<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: หัวกวย ปากหมา ประสาหมัก</title>
	<atom:link href="http://www.boringdays.net/haukauy-pakmha-prasa-mak/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.boringdays.net/haukauy-pakmha-prasa-mak/</link>
	<description>ขมเข้มละมุนละไม</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Aug 2011 07:50:06 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: เก็บตกศิลป์แสบจากชุมนุมพันธมิตรฯ &#124; Boring Days</title>
		<link>http://www.boringdays.net/haukauy-pakmha-prasa-mak/comment-page-1/#comment-1981</link>
		<dc:creator>เก็บตกศิลป์แสบจากชุมนุมพันธมิตรฯ &#124; Boring Days</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Jun 2008 16:56:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.boringdays.net/haukauy-pakmha-prasa-mak/#comment-1981</guid>
		<description>[...] ภาพสุดท้ายนี้กัดใครต่อใครกี่คนก็ไม่รู้ ละม้ายคล้ายๆอัลบัมเทปที่ผมเคยทำเมื่อก่อน [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ภาพสุดท้ายนี้กัดใครต่อใครกี่คนก็ไม่รู้ ละม้ายคล้ายๆอัลบัมเทปที่ผมเคยทำเมื่อก่อน [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Trilobite</title>
		<link>http://www.boringdays.net/haukauy-pakmha-prasa-mak/comment-page-1/#comment-779</link>
		<dc:creator>Trilobite</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Dec 2007 01:16:29 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.boringdays.net/haukauy-pakmha-prasa-mak/#comment-779</guid>
		<description>เก็บมาฝากค่ะ 
......................................................................................................................

กาแฟดำ 

 4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00:00

 

 ใครที่เบื่อการเมืองเรื่องเลือกตั้ง เพราะมีแต่หน้าเก่าๆ และเรื่องแก่งแย่งอำนาจกันอย่างบ้าคลั่ง อย่าได้ท้อแท้ไป...

มี &quot;วิธีทำใจ&quot; จาก พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) จากหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ได้สาระน่าสนใจยิ่ง 

 

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : หนังสือเล่มนี้พิมพ์แจก 9,000 เล่มเป็นธรรมทาน โดยพลโทนายแพทย์ดำรง และ คุณนงเยาว์ ธนะชานันท์ 

ชื่อหนังสือ...&quot;เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง...พระพรหมคุณาภรณ์บอกวิธีทำใจ&quot; เป็นการบันทึกบทสนทนา

เรื่องการบ้านการเมือง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงขณะนี้อยู่ 

 

ผมอ่านแล้วก็ได้สติ และเพิ่มปัญญาขึ้นมาหลายขุม เพราะท่านอาจารย์ปยุตโต แห่งวัดญาณเวศกวัน ท่านตอบคำถามได้ตรงใจ

ผู้รักความเป็นธรรม และสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเหลือเกิน 

 

ตอนหนึ่งท่านบอกว่า 

 

&quot;สังคมวันนี้ไม่มีหลัก ถ้าสังคมไทยมีหลักแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตร คือไม่คบพาล คบบัณฑิต บูชาคนที่ควรบูชา สังคมก็ไปรอดแล้ว 

แต่คนไทยในปัจจุบันแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตรก็ยังไม่ได้ จะไปรอดได้อย่างไร นอกจากจะไม่ได้ ยังไปทางตรงข้าม 

สวนทางไปเสียอีก แล้วจะพ้นอัปมงคลได้อย่างไร?&quot; 

 

ผู้ไปร่วมสนทนากับท่านเปรยว่า เบื่อการเมืองนักหนา อยากปิดหูปิดตาเสียเลย เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบันน่ากลัว...

ไม่อยากเห็นหน้านักการเมืองบางคนที่มีประวัติไม่ดี จึงไม่ดูทีวี ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ และเลือกที่จะหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเสีย...

เรียนถามอาจารย์ว่าวิธีที่ถูกคืออย่างไร...เราจะช่วยเหลือสังคมอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ 

 

ท่านอาจารย์ปยุตโตตอบว่า 

 

&quot;ต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องการเมืองนี่ พระไม่ยุ่งด้วย แต่พระต้องพูดนะ เรื่องธรรมะสำหรับการเมือง...

สำหรับคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาของคนที่มีความทุกข์ เพราะการเมือง...

ทีนี้ ที่พูดมานี้ก็เป็นการแสดงความเบื่อหน่ายต่อนักการเมือง แล้วก็เลยพลอยเบื่อการเมืองคลุมไปหมดเลย และที่สำคัญ 

การเมืองในที่นี้ก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ที่ว่าเบื่อการเมืองก็เหมือนกับบอกด้วยว่า 

เบื่อระอาประชาธิปไตยของบ้านเมืองนี้ เป็นความเบื่ออย่างที่พูดได้ว่าเต็มประดา ถึงขนาดปิดหูปิดตาไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน 

เท่ากับตัดความมีส่วนร่วมทิ้งไปเลย ถ้าถึงขั้นนี้ ก็เห็นจะเตรียมชี้ชะตาประชาธิปไตยของเมืองไทยได้แล้ว...&quot; 

 

ท่านอาจารย์บอกต่อว่า &quot;การที่ไม่ยอมรับรู้ ปิดหูปิดตาไปเลย ก็หนักไปหน่อย อาจถือว่าสุดโต่งไปข้างหนึ่ง 

แต่ถ้าเราจะติดตามเรื่องเอาจริงเอาจังหนักไป จนกระทั่งเสียการเสียงานของเรา ใจไม่อยู่กับงาน ก็สุดโต่งไปอีกข้างหนึ่ง...&quot; 

 

ความพอดีอยู่ที่ไหน? อาจารย์บอกอีกตอนหนึ่งว่า &quot;ต้องแยกความรู้กับความรู้สึกให้ได้ และมันก็เป็นการฝึกตัวเราอย่างหนึ่งด้วย ...

ถ้าเราไม่ยอมรับ หรือรับไม่ได้ ก็เท่ากับเรายอมแพ้ ไม่สู้มัน และต่อไปก็จะต้องเจอความลำบากใจกับปัญหาอยู่เรื่อย&quot; 

 

ท่านบอกอีกว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน 

 

อาจารย์บอกว่าต้องยอมรับว่า องค์ประกอบของสังคมไทยแทบทุกส่วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อความโดดเด่นของผู้มีบาปกรรม 

ไม่ใช่เอื้อแก่คุณธรรม 

 

&quot;มันเป็นโอกาสของเขา ก็ต้องรู้ตัวซิว่าเราได้ปล่อยสังคมของเราให้หมักหมมอยู่ในความประมาทมานาน 

จนกระทั่งสังคมนี้กลายเป็นสภาพเอื้อแก่คนพวกนี้ แล้วอย่างนี้ เราจะมาแก้ปัญหาฉับพลันทันทีได้อย่างไร?&quot; 

 

อาจารย์ปยุตโต ให้ข้อคิดต่อว่า 

 

&quot;อย่างประชาชนทั่วไปก็ไม่ใส่ใจแล้วว่า การเมืองจะทำให้บ้านเมืองส่วนรวมเป็นอย่างไร เอาแค่ให้ตัวฉันอยู่ได้ 

ก็ยอมรับเงินทองในการเลือกตั้งง่ายๆ...ถ้าเราเอาคนดีมา ก็ยากที่จะได้รับการเลือกตั้ง นอกจากว่าจะมีความโดดเด่นประทับใจ 

จนกระทั่งเป็นสุดรักสุดบูชาของประชาชน...ในแง่หนึ่ง คือต้องมีมหาบุรุษขนาดนั้น จึงจะสามารถเปลี่ยนสังคมอย่างนี้ได้ 

ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ประกอบในสังคมเวลานี้เป็นอย่างนั้น และกระแสมันกำลังไหลไปทางนั้นอย่างรุนแรง...&quot; 

 

ผมนำมาเล่าต่อเพราะคณะบุคคลผู้เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง มีความวิตกกังวลเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น 

จึงได้ไปปรึกษาพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เพื่อขอความเห็นพระที่ประชาชนเคารพนับถือว่า &quot;ควรทำใจอย่างไร&quot; 

 

ผมอ่านแล้วสรุปกับตัวเองว่าแค่ &quot;ทำใจ&quot; เห็นจะไม่พอ ต้อง &quot;ร่วมกันทั้งสังคมเพื่อธรรมะ&quot; ด้วย จึงจะแก้ปัญหาได้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เก็บมาฝากค่ะ<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>กาแฟดำ </p>
<p> 4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00:00</p>
<p> ใครที่เบื่อการเมืองเรื่องเลือกตั้ง เพราะมีแต่หน้าเก่าๆ และเรื่องแก่งแย่งอำนาจกันอย่างบ้าคลั่ง อย่าได้ท้อแท้ไป&#8230;</p>
<p>มี &#8220;วิธีทำใจ&#8221; จาก พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) จากหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ได้สาระน่าสนใจยิ่ง </p>
<p>กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : หนังสือเล่มนี้พิมพ์แจก 9,000 เล่มเป็นธรรมทาน โดยพลโทนายแพทย์ดำรง และ คุณนงเยาว์ ธนะชานันท์ </p>
<p>ชื่อหนังสือ&#8230;&#8221;เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง&#8230;พระพรหมคุณาภรณ์บอกวิธีทำใจ&#8221; เป็นการบันทึกบทสนทนา</p>
<p>เรื่องการบ้านการเมือง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงขณะนี้อยู่ </p>
<p>ผมอ่านแล้วก็ได้สติ และเพิ่มปัญญาขึ้นมาหลายขุม เพราะท่านอาจารย์ปยุตโต แห่งวัดญาณเวศกวัน ท่านตอบคำถามได้ตรงใจ</p>
<p>ผู้รักความเป็นธรรม และสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเหลือเกิน </p>
<p>ตอนหนึ่งท่านบอกว่า </p>
<p>&#8220;สังคมวันนี้ไม่มีหลัก ถ้าสังคมไทยมีหลักแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตร คือไม่คบพาล คบบัณฑิต บูชาคนที่ควรบูชา สังคมก็ไปรอดแล้ว </p>
<p>แต่คนไทยในปัจจุบันแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตรก็ยังไม่ได้ จะไปรอดได้อย่างไร นอกจากจะไม่ได้ ยังไปทางตรงข้าม </p>
<p>สวนทางไปเสียอีก แล้วจะพ้นอัปมงคลได้อย่างไร?&#8221; </p>
<p>ผู้ไปร่วมสนทนากับท่านเปรยว่า เบื่อการเมืองนักหนา อยากปิดหูปิดตาเสียเลย เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบันน่ากลัว&#8230;</p>
<p>ไม่อยากเห็นหน้านักการเมืองบางคนที่มีประวัติไม่ดี จึงไม่ดูทีวี ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ และเลือกที่จะหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเสีย&#8230;</p>
<p>เรียนถามอาจารย์ว่าวิธีที่ถูกคืออย่างไร&#8230;เราจะช่วยเหลือสังคมอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ </p>
<p>ท่านอาจารย์ปยุตโตตอบว่า </p>
<p>&#8220;ต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องการเมืองนี่ พระไม่ยุ่งด้วย แต่พระต้องพูดนะ เรื่องธรรมะสำหรับการเมือง&#8230;</p>
<p>สำหรับคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาของคนที่มีความทุกข์ เพราะการเมือง&#8230;</p>
<p>ทีนี้ ที่พูดมานี้ก็เป็นการแสดงความเบื่อหน่ายต่อนักการเมือง แล้วก็เลยพลอยเบื่อการเมืองคลุมไปหมดเลย และที่สำคัญ </p>
<p>การเมืองในที่นี้ก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ที่ว่าเบื่อการเมืองก็เหมือนกับบอกด้วยว่า </p>
<p>เบื่อระอาประชาธิปไตยของบ้านเมืองนี้ เป็นความเบื่ออย่างที่พูดได้ว่าเต็มประดา ถึงขนาดปิดหูปิดตาไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน </p>
<p>เท่ากับตัดความมีส่วนร่วมทิ้งไปเลย ถ้าถึงขั้นนี้ ก็เห็นจะเตรียมชี้ชะตาประชาธิปไตยของเมืองไทยได้แล้ว&#8230;&#8221; </p>
<p>ท่านอาจารย์บอกต่อว่า &#8220;การที่ไม่ยอมรับรู้ ปิดหูปิดตาไปเลย ก็หนักไปหน่อย อาจถือว่าสุดโต่งไปข้างหนึ่ง </p>
<p>แต่ถ้าเราจะติดตามเรื่องเอาจริงเอาจังหนักไป จนกระทั่งเสียการเสียงานของเรา ใจไม่อยู่กับงาน ก็สุดโต่งไปอีกข้างหนึ่ง&#8230;&#8221; </p>
<p>ความพอดีอยู่ที่ไหน? อาจารย์บอกอีกตอนหนึ่งว่า &#8220;ต้องแยกความรู้กับความรู้สึกให้ได้ และมันก็เป็นการฝึกตัวเราอย่างหนึ่งด้วย &#8230;</p>
<p>ถ้าเราไม่ยอมรับ หรือรับไม่ได้ ก็เท่ากับเรายอมแพ้ ไม่สู้มัน และต่อไปก็จะต้องเจอความลำบากใจกับปัญหาอยู่เรื่อย&#8221; </p>
<p>ท่านบอกอีกว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน </p>
<p>อาจารย์บอกว่าต้องยอมรับว่า องค์ประกอบของสังคมไทยแทบทุกส่วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อความโดดเด่นของผู้มีบาปกรรม </p>
<p>ไม่ใช่เอื้อแก่คุณธรรม </p>
<p>&#8220;มันเป็นโอกาสของเขา ก็ต้องรู้ตัวซิว่าเราได้ปล่อยสังคมของเราให้หมักหมมอยู่ในความประมาทมานาน </p>
<p>จนกระทั่งสังคมนี้กลายเป็นสภาพเอื้อแก่คนพวกนี้ แล้วอย่างนี้ เราจะมาแก้ปัญหาฉับพลันทันทีได้อย่างไร?&#8221; </p>
<p>อาจารย์ปยุตโต ให้ข้อคิดต่อว่า </p>
<p>&#8220;อย่างประชาชนทั่วไปก็ไม่ใส่ใจแล้วว่า การเมืองจะทำให้บ้านเมืองส่วนรวมเป็นอย่างไร เอาแค่ให้ตัวฉันอยู่ได้ </p>
<p>ก็ยอมรับเงินทองในการเลือกตั้งง่ายๆ&#8230;ถ้าเราเอาคนดีมา ก็ยากที่จะได้รับการเลือกตั้ง นอกจากว่าจะมีความโดดเด่นประทับใจ </p>
<p>จนกระทั่งเป็นสุดรักสุดบูชาของประชาชน&#8230;ในแง่หนึ่ง คือต้องมีมหาบุรุษขนาดนั้น จึงจะสามารถเปลี่ยนสังคมอย่างนี้ได้ </p>
<p>ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ประกอบในสังคมเวลานี้เป็นอย่างนั้น และกระแสมันกำลังไหลไปทางนั้นอย่างรุนแรง&#8230;&#8221; </p>
<p>ผมนำมาเล่าต่อเพราะคณะบุคคลผู้เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง มีความวิตกกังวลเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น </p>
<p>จึงได้ไปปรึกษาพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เพื่อขอความเห็นพระที่ประชาชนเคารพนับถือว่า &#8220;ควรทำใจอย่างไร&#8221; </p>
<p>ผมอ่านแล้วสรุปกับตัวเองว่าแค่ &#8220;ทำใจ&#8221; เห็นจะไม่พอ ต้อง &#8220;ร่วมกันทั้งสังคมเพื่อธรรมะ&#8221; ด้วย จึงจะแก้ปัญหาได้</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

