หัวกวย ปากหมา ประสาหมัก
ลำดับที่ 233 • 8 December 2007 - 15:46
บอริ่งเดย์ดอทเน็ตร่วมกับชมพู่เร็คคอร์ดภูมิใจเสนออัลบัมใหม่ (สวด)ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปีนอมินี บันทึกการแสดงสด "หัวกวย ปากหมา ประสาหมัก" ของ "หมัก ป.ม."
เต็มอิ่มกับ ๑๔ เพลงดังในอัลบัม
- เวงกัมแบ็คไทยแลนด์
- น้ำใสน้ำใจ & น้ำเงิน
- ไอ้พวกหน้าโง่
- ป. คนใกล้ชิด
- รถดับเพลง (ไม่ได้เซ็นทิ้งทวน)
- เมถุน
- พ่อเหลี่ยม (พี่หนูอ้อ)
- ๑๑๑
- นอมินี
- หนุ่มหน้ามน
- ไอ้หมัก ไอ้สัด
- รัด-ทำ-มะ-นวยฯ
- นักสู้ นปช. (สำนึกบุญคุณ)
- เอกสารลับ
- แม้ว ม.๘ (โบนัสแทร็ค)
วางจำหน่ายแล้วที่แผงเทปนอมินีชั้นนำใกล้บ้านท่าน (ดาวน์โหลดริงโทน หัวละ ๓๐๐)
ป.ล. บทความนี้อยู่ในหมวด "ขำๆ" ใครถือสาหาความหรือเอาไปฟ้องศาลเป็นหมา
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














11 December 2007 เมื่อ 08:16
เก็บมาฝากค่ะ
……………………………………………………………………………………………………….
กาแฟดำ
4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00:00
ใครที่เบื่อการเมืองเรื่องเลือกตั้ง เพราะมีแต่หน้าเก่าๆ และเรื่องแก่งแย่งอำนาจกันอย่างบ้าคลั่ง อย่าได้ท้อแท้ไป…
มี “วิธีทำใจ” จาก พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) จากหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ได้สาระน่าสนใจยิ่ง
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : หนังสือเล่มนี้พิมพ์แจก 9,000 เล่มเป็นธรรมทาน โดยพลโทนายแพทย์ดำรง และ คุณนงเยาว์ ธนะชานันท์
ชื่อหนังสือ…”เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง…พระพรหมคุณาภรณ์บอกวิธีทำใจ” เป็นการบันทึกบทสนทนา
เรื่องการบ้านการเมือง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงขณะนี้อยู่
ผมอ่านแล้วก็ได้สติ และเพิ่มปัญญาขึ้นมาหลายขุม เพราะท่านอาจารย์ปยุตโต แห่งวัดญาณเวศกวัน ท่านตอบคำถามได้ตรงใจ
ผู้รักความเป็นธรรม และสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเหลือเกิน
ตอนหนึ่งท่านบอกว่า
“สังคมวันนี้ไม่มีหลัก ถ้าสังคมไทยมีหลักแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตร คือไม่คบพาล คบบัณฑิต บูชาคนที่ควรบูชา สังคมก็ไปรอดแล้ว
แต่คนไทยในปัจจุบันแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตรก็ยังไม่ได้ จะไปรอดได้อย่างไร นอกจากจะไม่ได้ ยังไปทางตรงข้าม
สวนทางไปเสียอีก แล้วจะพ้นอัปมงคลได้อย่างไร?”
