นับไปอีกไม่เกินกว่า ๑๐ นาที ก็จะสิ้นสุดอีกวันตามสมมติ (เคยสงสัยไหมว่าทำไมเขาเปลี่ยนวันกลางดึก ทำไมไม่เปลี่ยนตอนอาทิตย์ขึ้นหรือตก ..ไว้จะชวนคุยคราวหลัง) ก่อนจะพ้นวันมาฆะบูชาอยากจะเขียนอะไรที่หนักอีกเรื่องก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านไปหาอะไรเบา ๆ บ้าง
สังคมมนุษย์ (บางกลุ่มคนอาจจะอยู่ต่ำกว่าจะเรียกว่าเป็น “มนุษย์”) นั้น ไม่ว่าชาติพันธุ์ใด โดยพื้นฐานเป็นสังคมในลักษณะ และ/หรือมีวัฒธรรมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กลับกลอก” จริงเท็จอย่างไรลองสังเกตรอบตัวท่านดู
“กลับกลอก” ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน:
กลับกลอก ก. ไม่อยู่กับร่องกับรอย, พลิกแพลง, (ใช้แก่กริยาพูด) เช่น พูดจากลับกลอก, กลอกกลับ ก็ว่า.
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น (ตามความเข้าใจของเรา) อาจได้ทรงเห็นว่า พฤติกรรมและพฤติการณ์กลับกลอกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมนุษย์ อาจจะอยู่ในระดับสัญชาตญาณก็ว่าได้ และอาจจะทรงเล็งเห็นผลร้ายที่อันจะมีกับสังคม จึงได้ทรงบัญญัติเป็๋นสิ่งต้องห้ามสิ่งไม่พึงกระทำในศีลพื้นฐาน คือ ศีล ๕ ข้อที่ ๔
มุสาวาทา เวรมณี
การพูดจาโกหก กลับกลอกกลับไปกลับมานั้น เราพบเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เว้นเด็กเว้นผู้ใหญ่ มีหน้าตาฐานะทางสังคมอย่างไร และไม่มีกำแพงชนชาติ ตัวอย่างมีให้เห็นไม่น้อย ชัดสุดที่ไกลตัวเราหน่อย คือ ประธานาธิปดีของสหรัฐ จอร์ช ดับยา. บุช ที่ได้ชื่อว่าเป็นจอม “flip-flop” หรือสังคมไทยเราเองใกล้ ๆ ตัว เราก็เจอภาวะกลับกลอกชนิดรายวันหรือวันละสามเวลา แถมรอบดึก และระหว่างมื้อจากนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า ภาวะอาจจะขมวดและเข้มสุดคือช่วงปีหลังก่อนถูกขับไล่ ที่วันนึงพูดอย่างถัดมาก็พูดอีกอย่าง จนถูกเรียกว่าเป็น “เด็กเลี้ยงแกะ” พฤติกรรมเด็กเลี้ยงแกะว่าไปก็เป็นเสี้ยวหรือเซ็ตย่อย (sub set) ของ มุสาวาทา (หมายเหตุท้ายย่อหน้าว่า พฤติกรรมกลับกลอกของนายกฯ คนดังกล่าว อยู่ในระดับที่เป็นอนันต์หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า infinity คือ ยากที่จะนำมาไล่เรียงได้หมด)
ถ้าจะยกเอาตัวอย่างระยะใกล้ ไม่ไกลมือหยิบ อย่างกรณีของการจัดการปัญหาไอทีวี ที่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ มีการแจงไปทางหนึ่ง
ส่วนพนักงานจะรับโอนจากไอทีวี ซึ่งมีความสามารถอยู่แล้ว โดยรัฐจะจัดสรรงบกลางให้ สปน.ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งเงินเดือนพนักงาน ค่าผลิตรายการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรับโอนรายการของผู้ผลิตที่มีสัญญาอยู่กับบริษัท ไอทีวี
สองวันถัดมาอาจจะอยู่ช่วงเปลี่ยนเดือนหรืออย่างไรไม่ทราบได้ กลับเป็นไปอีกทางหนึ่ง
จะไม่ใช้งบประมาณของรัฐในการว่าจ้าง แต่ สปน.จะแบ่งกำไรจากการบริหารไอทีวีให้ อสมท ร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม อสมท ได้เตรียมเงินทดรองจ่ายไว้แล้ว 400 ล้านบาท หรือเดือนละ 100 ล้านบาท มาใช้ในการบริหารจัดการและเป็นเงินเดือนของพนักงาน
ขอเว้นที่จะไม่พูดถึงความผิดถูกในการแก้ไขปัญหา แต่ตั้งข้อสงสัยกับตัวเองบ่อยครั้งว่า ภาวะของสังคมที่สับสนที่เกิดจากพฤติกรรมกลับกลอกของผู้ใหญ่ในสังคมหรือเปล่า เรามองหน้าผู้ใหญ่เหล่านั้นแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า เขากำลังสอนลูกสอนหลาน เด็ก เยาวชน ซึ่งจะเข้าไปยืนแทนที่เขาในวันหน้าด้วยวิธีการเช่นนี้หรือ การสอนสั่งใดก็ตามเถิด จะหนังสือ จะตำหรับตำรา จะครูบาอาจารย์ มันไม่ส่งผลหรือได้ประสิทธิผลเท่ากับการทำให้ดู (ขีดเส้นใต้ตรงนี้ว่า โทรทัศน์อาจช่วยบรรเทาปัญหาได้ โดยการขึ้นข้อความประกอบด้านล่าง เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เยาวชนไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง)
เด็กมันจะเช่าโรงแรมเอากันในวันวาเลนไทน์ก็ปล่อยไปเถอะ ไม่ใช่สาระใหญ่ของสังคม และไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่พฤติกรรมสำเร็จความใคร่ (กระทำตามอยากโดยไม่สนใจถูกผิดหรือต้องกลับกลอกกี่ครั้งกี่คราว) ออกอากาศนั่นแหละเลวร้ายยิ่งกว่า เป็นภาระหนักของสังคมและเด็กก็แบกรับจนหลังแอ่น
(ชักไปไกลกว่าที่ตั้งใจจะเขียน — แต่ขอตั้งคำถามตอนท้ายว่า ถ้าทำดีให้เด็กดูไม่ได้ ผู้ใหญ่จะถือสิทธิ ความชอบธรรมใดไปตัดสิน ไปกำกับหรือไปด่าเด็ก)
วัฒนธรรมกลับกลอกที่มีและดำรงอยู่ในสังคมไทยที่แหละ คือ ส่วนหนึ่งที่พอจะบอกได้ว่าเมืองไทยไม่ใช่เมืองพุทธ ศีลเบื้องข้อ ๔ ยังห่างไกล แล้วจะบอกใครเขาอย่างไรว่าเราอยู่ในสังคมแห่ง “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน“

