เพิ่มโดยลด

ผมหายหน้าหายตาไปหลายวัน ต้องขออภัยด้วยนะครับ คอมพิวเตอร์ที่ใช้มีปัญหา แกะๆ ประกบๆ อยู่หลายรอบก็พบต้นตอ ส่งต้นตอไปร้าน เขาบอกอีกสองสัปดาห์ถึงจะได้ของกลับมา จำเป็นและจำใจต้องควักไปพันห้าซื้อสำรองมาใช้ก่อน ไม่งั้นไม่มีคอมพ์ใช้สองอาทิตย์ ไม่มีคอมพ์สองอาทิตย์ไม่หนักหนา แต่คิดว่าต้องจ่ายค่าเน็ตฟรีโดยไม่ได้ใช้ตั้งครึ่งเดือน มันน่าเจ็บใจ

กลางดึกคืนวาน เพื่อนสนิทในวันเก่าโทรมาหาตอนปิดไฟจะเข้านอนพอดิบพอดี มาพร้อมน้ำตา ระบายสารพัดเรื่องราวเกี่ยวกับร้านเครื่องสำอางของเธอ หัวอกคนขายของครับ เศรษฐกิจแย่ นิ่งสนิท คนไม่ซื้อ ไม่จับจ่าย พ่อค้าแม่ขายก็ตายกับตาย นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ก็ว่า สภาพการเมืองไมนิ่ง ปัจจัยค่าน้ำมัน ทิศทางเศรษฐกิจไม่แน่นอน แล้วตบท้ายว่า "คนขาดความเชื่อมัน"

ถ้าถามชาวบ้าน ภาวะฝืดๆ แบบนี้เขาไม่เรียกขาดวามเชื่อมั่นครับ เขาเรียก "หาตังค์ไม่ได้โว้ย!" ถึงได้ก็ไม่พอใช้ ใครทำงานที่เงินเดือนนิ่งแน่นอน ก็ถอนใจทุกครั้งที่ราคาน้ำมันขึ้น แก๊สที่เอามาแทนฟืนก็ขึ้น โน่นก็ขึ้น นี่ก็ขึ้น มาม่าก็จ้องจะขึ้น แต่เงินเดือนคนทำงานก็เท่าเดิม คนหาเช้ากินค่ำยิ่งหนัก แล้วแบบนี้ใครหน้าไหนจะมีตังค์ไปใช้ ไม่ใช่ไม่มันใจ แต่มันไม่มี

พวก (ขอโทษนะครับ หาคำเหมาะสมกว่านี้ไม่ได้) หน้าโง่จำอวดในแบงค์ชาติ กระทรวงการคลัง แก้ปัญหาค่าเงินบาทด้วยสติปัญญาระดับไขสันหลัง ที่ตอบสนองเป็นแต่แบบรีเฟลกซ์ ตรองผ่านรอยหยักไม่เป็น จนเงินบาทเป็นแบบทุกวันนี้ แถมขาดทุนแทรกแซงค่าเงินด้วยความโง่ไปร่วมสองแสนล้าน (บอกว่าแค่ตัวเลขในบัญชีครับ แต่หวังว่าความฉิบหายจะจำกัดอยู่เฉพาะในบัญชีด้วยละกันนะครับ อย่าให้เดือดร้อนถึงชาวบ้านเขา) เข้าตาจนทำอะไรไม่ได้ก็หาทางควักเงินที่เก็บมาตั้งแต่ ร. ๕ มาอุด แถมผู้หญิงหน้าผากเถิกที่เป็นผู้ว่าการยังหน้าด้านตอแหล (คำนี้เหมาะสุด) อีกว่า "ประเด็นปลีกย่อย" ผมว่าเล่นค่าเงินจนเป็นหนี้แสนล้าน ถ้ารักบ้านเมืองจริงและสะกดคำว่าความรับผิดชอบเป็น (อย่าแบบไอ้อุ๋ยที่ แม่ม "เรื่องนี้ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ" ) ควรเปลี่ยนไปกินข้าวแดงในซังเตซะนะครับ มันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐได้เยอะ เชื่อผมสิ!

ครับ พอค่าเงินแบบนี้ ความฉิบหายเบื้องแรกก็ลงใส่หัวชาวบ้าน ที่ทำมาหารับประทานกับอาชีพการเกษตร ราคาลง (หักเรื่องโกงตอนส่งออกออกแล้วนะครับ) เงินจะได้มาก็น้อย เงินมีน้อย ก็เลือกใช้แต่จำเป็นก่อน และก็ลดความจำเป็นลง ภาวะลูกโซ่ก็ตามมาทันที พ่อค้าแม่ขายก็ขายได้น้อยลง อย่างเพื่อนผมบ่นแหละครับ ตะก่อนขี้หมูขี้หมาวันนึงสี่พัน วันนี้แม่มทั้งวันได้สี่ร้อย! เอาไงละครับ

เริ่มจากชาวบ้านไม่มีตังค์เพราะราคาสินค้าเกษตรถูกลง เงินมีใช้น้อย สินค้าแพงขึ้น กระหน่ำซ้ำลงไป คนทำงานเงินคงที่แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่ม มันก็มาลงที่เดียวกัน คือ ใช้ได้น้อยลง คนค้าขายขายไม่ออก มันก็เลยอืดหนืดกันทั้งระบบ