ผู้ไปร่วมสนทนากับท่านเปรยว่า เบื่อการเมืองนักหนา อยากปิดหูปิดตาเสียเลย เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบันน่ากลัว…
ไม่อยากเห็นหน้านักการเมืองบางคนที่มีประวัติไม่ดี จึงไม่ดูทีวี ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ และเลือกที่จะหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเสีย…
เรียนถามอาจารย์ว่าวิธีที่ถูกคืออย่างไร…เราจะช่วยเหลือสังคมอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้
ท่านอาจารย์ปยุตโตตอบว่า
“ต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องการเมืองนี่ พระไม่ยุ่งด้วย แต่พระต้องพูดนะ เรื่องธรรมะสำหรับการเมือง…
สำหรับคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาของคนที่มีความทุกข์ เพราะการเมือง…
ทีนี้ ที่พูดมานี้ก็เป็นการแสดงความเบื่อหน่ายต่อนักการเมือง แล้วก็เลยพลอยเบื่อการเมืองคลุมไปหมดเลย และที่สำคัญ
การเมืองในที่นี้ก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ที่ว่าเบื่อการเมืองก็เหมือนกับบอกด้วยว่า
เบื่อระอาประชาธิปไตยของบ้านเมืองนี้ เป็นความเบื่ออย่างที่พูดได้ว่าเต็มประดา ถึงขนาดปิดหูปิดตาไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน
เท่ากับตัดความมีส่วนร่วมทิ้งไปเลย ถ้าถึงขั้นนี้ ก็เห็นจะเตรียมชี้ชะตาประชาธิปไตยของเมืองไทยได้แล้ว…”
ท่านอาจารย์บอกต่อว่า “การที่ไม่ยอมรับรู้ ปิดหูปิดตาไปเลย ก็หนักไปหน่อย อาจถือว่าสุดโต่งไปข้างหนึ่ง
แต่ถ้าเราจะติดตามเรื่องเอาจริงเอาจังหนักไป จนกระทั่งเสียการเสียงานของเรา ใจไม่อยู่กับงาน ก็สุดโต่งไปอีกข้างหนึ่ง…”
ความพอดีอยู่ที่ไหน? อาจารย์บอกอีกตอนหนึ่งว่า “ต้องแยกความรู้กับความรู้สึกให้ได้ และมันก็เป็นการฝึกตัวเราอย่างหนึ่งด้วย …
ถ้าเราไม่ยอมรับ หรือรับไม่ได้ ก็เท่ากับเรายอมแพ้ ไม่สู้มัน และต่อไปก็จะต้องเจอความลำบากใจกับปัญหาอยู่เรื่อย”
ท่านบอกอีกว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน
อาจารย์บอกว่าต้องยอมรับว่า องค์ประกอบของสังคมไทยแทบทุกส่วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อความโดดเด่นของผู้มีบาปกรรม
ไม่ใช่เอื้อแก่คุณธรรม
“มันเป็นโอกาสของเขา ก็ต้องรู้ตัวซิว่าเราได้ปล่อยสังคมของเราให้หมักหมมอยู่ในความประมาทมานาน
จนกระทั่งสังคมนี้กลายเป็นสภาพเอื้อแก่คนพวกนี้ แล้วอย่างนี้ เราจะมาแก้ปัญหาฉับพลันทันทีได้อย่างไร?”
อาจารย์ปยุตโต ให้ข้อคิดต่อว่า
“อย่างประชาชนทั่วไปก็ไม่ใส่ใจแล้วว่า การเมืองจะทำให้บ้านเมืองส่วนรวมเป็นอย่างไร เอาแค่ให้ตัวฉันอยู่ได้
ก็ยอมรับเงินทองในการเลือกตั้งง่ายๆ…ถ้าเราเอาคนดีมา ก็ยากที่จะได้รับการเลือกตั้ง นอกจากว่าจะมีความโดดเด่นประทับใจ
จนกระทั่งเป็นสุดรักสุดบูชาของประชาชน…ในแง่หนึ่ง คือต้องมีมหาบุรุษขนาดนั้น จึงจะสามารถเปลี่ยนสังคมอย่างนี้ได้
ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ประกอบในสังคมเวลานี้เป็นอย่างนั้น และกระแสมันกำลังไหลไปทางนั้นอย่างรุนแรง…”
ผมนำมาเล่าต่อเพราะคณะบุคคลผู้เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง มีความวิตกกังวลเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น
จึงได้ไปปรึกษาพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เพื่อขอความเห็นพระที่ประชาชนเคารพนับถือว่า “ควรทำใจอย่างไร”
ผมอ่านแล้วสรุปกับตัวเองว่าแค่ “ทำใจ” เห็นจะไม่พอ ต้อง “ร่วมกันทั้งสังคมเพื่อธรรมะ” ด้วย จึงจะแก้ปัญหาได้
8 June 2008 เมื่อ 23:56
[...] ภาพสุดท้ายนี้กัดใครต่อใครกี่คนก็ไม่รู้ ละม้ายคล้ายๆอัลบัมเทปที่ผมเคยทำเมื่อก่อน [...]