ต้นหน้าร้อนเมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว ผมมีเหตุให้ต้องไปสัมมนาที่จังหวัดระนอง นั่นก็เป็นครั้งแรกที่เยือนคาบสมุทรอันดามันตอนบน เป็นครั้งแรกที่ต้องขึ้นเขาลงควนผ่านเส้นทางคดเคี้ยวจากภูเก็ต พังงา แล้วเข้าระนอง กระอักกระอ่วนตอนใกล้ค่ำชนิดที่ว่ากินอะไรไม่ลง ใกล้เที่ยงคืนก็เข้าพักที่อุทยานซึ่งอยู่บนเขาล้อมรอบด้วยป่าโกงกาง เสร็จงานในอีกสองวันถัดมาพรรคพวกพาเที่ยว “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง

ภูเขาหญ้าเป็นเนินไม่สูงมาก อยู่กลางลานกว้างขนาดใหญ่ล้อมด้วยภูเขาสูงตอนต้นของเทือกเขาภูเก็ต ลานหญ้าสีเหลือง-น้ำตาลเป็นทุ่งกว้าง บางบริเวณหญ้าสูงท่วมหัว มีต้นไม้พุ่มเตี้ย ๆ เพียงประปราย บ่ายวันนั้นแดดร้อนและลมแรง แต่ตกดึกหนาวเสียจนจับจิตจับใจ

เมื่อจากมาก็ชวนให้นึกถึงอยู่เนือง ๆ ถวิลหาว่าจะได้กลับไปเยือนอีกครั้ง และอีกครั้ง เนินสูงในปุยหญ้าที่โอบด้วยทิวเขาสูง ลมแรงและแดดจัด ..เป็นรักในธรรมชาติกลางฤดูร้อนแล้ง
นี่ก็ต้นแล้ง ในบรรยากาศชนิดเดียวกัน ทุกวันที่พาอ้วนเดินเที่ยวสัมผัสกลิ่นไอของฤดูร้อน ต้นไม้ยืนต้นร่วงใบหล่นเต็มโคน ต้นหญ้ายืนตายเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาลทั่วไปหมด และท้องฟ้าสีฟ้าครามกระจ่างใส สดใสแต่ลุ่มลึกอยู่ในที แว้บหนึ่งก็นึกถึงภูเขาหญ้าขึ้นมา ความทรงจำย้อนไกลไปถึงชีวิตในฤดูร้อนสมัยเด็ก เป็นความสุขในความทรงจำของชีวิต ที่ใคร ๆ ก็อาจมีแต่แตกกันในห้วงฤดู
อย่างที่เคยบอกว่าผมนั้นแปลกกว่าคนอื่นเขาที่ผูกพันอยู่กับฤดูร้อน รักฤดูร้อน — รักในฤดูร้อน บางคราวกลางอากาศร้อนแล้ง แดดแรง ลมอ่อน ก็รู้สึกชุ่มชื้นในดวงใจได้ แล้วก็นึกถึงเพลงนี้..
“Come Rain Or Come Shine” ของสองตำนานเพลง Eric Clapton & B.B. King ในอัลบัมรวมกันพิเศษ “Riding with the King”..
I’m gonna love you like nobody’s loved you come rain or come shine
High as a mountain and deep as a river come rain or come shine
I guess when you met me that it was just one of those things
But don’t you ever bet me cause I’m gonna be true if you let meYou’re gonna love me like nobodys loved me come rain or come shine
Happy together unhappy together won’t that be fine?
Days may be cloudy or sunny
We’re in or we’re out of the moneyI’m with you always, I’m with you rain or shine
อดีตไม่ได้ไปรักใครที่ภูเขาหญ้า แค่รู้สึกชอบใจในสถานที่ แล้วความคิดก็นำพาไป.. เป็นรักในฤดูร้อน และนึกถึงเพลงนี้ “I’m with you rain or shine ” จะสุขทุกข์ก็คู่กันไป..


ผมรับทราบข้อมูลมาว่า ภูเขาหญ้าคือกองดินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทำเหมืองแร่
เป็นการพลิกดินชั้นล่างขึ้นมา เมื่อแยกแร่ออกแล้วก็เหลือกองดินที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ต้นหญ้าก็เจริญเติบโตโดยไม่ต้องการอาหารมากนัก
ผมเคยไปช่วงต้นฝนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว จะเป็นหญ้าสีเขียว ซึ่งก็สวยแบบแตกต่าง น่ามองไปอีกแบบ
แต่ที่เพิ่งไปมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา คือเขาเหล็ก ที่ อ.นบพิตำ ลักษณะคล้ายกัน คือพลิกดินเพื่อเอาแร่เหล็ก แล้วทิ้งกองดินสีแดงสนิมขนาดใหญ่ทิ้งไว้ให้ชาวบ้านดูแล ส่วนนายทุนก็กอบโกยทรัพยากรไปตามระเบียบ
ดังนั้นในความคิดของผม เขาหญ้า กับ เขาเหล็ก ก็เหมือนกันในแง่เป็นตัวอย่างของซากระบบทุนนิยม
@YHUN:
ก็เป็นได้ครับ ว่าที่มาอาจจะอย่างนั้น เพราะลักษณะต่างออกไปจากอาณาบริเวณโดยรอบ
เข้าใจว่าเป็นยุคทองของการค้าแร่ในสมัยแม่ยังสาว คือ เกือบห้าสิบปีมาแล้ว ในหลายจังหวัดยังมีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจการเหมืองแร่อยู่มาก อย่างอำเภอฉวาง จังหวัดนครฯ ที่ขึ้นชื่อคือตำนานเขาศูนย์
อาจจะไม่ใช่เรื่องทุนนิยมเพียงเดี่ยวๆ แต่เป็นยุคที่ประเทศไทยเน้นขายทรัพยากร เด่นๆ ก็สองอย่าง แร่กับไม้ จนวันนี้บ้านเราไม่มีแร่และไม่มีป่า
@เคระ:
โหลดฟังจากนี้ก็ได้นะเก๊ะ
http://www.mediafire.com/?u5zwgwwmfzt
ที่น่าห่วงคืออุทยานในทะเล กะลังจะกลายเป็นปะการังหัวล้าน
ปี 34 เคยไป พีพี มองจากวิวพอยท์ เห็นป่าพร้าวอยู่ระหว่างเวิ้งอ่าว
ปี 46 ไปอีกที มองลงมาเห็นสลัมหลังคาสังกะสีแทนป่าพร้าว
@YHUN:
พีพี เป็นสลัมตั้งแต่ก่อนปี ๔๐ ครับ ผมไปในตอนนั้น
พูดถึงพีพี นึกถึงหนังเรื่องเดอะบีช นึกถึงปลอดประสพ สุรัสวดี นึกถึงสุรพล สุดารา นึกถึงชวน หลีกภัย
นึกถึงคนกระบี่ขายตัวจำนวนไม่กี่คน นึกถึงมูลค่าเกาะที่ราคาแค่ ๔ ล้าน