หลายวันมานี้ทีมงาน “ฟิฟทีนมูฟ” ที่หลัก ๆ ก็พี่น้อง “คน-มี-นอ” สาละวนวุ่นวายอยู่กับเรื่องประเภท “เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองก้น” เพิ่งจะได้นอนเต็มตื่นบ้างก็วันสองวันมานี้ หลังจากรับกับปัญหาสารพัดกับเวลาจำกัดระหว่างการเตรียมสื่อสำหรับงานสัมมนาแสวงหาความจริงแผ่นดินเขาพระวิหารฯ
เอาเข้าจริงก่อนวันงานก็ได้นอนกันแค่ ๒ ชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่จะต้องรี่ไปที่โรงแรมเพื่อเตรียมอะไรอีกหลายอย่าง และก็ไปรับกับปัญหาที่คนไม่ต้องเตรียมงานสร้างไว้ให้ นั่นคือ จำนวนคนและสถานที่ ที่จู่ ๆ ก็มาเปลี่ยนเฉยเลย เรามายิ้มได้เอาก็ตอนที่ฉายวีดิทัศน์เสร็จแล้ว เพราะได้รับการตอบรับจากผู้ร่วมสัมมนาในบางระดับ
ที่ผมว่าทั้งไม่ได้กินและไม่ได้รองนั่งนั้น ไม่ได้มีเนื้อหาใหญ่ใจความอยู่ที่งานสัมมนา แต่ผมหมายถึงเรื่องปัญหาพิพาทกรณีพระวิหารโดยลำพัง
เคยพูดเปรย ๆ ที่ออกไปทางทีเล่นเสียมากกว่ากับพี่ ๆ น้อง ๆ ทีมงานว่า จะได้พื้นที่ ๔.๖ คืนมา หรือเสียพื้นที่ในอ่าวไทยเพิ่ม เราในฐานะประชาชนตัวย่อม ๆ ธรรมดา แทบไม่ได้ไม่เสียอะไรโดยตรง ทั้งเราก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ด้วย
แค่ประเทศเรามีขนาดเล็กลงอีกเล็กน้อยถ้าเสีย ๔.๖ ไป และถ้าลามถึงอีกหลายจุดที่นับรวมว่าประมาณล้านตารางกิโลเมตรนั้น ก็เทศไทยก็แค่เล็กลงอีกหน่อย และที่แน่ ๆ ไม่ลามมาถึงห้องเล็ก ๆ ที่ผมอาศัยใช้ชีวิต หรือไม่ลามถึงสวนยางที่พ่อแม่จะยกให้แน่ ๆ ..ก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนอะไร
ใครละแวกชายแดนที่จากเป็นคนไทยก็กลายเป็นคนไทยในเขมร อย่างเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับชาวเกาะกงมาแล้วครั้งหนึ่งมันก็เรื่องของเขา ..ถูกไหม?
ถ้าเราเสียพื้นที่ในทะเลไปอีกปริมาณหนึ่ง ที่เป็นแหล่งปริโตรเลียมที่ว่ากันว่าปริมาณมหาศาล ผมก็ไม่เห็นเหตุอีกว่า ประชาชนตัวเล็ก ๆ จะมีภาระในการดำรงชีวิตอะไรเพิ่มขึ้นไปกว่านี้อีกเท่าไหร่ หรือได้พื้นที่นั้นคืนมาก็ไม่ช่วยให้ประเทศนี้พัฒนาเจริญขึ้นได้สักกี่มากน้อย ค่าใช้จ่ายที่จะตรงหรืออ้อมกับปริโตรเลียมก็ไม่น่าจะต่างไปจากนี้
เพราะว่า ค่าสัมปทานก็ไม่ค่อยจะตกถึงประชาชนสักเท่าไหร่ เงินมาก็ถูกแปลงเป็นโครงการที่นักการเมืองคาบไปแดก น้ำมันและก๊าซเข้ามือ ปตท. พวกก็ขายแพงกว่าควรอีกโขอยู่ ดีไม่ดีลักไปขายต่างประเทศเสียด้วยซ้ำ เงินมันขูดขายเอาจากเราสุดท้ายก็ไปแบ่งปันจ่ายแจกให้บรรดาบิดาของพวกมันที่ถือหุ้นกันอยู่
เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ประชาชนไม่ได้อะไรเลย ..แต่ก็หาเรื่องลำบากให้ตัว
หาเรื่องลำบากมาใส่ตัวตั้งแต่ครั้งรัฐบาลสุนัขรับใช้ ป.ม. สมุนในต่อมลูกหมากไอ้หน้าเหลี่ยม เปลืองตัว เปลืองกาย เปลืองใจ เปลืองโอกาส และตังค์ในกระเป๋ากันไม่รู้เท่าไหร่ สุดท้ายก็ไปถูกพวกระยำมันย่ำยีบีฑาฆ่าแกงเจ็บตายกันไม่น้อยเมื่อเดือนตุลาที่จะครบรอบปีในไม่กี่วัน ในรัฐบาลน้องเขยสุนัขตัวเมียที่นิยมขโมยรถลูกไปซื้อตู้เย็นให้กิ๊ก
กรกฎา ๕๑ วันนั้น..เสียใจ ร้องเพลง “ไอ้ลูกหลานจัญไร” ก้องสะพานมัฆวานฯ หลังทำเนียบ ก็องค์กรค้าของเก่ายูเนสโก้รับขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ที่จอมพลสฤษดิ์ท่านไม่เคยได้ส่งมอบให้ แค่ล้อมรั้วไว้ กัมพูชาอยากขึ้นมา ก็หาทางขึ้นกันเอาเอง (แล้วการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในภายหลัง ก็เสร่อไปรื้อรั้วลวดหนามออกเพราะมันไม่สวย ขัดสายตานักท่องเที่ยว!!)
และในวันนั้น เราก็พอมีเพื่อนที่ก็รู้ว่าคบไม่ได้ เป็นชายหน้าตาดี การศึกษาดี เกิดในตระกูลผู้ดี เป็นแนวรบร่วมในประเด็นพระวิหารในรัฐสภา และก็มีทูตปากกล้าเป็นเพื่อนในสนามการต่อสู้ท้องถนน
จากที่เหมือนจะเป็นมิตร เมื่อเสวยในอำนาจวาสนาในตำแหน่งเสนาบดีใหญ่ ธาตุแท้ในหัวใจหรือในกมลสันดานก็พลันปรากฏ ที่เราร้องขอเมื่อเขาเข้ามาใหม่ ๆ ว่า โปรดอย่าได้ “สืบทอดนโยบายขายชาติ” เขาก็หาฟังไม่ ซ้ำร้ายชี้หน้าเพื่อนเก่าเป็นศัตรูและใช้ “ตีน” เขี่ย
เจริญรอยตามสมเด็จพ่อหน้าเหลี่ยมและสมเด็จตา ป.ม. ด้วยกลวิธีทำลายชื่อเสียงบ้าง บิดเบือนข้อมูล ปิดปากสื่อปกปิดข่าว จนถึงที่สุดปิดไม่ไหว เพื่อนจะไปเอาของเราคืน มันก็ยักคิ้วให้ “ไอ้ดำหอยนางรม” สมคบกับ “ไอ้ห้อย นายวอด” สั่งการผู้ว่าฯ ข้าราชการ เกณฑ์คนเกณฑ์ชาวบ้านมาดักตี ดักยิง รุมสะกัมทำร้าย แล้วก็ยกโขยงนักข่าวประโคมเรื่องบิดประเด็น
ในยุคหน้าเหลี่ยม รัฐบาล สื่อสารมวลชน และองคาพยบของราชการเคยเลวอย่างไร ล่วงถึงสมัยหน้าหมูปากหมา หรือหน้าจืดใจสัตว์ ก็เลวคงเส้นคงว่าอย่างนั้น
จวบมาถึง “รัฐบาลหน้าหล่อ” รูปรอยของความอุบาทว์ก็ไม่เปลี่ยน คงเส้นคงวา และเป็น “ลักษณาการ” เดียวกัน
ถ้าวันก่อนประณามว่าทักษิณขายชาติ สมัครขายชาติ นพดลขายชาติ วันนี้คำพูดเดียวกันก็ผันทางลมไปที่คนชื่อกษิต ภิรมย์ และชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ในสายตาประชาชนจำนวนน้อยหนึ่ง ณ วันนี้นั้น คนขายชาติลำดับล่าสุดคนหนึ่งนั้น นามสกุล..เวชชาชีวะ!!

นอกจากแผ่นดิน มันยังเอาอ่าวไทยไปขายสัมปทานให้ญี่ปุ่นอีก หรือรัฐบาลทำเป็นทองไม่รู้ร้อน???
หวังว่าตลาดนัดจตุจักรคงไม่โดนแถลงร่วมเป็นตลาดนัดมรดกโลกไปอีกอันนึงนะ ไม่งั้นคงจะอดช้อปปิ้งให้น้องแมว
ปล. นับถือความเสียสละของพี่น้อง คนมีนอ ค่ะ
@kasma:
จัดไปให้เขาหมด
เน้นว่าเจรจา และซื้อาวุธหมื่นกว่าล้านมาเพื่อเจรจา
เรื่องเสียสละนั้นไม่ขอรับ เอาเป็นว่า..หาเรื่องใส่ตัวมากกว่า อย่างที่บอก
ป.ล. พี่น้องคน-มี-นอ จะไปวางดอกไม้ที่ประตูพิชัย เช้าวันที่ ๗ ตุลา ไปกันเป็นการส่วนตัว