นักเศรษฐศาสตร์ ภาครัฐ ก็ไปฟุ้งๆ กับจีดีพีจากการเติบโตของการส่งออก เอามาปลอบประโลมใจ โกหกตัวเองไปวันๆ ก็ยังดีแหละว้า ไม่แย่ไปทุกด้าน แต่ถามหน่อยส่งออกดีแล้วได้อะไร? เงินเข้ามาเหรอ? เข้ามาเป็นเงินไทยแล้วได้เท่าไหร่? เข้ามาแล้วไปที่ใคร? คนงานได้เงินเดือนเพิ่มไหม? ก็ไม่ ถ้าถามต่อว่าที่ส่งออกมากน่ะเซคเตอร์ไหน คำตอบยิ่งจพช้ำใจหนัก

ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วตลาดหุ้นฉิบหายแดงทั้งแถบ โรงงานส่งของออกได้น้อย มันอาจจะทำให้นักเศรษฐศาสตร์และรัฐบาลร้องพร้อมกันว่าแย่แล้ว คงเต้นเป็นเจ้าเข้า แล้วดาออกมาโวยวายกันทั่วทุกหน้า แต่ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ไม่กระทบใครเท่าไหร่นัก แต่หากชาวบานไม่มีตังค์ใช้จนเกิดภาวะอืดหนืดแบบนี้ นักเศรษศาสตร์ รัฐบาลเขาคงมองไม่เห็นความเดือดร้อน แต่นี่คือความฉิบหายของจริง

ท้ายสุดผมให้คำแนะนำแบบซ้ำเติมสถานการณ์ไปว่า "ลดให้หมด" อะไรที่ต้องจ่ายลดให้หมด ลบการนวดตัวเข้าสปาออก ลบช้อปปิ้งออก ลดอาหารตามร้านในห้างที่จานนึงมีเนื้อสี่ชิ้นราคาแปดสิบห้าออก ลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เท่ากับลดภาระการหาเงินเพิ่ม และเพิ่มความสามารถในการจ่าย เพราะอย่างน้อยจะมีสิ่งที่เรียกว่า "บัฟเฟอร์" อยู่

ป.ล. คุณป้าฟองสนาน จามรจันทร์ ทำนายแม่นๆ ไว้ว่าเลยเมษาปีหน้าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ

Posted in ว่าไปเรื่อย and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: boringdays for $9.94 discount

7 Responses to เพิ่มโดยลด

  1. Sittingbull says:

    ลดค่าโทรมือถือด้วยครับ แล้วถ้าอยากก้าวหน้า
    ให้ ใช้ เสื้อ ตัว ละ 99 บาท กางเกง 199 บาท กางเกงใน 29 บาท
    สักปีแล้วชีวิต จะดีขึ้น ตามสูตร
    เงินลบ = เงินเพิ่ม แล้วพอเงินเหลือจะเอาไปซื้ออะไรดีว้า :แลบ:

  2. n/e says:

    ผมสองสามปีมาแล้ว แทบไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลย จนแม่ว่า บ่นๆ แล้วก็ซื้อให้ :อ๋าย:
    เปลี่ยนมาใช้แฟซ่า อะไรๆ ก็เอาแค่พอจำเป็นไปฟุ้งเฟ้อ ลืมสบู่เหลว กลับมาใช้สบู่ก้อน เปลี่ยนจาก LM มาเป็นใบจากยาเส้น กาแฟสดต้มมากินกึ่งสำเร็จรูป ลดๆๆ จนพอขยับตัวได้บ้าง :ดอก:

  3. kohsija says:

    เป็นภาวะที่เจอกันถ้วนหน้าจริงๆครับ
    น่าเห็นใจ และเข้าใจ

    ลูกโซ่นี้ น่ากลัวจริงๆครับ

  4. kaprao says:

    เห้อๆๆๆ สงสัยต้องลดกาแฟสดวันละ 35 เป็นเนสกาแฟชง 12 บาทหน้า office ซ่ะแล้ว สัญญาว่าจะพยายามเพื่อเงินในกระเป๋าตัวเองค่ะ. :ฮือ:

  5. Trilobite says:

    :เบี้ยว:

    ฝากบอกเพื่อนคุณให้สู้ ๆ นะคะ

    ที่บ้านก็มีปัญหาค่าเงินบาทเหมือนกันค่ะ เซ็งมาก

  6. n/e says:

    เอาดอลล่าร์แลกหยวน เอาหยวนเข้ามา แลกเงินไทย น่าจะได้ปรโยชน์กว่า

  7. Trilobite says:

    :อ๋าย: ขอบคุณค่ะที่แนะนำ แต่ไม่ทันได้แลกเป็นหยวนหรอกค่ะ พอเงินเดือนเข้าบัญชีมา คนไทยที่นี่ก็กดมาใช้เลย :555+:

    ส่วนที่ทำงาน เงินเยน แลกเป็นบาท ก็ได้น้อยลง หายไปหลายเหมือนกัน
    ปีหน้าเจ้านายจะขอลดเงินเดือนหรือเปล่าก็ไม่รู้ :555+: