ลูกเห็บที่ทำเนียบพันธมิตร

วานนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปทำเนียบฯ เพื่อร่วมชุมนุมเพราะมีอะไรหลายอย่างให้ต้องรีบทำ มีเรื่องเครียดหลายอย่างที่ต้องแก้ปัญหา และต้อมีเวลาให้แมวที่บ้านเพราะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันทั้งวันนานพอสมควรแล้ว ไม่ค่อยได้พาเดินเล่น แต่แม่โทรมาถามว่าไปที่โน่นหรือเปล่า แม่กังวลไม่อยากให้ไปช่วงนี้เพราะกลัวอันตราย แต่ดันอยากได้ “รองเท้าหมายจับ” ที่เป็นรูปหน้าสองผัวเมีย ก็ถามแม่ว่าถ้าไม่ให้ไปแล้วแล้วจะซื้อได้อย่างไร  ก็นั่นแหละครับอะไรๆ มักจะแย้งๆ กันอยู่อย่างนี้ อีกอย่างกล้อง Nikon คู่ชีพผมโดนฝนสิ้นชีพไปตั้งแต่วันแรกที่ตำรวจพารถ “กรงหมา” มาป่วนในวันที่ฝนตกหนัก ก่อนปล้นสดมภ์ วันนั้นตำรวจขนกันมานับพันนายด้วยความมุ่งหมายอย่างที่ทราบผลอยู่แล้ว

ตำรวจ

นอกจากไปเพราะต้องการซื้อรองเท้าคู่นั้นแล้ว ผมยังต้องไปรับกล้องคืนหลังจากส่งไปซ่อมที่ร้านแถวสะพานเหล็กห้าหกวัน ครับกลับมาใช้งานได้แทบปกติแล้ว ขาไปผมตัดสินใจพลาดอย่างที่สุดด้วยการเลือกขึ้นรถเมล์แดงแทนการขึ้นรถตู้เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ผลคือ ผมใช้เวลา ๓ ชั่วโมงในการอยู่บนถนนรามคำแหงและเพชรบุรี และไปไกลสุดได้แค่มักกะสัน ฝนก็ตก เริ่มจะค่ำและร้านจะปิดตอนทุ่มนึง จำต้องลงรถและเดินจ้ำกลางฝนเหมือนคนอื่นๆ เดินจากใต้ทางด่วนมักกะสันต่อประตูน้ำ จนถึงบ้านมนังคศิลาเลยแยกยมราช โชคเข้าข้างหน่อยที่หาแท็กซี่ว่างได้คันนึงลัดเลาะซอกแซกพาผมไปทางโบ้เบ้ ทำให้ร้านไม่ต้องคอยนาน แต่นั่นก็ทุ่มครึ่งแล้ว ได้กล้องเสร็จผมมุ่งตรงไปทำเนียบนั่งสาย ๕ ไปลง ธกส. นางเลิ้ง

ที่นั่นฝนยังปรอยลงมาอย่างต่อเนื่อง เวทีกำลังคึกคักด้วยวงแฮมเมอร์ ผู้ชุมนุมในทำเนียบยังหนาแน่น ขณะที่บริเวณโดยรอบบางตากว่าปกติหน่อยนึง ไม่ใช่เพราะในที่ตกหนักทำให้คนไม่มาแต่น่าจะเป็นปัญหาจากรถที่ติดอย่างหนักแทบไม่ขยับในทุกสายที่มุ่งสู่ปิ่นเกล้า ผมได้ข้าวต้มมังสวิรัตร้อนมาถ้วยนึงดับหนาว เดินไปรอบทำเนียบสู่แยกมิสกวัน มัฆวาน และสะพานอรทัย แถวประตู ๑ อันเป็นที่อยู่ของรถถ่ายทอด เห็นเด็กหญิงชายสองคนกำลังกวาดน้ำฝนออกจากถนนอย่างสนุกสนาน กว่าหยิบกล้องอีกคนก็ไปตรงอื่นแล้ว แต่การถ่ายแมนนวลที่สปีด ๑/๔ ของกล้องผมยังใช้ได้อยู่

พันธมิตร

ที่หน้าเวทีเด็กราชมงคลวิทยาเขตต่างๆ ขึ้นปราศรัยยาวเต็มเวทีเลยครับ ผู้คนยืนตากฝนปรอยๆ หน้าเวทีหนาแน่นเหลือเกินครับ

