สองสามวันมานี้อารมณ์ค่อนข้างเบิกบาน เพราะกำลังจะได้รัฐบาลมาสำเร็จความใคร่ให้สมกำหนัดแล้ว ..อ้าว ไหงงั้น เห็นอยากๆ กันนักนี่นา ไอ้ผมเฉยๆ เสียแล้วล่ะครับ จริงๆ แล้วมีไม่มีก็เท่านั้น พอๆ กับมีไม่มี กกต. ก็เท่านั้นเหมือนกัน มีแบบเหยาะแหยะไม่รู้หน้าที่ ไม่รู้จักความรับผิดชอบ ก็ไม่รู้มีไว้ทำพระแสงของ้าวอะไร จริงๆ นะครับ ตอนอยู่ศาลก็เห็นท่านๆ ชอบพร่ำคำว่า “เหตุยังไม่เกิด” นี่เห็นประจักษ์ต่อหน้าว่าเลือกตั้งโกงขนาดไหน ก็ไม่เห็นจะมีน้ำยาอะไรไปวินิจฉัยให้เฉียบขาดตรงไปตรงมา มัวแต่ไปพะวง “เหตุที่ยังไม่เกิด” อย่างเปิดประชุมนัดแรกไม่ได้ คิดไปก็ปวดกะบาลกับ “ผู้ใหญ่สมัยนี้”
ไอ้ “ผู้ใหญ่สมัยนี้” อีกราย วันนี้เห็นไปหน้าบานอยู่เขายายเที่ยง ยิ้มแป้นลอยหน้าลอยตา จีบปากจีบคอว่าพอตกจากวอที่ยอมให้เด็กขึ้นนั่งชั่วคราวเมื่อเสาร์ก่อน จะไปอยู่ “เขายายเที่ยง” ให้บ่อย ไปเถอะพ่อ “คนดี” ยิ้มแฉล้มบนที่ดินผิดกฎหมาย บ้านนี้เมืองนี้เจริญงอกงามมาได้ด้วยเหตุอันนี้แหละครับ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซื้อที่อุทยานป่าสงวนบนยอดเขาไม่ผิดครับ แต่เวลาที่อุทยานขีดเส้นมาทับที่ชาวบ้านที่เขาอยู่กันมาหลายชั่วโคตร ชาวบ้านผิดครับ ผิดอย่างที่ต้องเผาอุทยานทิ้งอย่างเคยเกิดที่ทะเลบัน สตูล
ขณะที่ผมเบิกบานอยู่กับดีวีดีหลายเรื่อง หลายคนถามผมว่าไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือกับที่ “ไอ้หมัก” จะเป็นนายก เข้าใจว่าหลายคนคงรับไม่ได้กะะมังครับ นายกอะไรหว่าปากหมาเป็นที่หนึ่ง กักขฬะเป็นที่สุด ก้าวร้าว หยาบคาย ไม่ใช่แค่ปากหมาเพียงอย่างเดียวแต่ยังปากเหม็นประมาณ “ปากยังไม่สิ้นกลิ่นขยะ” โอ๊ยสาระพัด ผมก็อยากตอบไปตามตรงนะครับว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ของเขาซื้อมาได้ก็ต้องให้เขา แล้วจะยังไงอีก เลือกตั้งเขาซื้อเสียงมาได้เยอะแยะ แถมซื้อพรรคกระจอกเข้าไปได้อีกห้าหกพรรคแล้วจะไปขวางอะไรเขา เขามีสิทธิ์อย่างชอบธรรมที่จะ “พึงได้” ในสิ่งที่เขาซื้อมา แบบเดียวกับที่คุณซื้อปลามาจากตลาด ซื้อมาแล้วก็เป็นของคุณจะต้มยำทำแกงก็สุดแล้วแต่คุณ ปรุง ลิ้ม ชิมรสให้อร่อยหรือจะชิมไปบ่นไปก็สุดแล้วแต่ เรื่องนี้ว่ากันไม่ได้ครับ หรือคุณจะแย้งว่าเป็นซื้อเสียงมาดังนั้นไม่มีความชอบธรรม? งั้นตอบคำถามผมหน่อยว่า “ไอ้ยุทธ์ เขายายเที่ยง” มีความชอบธรรมตรงไหนที่จะไปยืนยิ้มแป้นอยู่บนบ้านยอดเขา?
หรือว่าไม่สนิทใจจะเรียกไอ้หมักว่า “ท่านนายกฯ” ก็เรียก “ไอ้หมัก” เหมือนเดิมครับ จะเปลี่ยนให้ลำบากทำไม มันเองเลวมาอย่างไร ๓๐ ปี ไม่เคยเปลี่ยน แล้วชาวบ้านจะเปลี่ยนสรรพนาม “ทำหอก” อะไรใช่มะหมัก!
หนังดีวีดีเรื่องล่าสุดที่เพิ่งดูจบตะกี๊ คือ เรื่อง The Warlord แม้ตัวเอกจะสั่งฆ่าทหารที่ยอมจำนนสี่พันก็ไม่โหดร้ายเท่าบทสรุปตอนจบ “สงครามไม่โหดร้ายเท่าการเมือง” ทำให้ผมย้อนนึกถึงหนังแอคชั่นไร้สาระ The Rock ที่ตาลุง John Patrick Mason ทิ้งประโยคเด็ดไว้ “ผู้แพ้ปลอบตัวเองว่าทำดีที่สุดแล้ว ขณะที่ผู้ชนะกกสาวงามสบายใจเฉิบ”
ก็อย่างนี้ไม่ใช่เหรอครับ คนชนะย่อมได้ครอบครองของที่อยากได้ ขณะผู้แพ้นั่งปลอบตัวเอง “ทำดีที่สุดแล้ว”
ถ้าผมเป็นไอ้เหลี่ยมถัดจากนี้ไปไม่กี่วัน ผมจะเหยียบเต็มตีนถ้าใครขวางและเหยียบทุกคนที่เคยขัดขาให้จมดิน ถ้าถึงตอนนั้นคงสนุก ผมคงมีหนังดีๆ ในชีวิตจริงได้ดูอีกเรื่อง รับรองว่ามันพะยะค่ะ แต่ที่ผมอยากเห็นเป็นทึ่สุด คือ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทั้งมือที่มองไม่เห็นทั้งมือที่มองเห็น ทั้งในทั้งนอกรัฐธรรมนูญ จะหาประโยคใดปลอบประโลมในความน่าสมเพชและเหยาะแหยะของตัวเอง หรือว่าจะเป็น “ทำดีที่สุดแล้ว”
ป.ล. อย่าวางความหวังเรื่องบ้านเมืองไว้ที่มือใคร และอย่าเชื่อใจใคร ถ้าสำนึกว่านี่คือบ้านเรา ก็วางความหวังไว้ที่มือเรา ทำให้เต็มที่ให้ถึงที่สุดและต้องไม่หยุด จะได้ไม่ต้องมาปลอบตัวเองด้วยคำพูดของผู้แพ้ “ทำดีที่สุดแล้ว”

คนที่เลือกเค้าก็ควรจะได้รับผลที่เลือกไป
แต่คนที่ไม่ได้เลือกนี่สิ ดันได้รับผลเดียวกันด้วย เวรแท้ๆ
ธรรมดาครับ นั่งอยู่วงไพ่ เล่นไม่เล่นโดนจับก็คือกัน
เฮ่อ การเมืองไทย
อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ
อสัตบุรุษ ย่อมไปนรก
ได้คำพระมาอีก ๑
ฟังไปก็แปลกพี่ว่ามั๊ย มัน “กุศลาธรรม อกุศลาธรรมา” ธรรมดันเป็นกุศลก็มี ธรรมอันไม่เป็นกุศลก็มี