ผมเพิ่งได้อ่านบทความ “ตามหา… ใคร ? ทำลายโบราณสถานไทย” ในผู้จัดการออนไลน์ สะท้อนภาพอะไรหลายอย่างว่าเราเองค่อยๆ ทำลายทรัพย์ทางปัญญาของบรรพบุรุษไปทีละน้อย ทั้งจากความไม่รู้ และความมักง่ายๆ
ในบทความนั้นเกริ่นหัวเรื่องไว้เสียวหัวใจครับ ว่าใครรู้บ้างว่าโบราณวัตถุต่างๆ เขาขัดด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ หรืออย่างกฏหมายห้ามสร้างอาคารสูงเกิน ๒ ชั้น แต่ที่ทำการโบราณสถานเองสร้าง ๓ ชั้น บ้าชะมัดว่ามั๊ยครับ การอำนวยความสะดวกกันอย่างเต็มที่ ห้องน้ำ ฯลฯ อยู่ใกล้ชิดกับโบราณสถาน โรงแรมที่พัก บังกะโล สร้างกันแบบไม่ต้องเกรงใจ อ่านบทความจบแล้วก็นึกใจหาย พาลนึกถึงครั้งที่ไปทำวิจัยที่ฮ่องกง
หลายปีก่อนที่ไปฮ่องกง ผมไปทำวิจัยในเขตพื้นที่อยู่ชิดกับชายแดนจีน ครั้งหนึ่งมีโอกาสเดินทางไปอุทยานทางทะเลแห่งหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้แล้วล่ะครับ เว้นแต่จะรือภาพเก่าๆ มาดู การเข้าไปไม่ง่ายครับ ก่อนถึงตัวอุทยานรถที่ผมไปและรถทุกคนจะต้องจอดไว้ที่ทำการอุทยาน ซึ่งห่างจากตัวอุทยานราว ๕ หรือ ๑๐ กิโลเมตร แล้วนั่งรถโดยสารที่เขามีไว้ให้เข้าไป ค่ารถไม่แพง ทุกคนที่จะเข้าไปก็ต้องปฏิบัติเหมือนกัน
สงสัยไหมครับว่าทำไม คำตอบ คือ เขากันไม่ให้รถเข้าไปพลุกพล่าน คนที่จะเข้าไปจึงต้องเข้าไปด้วยรถโดยสารที่เขาจัดให้เท่านั้น เป็นการลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดจากการนำรถเข้าไปในเขตพื้นที่ นอกจากนี้มีการออกกฏไว้อีหลายอย่างที่จะไม่ให้พื้นที่อุทยานได้รับผลกระทบจากคนที่เข้าไป อย่างเรื่องการจัดการขยะ พื้นที่ที่เข้าถึงได้ บริเวณที่เล่นน้ำได้ เป็นต้น
ส่วนคนที่ดังเดิมมีบ้านที่ถูกอุทยานมาคร่อม เขามีบัตรอนุญาตพิเศษให้คนที่มีบ้านเรือนอยู่ด้านในเหล่านั้นสามารถนำรถผ่านเข้าออกได้ หลายบ้านในนั้นแปลงสภาพเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มสำหรับบริการนักท่องเที่ยว แต่ก็อีกครับ อนุญาตเฉพาะบ้านดังเดิมเท่านั้นประกอบการได้ ไม่อนุญาตคนนอกเข้าไปประกอบการ และไม่อนุญาตให้บ้านที่มีอยู่เดิมต่อเติมขยาย ข้างในไม่มีที่พักครับ เข้าไปแล้วต้องกลับออกมาตามเวลาที่กำหนด
กลับมามองบ้านเราแล้วก็พูดไม่ออกครับ ไม่ได้ดูถูกแต่ก็นั่นแหละ เอาง่ายเข้าว่าทุกอย่าง

ทำอะไรตามใจคีอไทยแท้ ( สงวนไว้สำหรับคนจน)
ทำจังไรตามใจคีอไทยแท้ (สงวนไว้สำหรับคนรวย)
ทำอะไรเกรงใจคีอไทยแท้ (สงวนไว้สำหรับคนดี )