เสรีภาพของคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา

Date ลำดับที่ 388 • 23 April 2008 - 17:51

คราวก่อนโน้นผมเคยพูดถึง ชี้ไปที่ความเป็นธรรมธาติที่จะมีผู้นำฝูง เผ่า ในการดูแลอาณาเขต เผ่าพันธุ์หรือแม้แต่ชนชาติ ว่าจะเขียนให้จบสุดท้ายไม่ได้เขียน ล่วงเลยมานานจนได้เห็นข่าวกระตุ้นจากยามเฝ้าแผ่นดินวานนี้ พูดถึง “เด็ก” คนหนึ่งชูป้าย “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญกรรม” วิธีสร้างคำสวย ฟังแล้วเท่ ลักษณะนี้เห็นบ่อยในระยะหลัง โดยที่จริงได้รับรู้เรื่องราวของเด็กพวกนี้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ ใน “ประชาถ่อย” “ถ่มน้ำลายรดฟ้า” หรือ และคณะ หลายครั้งหลายคราว โดยเฉพาะการโจมตีสถาบันแบบ “ไร้วุฒิภาวะ” หยาบคาย ให้ตรรกะเหตุผลแบบ “คนเอาแต่ใจ” หรือ “เด็กไม่รู้จักโต” พูดถึง “บรมครู” อย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สาดเสียเทเสีย บ่อยครั้ง

โชติศักดิ์

อิสระภาพมีอยู่ในทุกตัวคน แต่สังคมมีรากความเป็นมา มีกรอบ ขนบ ธรรมเนียมถือปฏิบัติ ใช่ว่าใครจะทำอะไรตามแต่ใจไปได้ทุกเรื่อง หรือสักแต่ว่า “คลั่งในความคิด” ของตัวได้ในทุกขณะ เวลา

ผมไม่ค่อยกระจ่างความหมายของคำว่า “ลิงได้แก้ว ไก่ได้พลอย” และ “กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา” นัก กระทั่งเห็นความคิดอ่านของเด็กพวกนี้ เอาเป็นว่าไม่ขอลงรายละเอียดการกระทำของกลุ่มคณะนี้นะครับ เพราะถ้อยความส่วนใหญ่หยาบและต่ำ โดยระยะหลังมี “ลูกเจี๊ยบ” เกิดใหม่ สมทบเป็นสาวกใน “เล้า” แคบๆ จำนวนหนึ่ง เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัย

การที่ชนใด เผ่าใด ชนชาติ ชาติพันธุ์ใดจะดำรงอยู่ได้ในขอบเขต อาณาเขตพื้นที่หนึ่งใดได้ เกิดมาจากปัจจัยอะไรบ้าง? ถ้าเราได้ย้อนมองวิวัฒนาการของมนุษย์จากงานศึกษาทางวิทยาศาสตร์และโบราณวิทยาหลายชิ้น เราจะเห็นความจริงประการหนึ่งว่า มีการขยายเผ่าพันธุ์ จับจองอาณาเขต มีการสถาปนาผู้นำ และพัฒนารูปแบบของผู้นำเป็นหลากหลายรูปแบบ ผู้นำในแต่ละช่วงยุคไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่มีคุณลักษณะบางอย่างในการนำพาเผ่าพันธุ์ของตน วิวัฒนาการเรื่องผู้นำ ผ่านความเชื่อ และวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม อารยธรรม ที่ปลายสุดพัฒนาเป็น “กษัตริย์” ในหลากชื่อเรียก ในหลากความหมาย และค่านิยม อยู่ในรูปฟาโรห์ ซีซาร์ จักรพรรดิ ฮ่องเต้ ราชา ฯลฯ ในฐานะสมมติเทพ โอรสวรรค์ ข่าน บุตรพระเจ้า เทพ ฯลฯ ขึ้นกับการพัฒนาผสมผสานและแลกเปลี่ยนอารยธรรม

การสืบทอดมีหลากรูปแบบ การคัดเลือกตามเงื่อนไขต่างๆ การสืบสายโลหิต การแก่งแย่งฆ่าฟัน ฯลฯ มีเกิดขึ้นเสมอในทุกประวัติศาสตร์ชนชาติ ผู้เข้มแข็งเท่านั้นที่ขึ้นเป็นใหญ่และเขียนประวัติศาสตร์ ดำรงชนชาติ (ไม่นับรวมประเทศเกิดใหม่ที่ไม่มีรากเหง้า อย่างสหรัฐอเมเริกา ออสเตรเลีย และอื่นๆ)

ชนชาติไทย เผ่าพันธุ์ไท-ไทย อาศัยและครอบครองอาณาเขตแถบนี้มานานหลังยุคอารธรรมเก่าอย่าง ทราวดี ศรีวิชัย และอื่นๆ เราเรียนประวัติศาสตร์มาว่าเราเริ่มที่กรุงสุโขทัย หลังความเสื่อมถอยเกิดอาณาจักรใหม่ทางตอนใต้ที่รุ่งเรืองขึ้นมา อย่างอยุธยา ผ่านช่วงของการแพ้สงครามเป็นเมืองประเทศราช ผ่านการประกาศอิสรภาพ ผ่านการทำสงครามรักษาขอบขัณฑสีมา การทำสงครามขยายอาณาเขต ผ่านการเมืองสงครามภายใน การเปลี่ยนราชวงศ์ การสร้างศิลปะ ภาษา เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ หลากหลายครั้ง และสิ้นสุดที่การล่มสลาย กระทั่งพระเจ้าตากสินกอบกู้ สถาปนากรุงธนบุรี และที่สุดเปลี่ยนราชวงศ์ (ด้วยวิธีใดก็แล้วแต่) ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ที่เราอยู่ตราบวันนี้

ความหมายของอาณาจักรแต่เดิมต่างไปจากความหมายของคำว่าประเทศในวันนี้ ทำให้เราส่วนใหญ่รับรู้แค่ว่าเราเป็นคนไทย ซึมซับวิธีคิดเรื่อง “ประเทศ” และค่อยๆ ลืมเลือนความหมายของการเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ — ชื่อเพราะนะครับ คุณว่าไหม?

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เราดำรงความเป็นเผ่าพันธุ์-ชนชาติของเราไว้ได้โดยไม่ถูกกลืนกิน ไม่ตกเป็นของ ไม่อยู่ในสภาพเป็นชนส่วนน้อย อย่างไทยใหญ่ในรัฐฉาน อย่างมอญในพม่าและไทย อย่างทิเบตและมองโกลในจีน หรือหายไปอย่างขอม-เขมรโบราณ? อะไรคือปัจจัยที่ว่า?

ขยับเข้ามาที่ประวัติศาสตร์อันใกล้ ระบบกษัตริย์ในอินเดีย พม่า ล่มสลายลงไปเพราะพ่ายแพ้สงครามกับโจรจักรวรรดิ์เก่าอังกฤษ เวียดนาม กัมพูชา ลาวเป็นแบบเดียวกันแต่เพราะโจรฝรั่งเศส ระบบจักรพรรดิ์จีนล่มสลายเพราะการพัฒนาไปสู่ความเสื่อมและอ่อนแอ กัดกินตัวเองจากภายในไม่ใช่การทำสงครามกับอังกฤษเป็นด้านหลัก

ระบบกษัตริย์ในยุโรปส่วนใหญ่ถูกโค่นล้มเพราะพัฒนาไปสู่ความเสื่อมในลักษณะไม่ไกลไปจากจีน โดยเฉพาะเป็นอยู่อย่างฟุ้งเพ้อ สร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง กดขี่และทำร้ายราษฎร สมคบหรือตกอยู่ภายใต้อาณัติของศาสนจักร