พันธมิตร

ผมอยู่ที่นั่นจนคุณสนธิขึ้นปราศรัย ก็แยกตัวไปแยกบรมรูปทรงม้าไปหาพรรคพวกที่เป็นการ์ดอาสา ทราบความว่าวันนี้มี แปลกที่ระหว่างทางผมไม่เห็นสักหน่อยเดียว รู้แต่ว่าฝนตกหนักมากและลมแรง ฟังด้วยความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง การ์ดที่เคยอยู่ด้วยกันส่วนใหญ่กลับไปหมดแล้ว โดยเฉพาะชากังราวที่อยู่โยงยาวนานกระทั่งหลังวันที่ตำรวจบุกปล้น การ์ดชุดใหม่ประจำที่จุดนั้นมาจากกระบี่ พรรคพวกเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเก็บนรกป่วนกรุงออกจากเวทีได้นับร้อย ที่ปนเข้ามาเพื่อหวังก่อเรื่อง ทราบเพิ่มเติมว่าบางคนปนมาในฐานะแม่ค้าขายของให้พันธมิตร วันที่ นปก. ยกพวกมาตี แม่ค้าคนนี้ออกไปร่วมกับ นปก. ตีพันธมิตรด้วย ดูเขาทำ

หลังเที่ยงคืนผมกลับออกมาขึ้นรถที่ผ่านฟ้า เพราะตกลงกะไอ้อ้วนว่ากลับมาจะพาเดินเที่ยว ไม่อยากอยากเสียข้อตกลงกับแมวก็ต้องกลับครับ

ป.ล. ฝากอ่าน “” คำบอกเล่าจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ นปก ยกพวกบุกตีพันธมิตร

Posted in ชวนนอกเรื่อง and tagged . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Click the image below for Shared Hosting ONLY $2.48/month

5 Responses to ลูกเห็บที่ทำเนียบพันธมิตร

  1. เมื่อวานพายุน่ากลัว ขอคารวะพี่น้องที่ทำเนียบทุก ๆ ท่าน
    ท่านยอดเยี่ยมมากๆๆๆ

  2. SKYHIGH says:

    นับถือชาวพธมครับ
    ไม่มีถอย แถมช่วยกันทำงานอีกด้วย

    สังคม ที่พธม เหมือน Utopia ที่มีแต่คนดีมาเจอกัน
    ฝนตกลูกเห็บไหล พธม รวมใจมาช่วยกัน

    ต่างกะรัฐบาลเดียรฐี ที่มีแต่
    ฝนตกขี้หมูไหล พวกจัญไรมาเจอกัน

  3. noi_pounjadkoo says:

