ปิ้งแมว เมื่ออ้วนเป็นโรคหัดแมว

ขอออกนอกเรื่องนอกราวสักหน่อยนะครับ สัปดาห์กว่ามาแล้วที่เจ้าอ้วน แมวสุดหล่อที่ใครเห็นใครก็รัก มีอาการผิดปกติ เริ่มที่อึเหม็นผิดแผกจากเดิม จากนั้นจากที่กินเป็นยักษ์เป็นมารเริ่มไม่ค่อยจะสนใจของกินสักเท่าไหร่ หลังๆ เอาอะไรมาให้ก็เมิน จนวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมาซึมผิดปกติไม่กระฉับกระเฉง อาเจียนวันละหลายรอบ คิดว่าคงต้องพาไปหาหมอแล้วอ้วนคงเป็นอะไรสักอย่าง บ่ายวันที่ ๑๒ ข้าวปลาไม่กินซ้ำอึเหลวจึงรีบพาไปหาหมอที่คลีนิกละแวกบ้าน หมอบอกว่ามีการติดเชื่อในกระแสเลือด (ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบบวม) มีอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร (มีอาการปาก ลิ้น เหงือกเป็นแผลร่วมด้วย นี่คือ สาเหตุที่ทำให้ไม่กินอะไร) อาการถ่ายเหลวหมอเรียกว่าอาการท้องเสีย ผมชักใจไม่ค่อยดีครับ เพราะเจ้าอ้วนไม่เคยฉีดวัคซีนอะไรเลย หมอบอกว่ามีความเสียง ๕๐/๕๐ ที่จะเป็นโรคหัดแมว (ติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหาร) หมอฉีดยาปฏิชีวนะและให้ยากินมาสองขนาน กับอาหารกระป๋องสูตรเข้มข้นสำหรับแมวป่วย แล้วให้ดูอาการนับไป ๕ วัน ถ้าไม่เป็นอะไรก็คือไม่เป็นโรคหัด (แล้วถ้าเป็นเลยห้าวันแล้วแมวผมจะเป็นไงหว่า)

พาไปและกลับบ้านด้วยความเครียดครับ เพราะเจ้าอ้วนสั่นเทิ้มไปทั้งตัวเนื่องจากไม่เคยออกจากบ้านเลย เจอรถราวิ่งบนถนนก็กลัวจนตัวสั่น ซ้ำอาการที่หมอบอกพาให้ผมเครียดหนัก เป็นห่วงเนื่องจากหัดแมวนั้นโอกาสไม่รอดมีสูง บวกกับปากอักเสบกินอะไรไม่ได้ ยิ่งจะพาให้อาการแย่หนักเข้าไปอีก

ยาน้ำที่หมอให้มาก็เป็นปัญหา เพราะเจ้าอ้วนไม่ยอมให้ความร่วมมือในการกินยา สะบัดทิ้งเลอะเปรอะไปหมด อาหารกระป๋องที่หมอบอกให้กินมื้อละครึ่งกระป๋องเหมือนนอกจากจะกินไม่ได้แล้ว รสชาติคงประมาณแมวไม่รับประทาน ไม่ชอบไม่ถูกปาก ..รุ่งเช้าผมโทรถามหมอว่าอาหารที่ให้มามีส่วนผสมของอะไร หมอตอบมาให้ชื่นใจว่าหมอก็ไม่ทราบให้ผมดูเอาจากข้างกระป๋อง!!

แล้วที่โอ่มาว่าเป็นสูตรเข้มข้นเป็นพิเศษ ย่อยง่าย สัตว์ป่วยกินแล้วฟื้นเร็ว หมอไปเอามาจากไหน ทั้งที่ไม่รู้ส่วนประกอบ กระป๋องเล็กๆ ประมาณกระป๋องผักกาดดองเล็กๆ นั่นแหละครับ ๑๑๕ บาท

วันนั้นเป็นวันที่แมวสีสวย น้องสาวเจ้าอ้วนหายออกไปจากบ้านด้วย (หายจ้อยไป ๓-๔ วัน)

วันที่ ๑๑ อาการแมวไม่ดีขึ้น ซึมหนัก เรี่ยวแรงลด ตัวเย็นกว่าเดิม (ชอบไปอยู่ที่เย็นๆ ด้วย) เช้าไม่อาเจียน ไม่ถ่าย ผมนึกว่าจะเอาไปฝากหมอเพราะโทรไปคุยด้วยแล้วตอนบ่ายๆ สอบถามเรื่องการบังคับให้กินอาหาร ผมถามไปแบบไม่แน่ใจ หมอตอบมาว่าหมอทำให้มันกินได้เพราะหมอเป็นหมอ (อธิบายเข้าท่าดี)

วันแรกที่พาอ้วนไปหาหมอใจผมก็ตะหงิดๆ ตอนหมออธิบายโรคหัด บอกให้ผมสังเกตอาการ แล้วบอกเดี๋ยวจะให้เอกสารประกอบ ไม่อธิบายละเอียดครับ บอกเดียวให้เอกสารไปอ่าน มีบอกว่าเดี๋ยวให้เอกสารไปอ่านมากว่า ๑๐ ครั้ง ในใจก็นึกว่าเอกสารต้องละเอียดแน่ เห็นหมอพูดย้ำๆ พอได้เอกสารที่ว่าก็พูดไม่ออก นับจำนวนคำเฉพาะเกี่ยวกับโรคหัดแมว ไม่น่าเกิน ๔๐ ตัวอักษร พอถามหมอเกี่ยวกับอาการแต่ละอย่างเพิ่มเติม หมอบอกก็บอกแน่ชัดไม่ได้ จำเพาะเจาะจงไม่ได้ว่าจะหมายถึงอย่างนั้นอย่างนี้ ..ถูกของเขาแฮะ

พอตกค่ำผมพยายามฝืนให้กินอาหารด้วยหลอดฉีดยาจนเกือบหมดครึ่งกระป๋อง กินยา สามชั่วโมงถัดมาอึเหลวหนักกว่าเดิม แถมอ้วกเอาของที่กินออกมาหมด ในอ้วกมีน้ำย่อยออกมาเต็มที่เลย

ตอนนั้นสามทุ่มครึ่งแล้ว โทรไปหาหมอที่คลีนิกปรากฎว่าไม่มีคนรับโทรศัพท์แล้ว พลิกอ่านที่ฉลาก อ้อ เขาปิดตั้งแต่สองทุ่ม อาหารแมวผมเป็นอย่างนี้ถ้าเอาไปฝาก ต้องให้น้ำเกลือ การต้องอยู่กับเจ้าของเท่านั้นและความดื้อ เอาไปฝากก็เหมือนเอาอ้วนไปทิ้งรอตาย ตัดสินใจว่าต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ของคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทรเข้าเบอร์ฉุกเฉิน รพ. สัตว์ ม.เกษตรฯ มีแผนกฉุกเฉินเปิด ๒๔ ชม.  (อยู่ด้านหลังสุดของ รพ. )

หมอจับเจ้าอ้วนขึ้นโต๊ะ (โต๊ะแบบนี้คุ้นมาก เพราะผมใช้ผ่าตัดบ่อย) เอาปรอดทิ่มก้นวัดอุณหภูมิ จับท้องดูลำไส้ ตรวจแผลปาก เจาะเลือดไปตรวจ เอาอึไปตรวจ จากนั้นให้น้ำเกลือแล้วพาเจ้าอ้วนไปปิ้งบนแผ่นความร้อน เอาผ้าห่มคลุมด้วย เพราะอุณหภูมิอ้วนอยู่ที่ ๙๒ องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ ๓๓ เซลเซียส) อุณหภูมิปกติของแมวต้องอยู่ที่ ๑๐๒ (๓๙ เซลเซียส) อ้อให้น้ำเกลือแล้วก็พ่วงเครื่องจ่ายสารอัตโนมัติให้กลูโคส ยาฆ่าเชื้อ และอะไรอีกอย่างจำไม่ได้แล้ว

ฉีอ้วน

ไปอยู่ห้องฉุกเฉินก็จริง แต่บรรดาสาวน้อยสาวแก่ที่มาสัตว์ตัวเองมารักษา มามุงมาถามเรื่องเจ้าอ้วนกันหลายคน ชมเป็นเสียงเดียวว่าสวยมาก หน้าตาดี เป็นแมวพันธุ์อะไร พันธุ์อะไรผมตอบไม่ได้ครับ เป็นส่วนผสมของอะไรก็ไม่รู้ ทุกคนก็พร้อมใจกันว่ามันตัวโตมาก หนักแค่ ๔ กิโลครึ่งเอง!!

ฉีอ้วน

ผมต้องเอาแขนโอบไว้ตลอด เพราะเจ้าอ้วนตื่นกลัวและจะหนี แปลกดีปกติชอบมานอนกอดขาแต่ไม่ชอบให้ถูกตัว คราวนี้โอบไว้ได้ นั่งเฝ้าจนตีหนึ่งอุณหภูมิจึงกลับเป็นปกติ ผลตรวจอึไม่มีพยาธิ มีโปรโตซัวอยู่เล็กน้อย ไม่มีอะไรผิดปกติ ให้กลับบ้าน รับยาสองสามอย่างและยาบำรุงเลือดและให้รอฟังผลตรวจเลือดรุ่งเช้า

นั่งรถกลับมาก็ไม่ไรครับ ไม่มีฤทธิ์มีเดช แต่พอถึงห้องปั๊บจัดแจงรื้อกรงทันที จะออกมาให้ได้ ไม่อยู่ ไม่ยอม ห้ามไม่ฟัง พอผมเปิดกรงปั๊บวิ่งหนีจนสายน้ำเกลือหลุด แถมไปเกี่ยวกับเชือกอื่นอีกจนผมต้องแปแก้ พากลับมาเข้ากรงซ่อมสายน้ำเกลือเหมือนไม่ได้เรื่อง น้ำเกลือรั่วไม่เข้าในเส้นเลือด เครียดสิครับ ตัดสินใจค้นหาว่าคลีนิกใกล้ๆ ที่ไหนเปิด ๒๔ ชม. บ้าง เจอมาที่ลาดพร้าว ๙๔ ขึ้นแท็กซี่ไปอีก หมดค่าปรับเข็มไปอีกร้อยนึง กลับถึงห้องจะตีสาม นอนก็ไม่ได้นอน สุดท้ายต้องเอาหลอดไฟมาอังอบให้อ้วน ผมก็ต้องนอนเอามือถูกตัวด้วย เผลอเอาออกอ้วนรู้สึกตัวจะงอแง ปกติไม่ค่อยให้ถูกเนื้อถูกตัว พอไม่สบายเป็นไปได้ทุกอย่าง ต้องอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ ตลอดจนเช้า กะว่าจะรีบพาไปหาหมอ เจ็ดโมงจะให้กินยากินอาหาร อ้วนดันหลับสนิท กว่าจะได้ไปก็เกือบสิบโมง

ธรรมดาของโรงพยาบาลครับ ต้องรอนานหน่อย ผมได้บัตรคิวที่ร้อยสี่สิบกว่า ตอนนั้นเขาอยู่ที่คิวร้อยต้น กว่าจะได้ตรวจก็เที่ยงกว่า ที่โรงพยาบาลเป็นวันของหมา ทั้งวันมีแมวแค่ ๔ ตัว หมอ-เจ้าหน้าที่ตรวจและดูแลอย่างดี กลับบ้านมีแรงเที่ยวตามปวน-งอแงกับหมา (เจ้าปีใหม่ได้) ตอนดึกผมไปได้สวยกลับมาหลังจากหายจากบ้านไปหลายวัน อ้วนคึกใหญ่ตามกวนสวยไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ผมต้องคอยห้ามอยู่ตลอด กลายเป็นว่าเป็นอีกคืนที่ไม่ได้นอน

วันถัดมาผมไปสายอีกตามเคย กว่าจะถึงโรงพยาบาลก็จะ ๑๑ โมง คราวนี้ได้บัตรคิวร้อยแปดสิบกว่า วันนี้ดีหน่อยมีแมวเยอะขึ้น กว่าจะเสร็จก็โน่นเลย บ่ายสี่โมง วันนี้ค่อยมีแมวมากขึ้นหน่อย ปกติวันหยุดคนจะพาสัตว์เลี้ยงไปเยอะ ใครจะไปควรรีบไปแต่เช้า วันนี้อ้วนถูกให้น้ำเกลือใต้ผิวหนัง ฉีดยาอีก ๑ เข็ม ระหว่างให้น้ำเกลือและกำลังจะฉีดยา อ้วนดันกระโดดขึ้นฝาผนัง เพราะผีเสื้อที่นาฬิกามันหมุนๆ อยู่ เจ้าหน้าที่ตกใจกันหมดเลย กลายเป็นเรื่องฮากัน

แมวอ้วน

วานนี้หมอนัดเป็นรอบสุดท้าย ผมไปถึงตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ได้บัตรคิวที่สี่สิบกว่าๆ ค่อยดีหน่อย ได้ตรวจเป็นชุดที่สอง อ้วนเป็นที่รู้จักของเข้าหน้าที่ไปเรียบร้อยและเพราะไปหลายวันติดกัน และวันนี้เจ้าหน้าที่ผู้ชายที่ใจดีมากบอกว่าโชคดีมาก อาจารย์หมอลงตรวจเอง อาจารย์หมอคุมนิสิตสองคนตรวจ อ้วนโชคดีผมก็พลอยได้ความรู้ในการตรวจโรคไปด้วย ใช้เวลาไม่นานมากครับ ไม่ต้องฉีดยา อาจารย์หมอบอกว่าอ้วนแข็งแรงดีมาก ได้แต้มความสมบูรณ์ ๓.๕/๕ เป็นแมวอายุแค่ปีเดียวแต่น้ำหนักดีและตัวโต ไม่ถึงกับอ้วน อ้อ อาจารย์หมอบอกไม่มีค่าใช้จ่าย กลับบ้านได้เลย อีกสองอาทิตย์ให้พามาฉีดวัคซีน

อาจารย์หมอสรุปว่าอ้วนเป็นไข้หัดแมวครับ แต่บอกว่าโชคดีมากที่นำมารักษาไว โรคนี้ไม่มียารักษา ต้องรักษาตามอาการและต้องรีบรักษา เร็วเท่าไหร่โอกาสรอดมีมาก หากปล่อยไว้เนิ่นนานจะไม่มีโอกาสรอดเลย

คำแนะนำสำหรับท่านที่มีสัตว์ป่วยและต้องการนำไปรักษาที่ สามารถโทรติดต่อโรงพยาบาลได้ที่ ๐-๒๙๔๒๘๗๕๖-๙ หากต้องการติดต่อห้องฉุกเฉิน ให้ต่อ ๒๑๑๙ ระหว่างกรมส่งเสริมฯ กับ ส.มก. (สมาคมศิษย์เก่าเกษตรฯ) เจ้าหน้าที่และหมอดูแลอย่างดีครับ ไม่ต้องกังวล ค่ารักษาพยาบาลไม่แพงแค่หลักร้อย และเท่าที่ทราบไม่มีการรับฝาก ต้องพาไปกลับเองตามที่ที่หมอนัด ส่วนโรคหัดแมวนั้นทางที่ดีฉีดวัคซีนเสีย เข็มละ ๑๐๐-๒๐๐ บาท ไม่มากมายนักถ้าต้องเทียบกับความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการรักษา (ผมหมดไปเกือบสามพัน) อย่านิ่งนอนใจว่าไม่มีข่าวว่าระบาดหรือแมวไม่ได้ออกไปไหน โรคนี้เป็นทั้งปีครับไม่ได้ระบาดเป็นครั้งคราว

ป.ล. คำอธิบายเกี่ยวกับโรคหัดแมวที่เขียนไว้ละเอียดมากอ่านได้ และ ““ครับ

Posted in ชวนนอกเรื่อง and tagged . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Click the image below for Shared Hosting ONLY $2.48/month

7 Responses to ปิ้งแมว เมื่ออ้วนเป็นโรคหัดแมว

  1. เอ๊ะ says:

    ดีใจด้วยค่ะลุงที่เจ้าอ้วนหายดีแล้ว

    ประสบการณ์การพาแมวไปหาหมอ และป้อนยา แต่ก่อนเอ๊ะก็ไม่มีเลยเหมือนกันแหละค่ะ
    ตอนที่หมอบอกว่า ต้องป้อนยา..ช็อคซีนีม่า :ดำๆ: ..ตรูจะป้อนไงฟระเนี่ย.. :ดำๆ:
    จนเจ้าเกรย์ทำหมัน เจ้าทองขาหัก เจ้าสามเป็นไวรัสช่องท้องอักเสบ

    เรียกได้ว่าตอนนี้ เอ๊ะป้อนยาแมวได้แบบสบาย ๆ เลยแหละค่ะ
    ไม่ว่าจะยาเม็ด ยาน้ำ
    แต่อิเรื่องน้ำเกลือนี่ไม่เคยค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าต้องให้น้ำเกลือ ทางรพ.สัตว์ ขอนแก่น (ซึ่งอยู่ในมข. ดีมาก ๆ เหมือนกันค่ะ ไม่แพง และทำแผลเรียบร้อย เจ้าหน้าที่น่ารักกันทุกคนเลย :ยิ่มแฉ่ง )
    ทางรพ.เค้าจะให้อยู่ที่รพ. ค่ะ