ลองย้อนดูประวัติให้ชัดเถอะครับ การปฏิวัติรัสเซีย ฝรั่งเศษ หรือที่อื่นๆ ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ฐานคิดเรื่อง เสมอภาพ ภารดรภาพอะไรเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยโดเดี่ยวแปลกปยกจากบริบททางสังคม ทั้งหมดมีรากมาจากแรงบีบที่สังคมชั้นสูงกระทำต่อชนชั้นล่าง ต่อราษฎร ถ้าสรุปอย่างสั้นสุดการที่ระบบกษัตริย์ไม่สามารถตั้งอยู่ได้ ในหลายประเทศเป็นเพราะการไม่ตั้งอยู่ในธรรม ไม่ได้ทำหน้าในการปกปัก ปกป้องราษฎรแทบทั้งสิ้น เว้นแต่บางประเทศที่พ่ายแพ้สงครามและหมดบทบาท

และที่ระบบกษัตริย์ดำรงอยู่ได้ในไม่กี่ประเทศนั้น บางส่วนเพราะการประณีประนอม ยอมลดบทบาท ลดสถานะ หรือการน้อมรับด้วยระลึกบางประการของสังคม ถามว่าประเทศไทยผ่านการลดบทบาทและน้อมรำลึกในช่วงจากการเปลี่ยนแปลงหรือจะเรียกว่าปล้นการปกครองก็ตามแต่ ทำไมระบบหรือสถาบันกษัตริย์จึงดำรงอยู่อย่างเข้มแข็ง เป็นที่ศรัทธาของปวงชน (แม้บางช่วงตกต่ำ ถูกหมิ่นแคลน และอยู่ในสถานะที่ล่อแหลม โดยเฉพาะช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คิดระยะเวลาประมาณ ๓๐ ปี)

ผมไม่เชื่อว่าเพราะคนบนแผ่นดินนี้ไม่มีปัญญา ผมไม่เชื่อว่าเพราะคนบนแผ่นดินนี้ไร้การศึกษา เพราะอย่างน้อยเรามีภาษาของเราใช้ มีภูิมปัญญา อารยธรรมและวัฒนธรรม

ถามอีกที ทำไมเราถึงสามารถดำรงความเป็นชนชาติ ชาติพันธฺุ์ และครอบครองขอบขัณฑสีมาเอาไว้ได้ และดำรงความเป็นรัฐชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะด้วยเหตุใด เรายืดอกพูดได้ว่าเราเป็น “คนไทย” อยู่บน “ผืนดินไทย” เพราะด้วยเหตุใดกัน

ช่วยพิจารณาให้ถ่องแท้เถิดครับ ด้วยกำลังสติปัญญาของท่าน ใช่สักแต่ฝันเพ้อและเสพ “ปวงมหาประชาชน” อุดมคติอุดมการณ์ที่ไม่เคย “เป็น-อยู่-คือ” และดำรงอยู่จริงในชนชาติใด ประวัติชาติใด หรือแม้แต่ประวัติของมวลมนุษยชาติ

ประชาธิปไตยของปวงชนในลักษณะอาการของกลุ่มไม่เอาระบบกษัตริย์ไม่เคยมีไม่เคยเกิดขึ้น แม้ประเทศเจ้าตำหรับประชาธิปไตย อย่างอังกฤษ อเมริกา (อเมริกาที่แตกเป็นสองซีกสองเสี่ยง ไม่เอาบุชไม่เอาสงครามแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้หมดวาระ แล้วจากนั้นก็ถูกหลอกแล้วหลอกอีก)

วันนี้บางกลุ่มคนพยายามจะหนีจากและประณามศักดินาว่า “ล้าหลัง” และเรามุ่งไปหาสิ่งไหนกันหรือ ความเท่าเทียมของคนเล็กๆ ทุกคนในสังคม หรือชนชั้นนำอีกกลุ่ม กลุ่มอำนาจอีกกลุ่ม ประเทศอย่างอเมริกาถูกนำโดยชนชั้นนำและกลุ่มผลประโยชน์หลายกลุ่ม นำพาประเทศด้วย “อคติ” และ “ความอ่อนแอ” ชนิดหนึ่ง ไม่เคยถูกนำโดยคนเล็กๆ ในสังคม และสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นไม่ว่ากับสังคมใด หรืออาจจะเกิดขึ้นแต่ก็ดำรงอยู่ได้แค่ชั่วครู่ชั่วคราว สิ่งนี้เป็นกฏธรรมชาติ เป็นกฎแห่งอำนาจ ปวงมหาประชาชนไม่เคยเกิดขึ้นจริง

หากจะรับความคิดตะวันตก หรือแนวคิดลัทธิเหมา ก็ขอพิจารณาให้ถ่องแท้เถิดว่า “รากที่แท้” ของแนวคิดนั้นๆ ลัทธิ อุดมการณ์นั้นเกิดจากสิ่งใด รากฐานเป็นอย่างไร ไม่ใช่รับเอามาย้อมผม เอามาใส่หัวอย่างลอยๆ

คนอย่างโชติศักดิ์ อ่อนสูง คนอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คนอย่าง คนอย่างเหลี่ยม และคณะ คนเหล่านี้นอกจากไม่เคยเป็นประโยชน์อะไรต่อบ้านเมือง ความพยายามล้มล้างทำลายสถาบัน มองได้เพียงอย่างเดียว และแม้จะอ้างว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่เป็นสิทธิและเสรีภาพของคนจำพวก “กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา” เพียงเท่านั้น และความเคลื่อนไหวเหล่านี้มองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากทำลายความเป็นชาติให้ย่อยยับอับจน

ป.ล. สมศักดิ์ เคยถือโอกาสอย่างน่าละอาย ฉกฉวยโอกาสตำหนิสมเด็จพระพี่นางฯ ยกภาพเก่าในหนังสือพิมพ์ทำทีเปรียบเทียบสิทธิเสรีภาพสื่อ เป็นอาจารย์ประวัติศาสตร์ที่น่าละอายที่ยกตัวอย่างจะเฉพาะด้านที่ได้ประโยชน์ โดยทำเนียนไม่ยอมอธิบายบริบทสังคมขณะนั้นให้ครบถ้วน ซึ่งจะเห็นภาพจริงว่าทำไมสื่อขณะนั้นถึงกล้าจาบจ้วงสถาบัน ซึ่งไม่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพสื่อแม้แต่น้อย



3 ความเห็น ใน “เสรีภาพของคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา”

  1. Sittingbull ว่า:

    ลองวิเคราะห์ ดูดีๆ ว่าคนพวกนี้มีปมอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า หรือแค่คิดว่ากูหรอย :ม่ายๆ:

  2. ความเป็นชาติ | Boring Days ว่า:

    [...] ขณะที่คนบางกลุ่มพยายามอย่างหนัก ในหลายรูปแบบเพื่อล้มล้าง ลดบทบาทความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วย “ข้ออ้าง” นานัปกระการ ที่ผมสรุปความไว้ว่า เป็นความคิดของคนที่กินบนเรือนแต่ขี้รด… [...]

  3. FooLsHanG ว่า:

    คนพวกนี้ไม่รู้จักบุญคุณหรือไงพวกมันวันๆทำอะไรนอกจากนั่งอยุ่บนโต๊ะค่อยหาโอกาสสำเดิมคนอื่น แล้วยังทำปากดีอีก

ร่วมคิดร่วมคุย

คิดอย่างไรว่าไปเถอะครับ อยากรับฟัง แต่ขอร้องอย่าเกรียน อย่าตะแบง รังเกียจนักแล..

XHTML: คุณสามารถใช้ tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ใส่อารมณ์: :แว่นดำ: :ดำๆ: :ดอก: :เหล่: :เบี้ยว: :กล้วย: :ยิ่มแฉ่ง :ฉงน: :ฮือ: :หื่นๆ: :555+: :แง่: :อ๋าย: :แลบ: :ม่ายๆ: :Oo: :แม่มๆ: :ขยิบ: