสิ้นคิดกระเพราะไก่ไข่ดาว เมื่อก่อน ๓๐ นี่ขึ้นไป ๓๕ แล้ว :ฮือ:

    @ไนซ์
    เรื่องน้ำตาล เป็นการฉสยโอกาสที่สกปรกและน่ารังเกียจที่สุดของสุวิทย์ คุณกิติ ที่อาศัยจังหวะที่คนบ่นเรื่องข้าวมาขึ้นราคาน้ำตาล และตัวเองได้กำไรตั้งหลายต่อจากบริษัทน้ำตาล และปั่นหุ้น

  6. นั่งมอร์ฯ says:

    ตามมาจาก bloggang ค่ะ อ่านเรื่องไอติมแล้วนึกถึงลุงน้ำเต้าหู้ร้านประจำ ล่าสุดลุงหน้าแกหมองแล้วบอกว่าไม่อยากขายแล้ว ขายไปก็ไม่ได้กำไร เราก็ถามว่าทำไมไม่ขึ้นราคาเพราะเราก็เข้าใจนะว่าของต่างๆ มันก็แพงขึ้น แกก็บอกว่า ขึ้นก็ขายไม่ได้ แค่นี้ยังขายไม่ค่อยได้เลย

    ได้แต่อึ้ง แถมที่รถเข็นแกก็ติดสติกเกอร์ของพรรคการเมืองที่เรารู้กันนะแหละ ติดมานานแล้ว นี่ไม่รู้ว่ายังจะชื่นชอบกันเหมือนเดิมหรือเปล่า เฮ้อ…

  7. n/e says:

    ยินดีต้อนรับครับ
    ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามลุงดูสิครับ ว่าเขาคิดหรือรู้สึกอย่างไรกับพรรคที่ว่านั่น
    ในความสิ้นหวังเขาละทิ้งพรรคนั้นหรือรอบางคนกลับมาเป็นใหญ่และแอบหวังว่าคนๆ นั้นจะมาเป็นม้าขาว-ควายดำแก้ปัญหาให้

  8. FooLsHanG says:

    ที่บ้านไม่ได้ใช้น้ำตาลสักเท่าไรก็เลยไม่เห็นผลกระทบ แต่ข้าวนี้สิเห็นเต็มๆ เมื่อวานโทรไปหาญาติที่บ้านนอกพอดีน้องจะมาทำงานด้วยเลยนโทรไปถามว่าจะมาทำไหม เราก็เลยถือโอกาสถามเรื่องข้าวไปในตัว ถามไปถามาก็ด้วยใจความว่า จนเหมือนเดิน ข้าวขายได้ดี แต่ของก็ขึ้นทุกอย่าง ขาวข้าวได้มา 12000 บ. น้ำมัน กินไปหมดแล้ว น้ำมันใช้ถังครึ่ง(ถังใหญ่นะครับที่)
    ไหนจะค่าปุ๋ยอีก ทำนาครั้งหนึ่งได้แค่ทุนไม่มีกำไรเลย แล้วตอนนี้บอกว่าวิดน้ำมา 2วันแล้ว น้ำท่วมนา แล้วจะเอาอะไรกินดีเนี้ย ชานนานะ