หัวกวย ปากหมา ประสาหมัก

Date 8 December 2007 - 15:46

บอริ่งเดย์ดอทเน็ตร่วมกับชมพู่เร็คคอร์ดภูมิใจเสนออัลบัมใหม่ (สวด)ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปีนอมินี บันทึกการแสดงสด "หัวกวย ปากหมา ประสาหมัก" ของ ""

kuaymak

เต็มอิ่มกับ ๑๔ เพลงดังในอัลบัม

  • เวงกัมแบ็คไทยแลนด์
  • น้ำใสน้ำใจ & น้ำเงิน
  • ไอ้พวกหน้าโง่
  • ป. คนใกล้ชิด
  • รถดับเพลง (ไม่ได้เซ็นทิ้งทวน)
  • เมถุน
  • พ่อเหลี่ยม (พี่หนูอ้อ)
  • ๑๑๑
  • นอมินี
  • หนุ่มหน้ามน
  • รัด-ทำ-มะ-นวยฯ
  • นักสู้ นปช. (สำนึกบุญคุณ)
  • เอกสารลับ
  • แม้ว ม.๘ (โบนัสแทร็ค)

วางจำหน่ายแล้วที่แผงเทปนอมินีชั้นนำใกล้บ้านท่าน (ดาวน์โหลดริงโทน หัวละ ๓๐๐)

ป.ล. บทความนี้อยู่ในหมวด "ขำๆ" ใครถือสาหาความหรือเอาไปฟ้องศาลเป็นหมา



ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน

(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)



2 ความเห็น ใน “หัวกวย ปากหมา ประสาหมัก”

  1. Trilobite

    เก็บมาฝากค่ะ
    ……………………………………………………………………………………………………….

    กาแฟดำ

    4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00:00

    ใครที่เบื่อการเมืองเรื่องเลือกตั้ง เพราะมีแต่หน้าเก่าๆ และเรื่องแก่งแย่งอำนาจกันอย่างบ้าคลั่ง อย่าได้ท้อแท้ไป…

    มี “วิธีทำใจ” จาก พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) จากหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ได้สาระน่าสนใจยิ่ง

    กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : หนังสือเล่มนี้พิมพ์แจก 9,000 เล่มเป็นธรรมทาน โดยพลโทนายแพทย์ดำรง และ คุณนงเยาว์ ธนะชานันท์

    ชื่อหนังสือ…”เบื่อการเมือง : เรื่องขุ่นใจก่อนเลือกตั้ง…พระพรหมคุณาภรณ์บอกวิธีทำใจ” เป็นการบันทึกบทสนทนา

    เรื่องการบ้านการเมือง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงขณะนี้อยู่

    ผมอ่านแล้วก็ได้สติ และเพิ่มปัญญาขึ้นมาหลายขุม เพราะท่านอาจารย์ปยุตโต แห่งวัดญาณเวศกวัน ท่านตอบคำถามได้ตรงใจ

    ผู้รักความเป็นธรรม และสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเหลือเกิน

    ตอนหนึ่งท่านบอกว่า

    “สังคมวันนี้ไม่มีหลัก ถ้าสังคมไทยมีหลักแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตร คือไม่คบพาล คบบัณฑิต บูชาคนที่ควรบูชา สังคมก็ไปรอดแล้ว

    แต่คนไทยในปัจจุบันแค่ 3 ข้อต้นของมงคลสูตรก็ยังไม่ได้ จะไปรอดได้อย่างไร นอกจากจะไม่ได้ ยังไปทางตรงข้าม

    สวนทางไปเสียอีก แล้วจะพ้นอัปมงคลได้อย่างไร?”

    ผู้ไปร่วมสนทนากับท่านเปรยว่า เบื่อการเมืองนักหนา อยากปิดหูปิดตาเสียเลย เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบันน่ากลัว…

    ไม่อยากเห็นหน้านักการเมืองบางคนที่มีประวัติไม่ดี จึงไม่ดูทีวี ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ และเลือกที่จะหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเสีย…

    เรียนถามอาจารย์ว่าวิธีที่ถูกคืออย่างไร…เราจะช่วยเหลือสังคมอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้

    ท่านอาจารย์ปยุตโตตอบว่า

    “ต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องการเมืองนี่ พระไม่ยุ่งด้วย แต่พระต้องพูดนะ เรื่องธรรมะสำหรับการเมือง…

    สำหรับคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาของคนที่มีความทุกข์ เพราะการเมือง…

    ทีนี้ ที่พูดมานี้ก็เป็นการแสดงความเบื่อหน่ายต่อนักการเมือง แล้วก็เลยพลอยเบื่อการเมืองคลุมไปหมดเลย และที่สำคัญ

    การเมืองในที่นี้ก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ที่ว่าเบื่อการเมืองก็เหมือนกับบอกด้วยว่า

    เบื่อระอาประชาธิปไตยของบ้านเมืองนี้ เป็นความเบื่ออย่างที่พูดได้ว่าเต็มประดา ถึงขนาดปิดหูปิดตาไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน

    เท่ากับตัดความมีส่วนร่วมทิ้งไปเลย ถ้าถึงขั้นนี้ ก็เห็นจะเตรียมชี้ชะตาประชาธิปไตยของเมืองไทยได้แล้ว…”

    ท่านอาจารย์บอกต่อว่า “การที่ไม่ยอมรับรู้ ปิดหูปิดตาไปเลย ก็หนักไปหน่อย อาจถือว่าสุดโต่งไปข้างหนึ่ง

    แต่ถ้าเราจะติดตามเรื่องเอาจริงเอาจังหนักไป จนกระทั่งเสียการเสียงานของเรา ใจไม่อยู่กับงาน ก็สุดโต่งไปอีกข้างหนึ่ง…”

    ความพอดีอยู่ที่ไหน? อาจารย์บอกอีกตอนหนึ่งว่า “ต้องแยกความรู้กับความรู้สึกให้ได้ และมันก็เป็นการฝึกตัวเราอย่างหนึ่งด้วย …

    ถ้าเราไม่ยอมรับ หรือรับไม่ได้ ก็เท่ากับเรายอมแพ้ ไม่สู้มัน และต่อไปก็จะต้องเจอความลำบากใจกับปัญหาอยู่เรื่อย”

    ท่านบอกอีกว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน

    อาจารย์บอกว่าต้องยอมรับว่า องค์ประกอบของสังคมไทยแทบทุกส่วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อความโดดเด่นของผู้มีบาปกรรม

    ไม่ใช่เอื้อแก่คุณธรรม

    “มันเป็นโอกาสของเขา ก็ต้องรู้ตัวซิว่าเราได้ปล่อยสังคมของเราให้หมักหมมอยู่ในความประมาทมานาน

    จนกระทั่งสังคมนี้กลายเป็นสภาพเอื้อแก่คนพวกนี้ แล้วอย่างนี้ เราจะมาแก้ปัญหาฉับพลันทันทีได้อย่างไร?”

    อาจารย์ปยุตโต ให้ข้อคิดต่อว่า

    “อย่างประชาชนทั่วไปก็ไม่ใส่ใจแล้วว่า การเมืองจะทำให้บ้านเมืองส่วนรวมเป็นอย่างไร เอาแค่ให้ตัวฉันอยู่ได้

    ก็ยอมรับเงินทองในการเลือกตั้งง่ายๆ…ถ้าเราเอาคนดีมา ก็ยากที่จะได้รับการเลือกตั้ง นอกจากว่าจะมีความโดดเด่นประทับใจ

    จนกระทั่งเป็นสุดรักสุดบูชาของประชาชน…ในแง่หนึ่ง คือต้องมีมหาบุรุษขนาดนั้น จึงจะสามารถเปลี่ยนสังคมอย่างนี้ได้

    ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ประกอบในสังคมเวลานี้เป็นอย่างนั้น และกระแสมันกำลังไหลไปทางนั้นอย่างรุนแรง…”

    ผมนำมาเล่าต่อเพราะคณะบุคคลผู้เป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง มีความวิตกกังวลเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น

    จึงได้ไปปรึกษาพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ เพื่อขอความเห็นพระที่ประชาชนเคารพนับถือว่า “ควรทำใจอย่างไร”

    ผมอ่านแล้วสรุปกับตัวเองว่าแค่ “ทำใจ” เห็นจะไม่พอ ต้อง “ร่วมกันทั้งสังคมเพื่อธรรมะ” ด้วย จึงจะแก้ปัญหาได้

Trackbacks

  1. เก็บตกศิลป์แสบจากชุมนุมพันธมิตรฯ | Boring Days