    เดี๋ยวพาน้องแมวไปฉีดมั่งดีฝ่า

  2. n/e says:

    ป้อนยากจะตาย ถ้าจับตัวได้จะปิดปากสนิทแล้วเบือนหน้าหนี :ฮือ:

  3. เดียเองนะ says:

    นึกภาพออกเลยค่ะ เวลาเค้าป่วยแต่ละทีเจ้าของไม่ต้องนอนเลย ยินดีด้วยนะคะที่เค้าหายแล้วและน้องสาวสวยก็กลับบ้านแล้ว

    ที่บ้านเลี้ยงม.หมา ไว้ 3 ตัว เจ้าตัวกลางไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก ๆ เลย…ไม่สบายที เจ้าของก็มีรอบตาเหมือนหมีแพนด้าเลยค่ะ

    เลี้ยงแล้วก็รักผูกพัน ๆ

  4. Sittingbull says:

    อ่านแล้วเหนื่อยแทน เอ๊า ประกาศให้ตรงนี้เลยว่า สาวสวยคนไหนสนใจหนุ่ม เน ขอยืนยันว่าเป็นคนดีแน่นอน นี่แค่ขนาดแมวถ้าเป็นแฟนหรือภรรยาจะขนาดไหน :ยิ่มแฉ่ง

  5. n/e says:

    @Sittingbull
    ออกโรงเชียร์กันขนาดนี้เลยพี่เรา :แลบ:

    @เดียเองนะ
    ที่ห้องมีหมา๑ เดิมมีแมว ๔ (ตอนนี้เหลือ ๒ อีก ๒ หมาอื่นงาบไป) ส่วนบ้านที่ใต้มีหมา ๑ โขยง
    แรกทีเดียวก็ไม่ได้คิดว่าจะลำบากขนาดนี้ครับ แต่ไม่อยากให้เป็นอะไรไป อยู่กับเราๆ ก็รักอย่างที่เดียว่า สองตัวที่หมางาบไปยังเสียใจจนถึงวันนี้

  6. ทองหล่อ กำลังเป็นหัดแมว says:

    ตอนนี้แมวที่บ้านกำลังเป็นอยู่(อายุได้ 6เดือนเอง) ตอนแรกมันโดนรถชนมาไปรักษาคลีนิกใกล้บ้าน แล้วเค้าทำหนังสือส่งตัวให้ที่ จุฬาเลย เรากับแม่ไปวันนั้นเลยประมาณ 21.00น
    เข้าห้องฉุกเฉิน ให้ออกซิเจนเลย+น้ำเกลือ แล้วให้กลับบ้านประมาณตี1กว่าๆ และก้อนัดไปทุกๆวัน ประมาณ 1อาทิตย์อาการดีขึ้นเดินได้แต่ระบบประมาณมีปัญหานิดหน่อย ค่อยๆๆรักษาจะดีขี้น จากนั้นประมาณ 5วันน้องทองหล่อเริ่มมีอาการท้องเสีย+อาเจียนหลายรอบมากเลยจนต้องไปรพ.จุฬาอีกหมอบอกว่า 50/50 ตอนนั้นเริ่มทำใจแล้วอะ ไปหาหมอทุกวันให้น้ำเกลือตอนนี้ก้อวันที่ 5 แล้วก็ดีขึ้นบ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร T_T

  7. n/e says:

    โรคหัดแมวถ้าเป็นกับแมวเล็กจะอันตรายมาก โอกาสรอดน้อย ขึ้นกับว่าพาไปหาหมอเร็วแค่ไหน หมั่นสังเกตอาการหน่อยนะครับ ถ้าปากเป้นแผลร่วมดด้วยทานอาหารไม่ได้ ลองเอานมและอาหารเจลป้อนกับหลอดฉีดยานะครับ อาหารเจลราคาราว ๒๖๐ แพงหน่อย แมวไม่โปรด แต่ช่วยได้เยอะ สังเกตถ้าอุณหภูมิลดเอาไปอังหลอดไฟก็ได้ครับ