    เราก็ได้ร่วมผจญภัยกับลูกเห็บและฉากหลังเวทีที่ล้มลงเหมือนกัน

    พายุมันรุนแรงจริงๆ เราก็เพิ่งจะลงจากเวที (ร้องเพลงจบ)
    หมอตุลย์ขึ้นไปกับคนที่บอกว่าเนวินกลัวที่สุด (จำชื่อไม่ได้)
    เขาขึ้นไปร้องเพลงอะไรก็ไม่รู้ ฝนก็กระหน่ำเลย
    พี่แหลมเป็นห่วงกีตาร์ก็รีบวิ่งเอากีตาร์ไปเก็บ
    ส่วนเราก็งุ่นง่านอยู่กับพี่หน่อง (มือกีตาร์อีกคน) ด้านหลังเวที
    ไม่เคยยืนอยู่กลางฝนที่มีพายุลมแรงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
    แล้วฉากด้านหลังเวทีก็ล้มลง พี่หน่องดึงเราเข้าไปใต้เวที
    และยังบอกว่ามัวแต่ชมวิวอยู่นั่นแหละ
    (ถ้าไม่มีรถบรรทุกจอดอยู่ด้านหลัง อีหน่อยเป็นวีรชนเดือนกันยาแน่ๆ)
    เสื้อผ้าก็เปียกปอน พี่หน่องหาเสื้อกันฝนมาให้ใส่เพราะดันใส่เสื้อสีขาวมาอีก
    ก็เลยใส่เสื้อกันฝนกับหมวกคาวบอย
    ยืนอยู่ดีๆ ก็มีเสียงเหมือนใครมาเคาะหัว แล้วก็เริ่มมาเคาะไหล่
    หันไปถามพี่หน่องว่าอะไรร่วงลงมา เราอยู่ใต้เวทีนะ คิดว่าพวกขยะ หรือน๊อต ฯลฯ
    แป๊บนึงข้างนอกเริ่มกรี๊ดกร๊าด ผู้ชุมนุมวิ่งกรูกันออกมาเก็บลูกเห็บ
    โอ๊ยก้อนเบ่อเริ่มเลย แต่ขนาดมันเล็กๆ บ้าง ใหญ่ๆ บ้าง คละเคล้ากันไป
    พอพี่หน่องเผลอเราก็วิ่งออกไปเล่นบ้าง แต่วิ่งไปข้างนอกเลยนะ
    ไปช่วยด้านนอกเขาจับขาเต้นท์ และกระทุ้งน้ำที่ขังอยู่บนหลังคาเต้นท์
    แล้วบนเวทีก็เริ่มมีเสียงกลองบองโก้ โป๊ง โป๊ง ฉึ่ง
    เราเริ่มรู้หน้าที่ว่างานเข้าแล้ว ก็เลยวิ่งเข้าไปด้านในเวที
    น้องๆ โดยเฉพาะน้องปุ้ย รีบฉุดขึ้นเวที พี่หมีบอก “หน่อยช่วยหน่อย”
    ยื่นโทรโข่งหนักๆ ให้ 1 อัน อ้าว! เอาก็เอาวะ พี่หน่องก็อยู่กับเราบนเวที
    พี่อนุชาจากแฮมเมอร์อยู่ด้วย เอาวะ โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา โอ่ โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา
    พี่หน่องกับเราก็สวมวิญญาณผู้จัดกวน ตามที่พี่วสันต์เขียนเนื้อเพลงให้ว่า…
    โอ่ โอ ทำเนียบบ้านเรา โอ่ โอ ทำเนียบบ้านเรา
    มีหญ้า มีน้ำ มีที่มากมาย อย่าไปไหน ทำเนียบก็บ้านเรา
    แล้วพี่อนุชาก็ลงไป เราก็เลยต้องร้องเพลงเราสู้ไว้ก่อนวะ เอาไงเอากัน
    หลังจากนั้นก็พรั่งพรู อีกเพียบๆ เพลงอะไรก็ไม่รู้ร้องไม่ค่อยจบก็มั่วๆ ไป
    ร้องไปจนเกือบตายแล้วก็มีน้องจอย
    แต่น้องจอยก็ไม่ยอมถือโทรโข่งตัวที่เราถือเพราะมันเสียงดัง (และหนัก)
    ร้องต่อไปอีก ไม่ได้พักจนได้ งวดนี้มาลูกทุ่ง
    คุณแอ้มมาแว้ว มาเป็นหางเครื่อง และอาจารย์ปานเทพมาแว้วมาช่วยกันร้องเพลง
    เราก็ค่อยๆ ถอยมาด้านหลัง มาหาของกิน มีฝรั่งของใครก็ไม่รู้ กินแหลกๆ
    พี่หน่องก็ขอกลับบ้านที่ปากช่อง เพราะนัดกับภรรยาไว้
    เราก็เลยโดดเดี่ยว และก็โดนดึงขึ้นไปอีก พี่สำราญมาแจมแล้ว
    บรรยากาศเริ่มมืด คนด้านล่างบ่นว่ามองพี่ราญไม่เห็น
    พี่ประพันธ์มาอีกคน ช่วยกันร้องเพลง เราซ่อมแซมเวทีเสร็จแล้วแหละ
    โดยนักรบศรีวิชัยที่ทำทุกอย่าง มาช่วยกันดึงช่วยกันยก ทั้งๆ ที่นุ่งผ้าขาวม้ากันเลย
    ไฟมาพวกเราดีใจกันใหญ่ เรารีบวิ่งไปที่ไมโครโฟนแล้วบอกว่า
    ทีมงานกลัวพันธมิตรจะมองไม่เห็นพี่สำราญ เลยต้องรีบต่อไฟก่อน อิอิ
    คุณแอ้ม อ.ปานเทพ พี่สำราญ มาประจำที่ไมค์ ปกติ และรอออกอากาศ
    พี่สำราญ ประกาศขอบคุณเราที่อยู่ช่วยทำให้หนุกหนานกัน
    แถมให้เราร้องเพลง นปก.โชว์ 1 ท่อน
    วันนี้เป็นวันผจญภัยจริงๆ ว่ะ เหนื่อย เหนื่อย เหนื่อย
    :ยิ่มแฉ่ง

  4. n/e says:

    มีการไปแซวเขาอีก
    เสียดายเป็นที่สุดครับ ติดแหง็กอยู่บนรถเมล์ แถมต้องลงเดินกลางฝนหลายกิโล
    ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังครับพี่หน่อย :ขยิบ:

  5. n/e says:

    กลับมาเล่าเรื่องลูกเห็บ

    ภาษาใต้เรียกว่า ฝนห่าแก้ว
    ประมาณ ๔๐ ปีก่อนนี้แม่บอกว่ามักจะตกช่วงเดือนเมษา เป็นฝนห่าแรก ตกปีละสองครั้ง (ภาคใต้) คนจะเก็บไปใส่ขวดหรือเก็บกิน เขาว่าเป็นยาเป็นของดี คนแก่เก็บไว้จนละลายแล้วเอาน้ำนั้นไปละลายยา บ้างก็เก็บกิน และว่าเป็นมงคล

    แต่ทางภาคใต้ไม่ตกมาราว ๔๐ ปีแล้ว เท่าที่แม่จำความได้และโตมาไม่เคยเห็นตกอีกเลย การตกเฉพาะที่ทำเนียบเป็นเรื่องแปลกและน่าคิด :ขยิบ: