เลือกตั้ง..เลือกอะไร

วานนี้เจอใครใครก็ถามเรื่องเลือกตั้งล่วงหน้า เห็นออกจะครึกครื้นกันดี คุณว่าแปลกไหมคราวนี้ทำไมใครๆ ถึงนึกอยากจะไปเลือกตั้งกัน ฟังความจาก กกต. (รุ่นประณีประนอม) เห็นว่ามีคนลงชื่อเลือกตั้งนอกเขตร่วมสองล้าน ตัวเลขเลือกตั้งต่างแดนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากราวสองหมื่นเป็นหลักแสน ผมจำตัวเลขไม่ได้

ทำไมคนถึงอยากไปเลือกตั้ง? ทั้งที่เห็นว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้มีอะไรวุ่นวายน้อยลงกว่าเก่า มากสุดแค่เปลี่ยนจากระบบของทหาร กลับไปเป็นประชาธิปไตยแต่ในนาม เละๆ วุ่นๆ อย่างที่เป็นสมัยรัฐบาลผสมคลุกด้วยส่วนผสมของขี้แพ้ชวนตีหาเรื่องไม่เลิก แถแหลก แดกดัน

หลายคนที่นับตัวว่าเป็นชนชั้นกลางอาจจะตะขิดตะขวงใจหรือไม่เต็มใจรับการเลือกตั้งอันเป็นผลสืบเนื่องจากการรัฐประหาร  ผมเองแม้เป็นคนชั้นล่างและเซ็งจิตกับคณะรัฐประหาร คมช. ชุดนี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็น "เผด็จการทหาร" อย่างที่ใครพยายามแหกปากป่าวร้อง ..ไร้สาระ..จะเป็นเผด็จการทหารก็ได้แต่นิตินัย แต่โดยพฤติการณ์กลายกลับเป็นคนละเรื่อง แรกเริ่มเดิมทีเข้าใจว่าเขาคงเข้ามากวาดบ้านกวาดเมืองอย่างที่ประชาชนหวัง เห็นพูดดีแต่ค้น บุคคลิคน่าเชื่อถือ ซื่อๆ ที่ไหนได้ "คดในข้อ" พอๆ กัน ผมไม่มีคำถามเรื่องทหารยศพลเอกเป็น ผบ.ทบ ว่าทำไมมีเงินเป็นร้อยล้าน เพราะมันเรื่องปกติของปลวกของชาติที่ชื่อว่าทหาร เขากินมาตั้งแต่เป็นนายพันตัวน้อยๆ กินที่นอน พัดลม แอร์ ประมูลซ่อมโน่นนี่ เรื่อยจนถึงอาวุธหนักนั่นแหละ กินกันแบบในพี่ในน้องแบ่งๆ กัน มันก็เงียบๆ คนไม่ค่อยรู้ หรืออย่างสอบนายร้อยอะไรนั้น หลังผลข้อเขียนออกเมื่อนั้นก็เข้าลู่เตรียมวิ่ง ว่าไปแล้วไม่ได้ต่างไปจากข้าราชการสำนักงานอื่นหรอก มหาวิทยาลัยก็ไม่เว้นครับ โดยเฉพาะตัวโตๆ อย่างอธิการบดี หรือจะตัวจ้อยๆ อย่างกองพัสดุ นี่ก็กินเนียนๆ ทุกครั้งที่ซื้อของ

ชาวบ้านออกจะหวังว่าภาพของสนธิบังที่ดูจะซื่อๆ น่าจะไม่เข้ามาแล้วไม่กินกระมัง แต่ก็ผิดหวังกันไปเป็นแถบๆ เพราะไอ้ที่กินเองหรือไม่ไม่ปรากฎชัด (ยกเว้นเรื่องรถหุ้มเกราะ) แต่คนรายรอบกินกันพุงย้อย จะซื้อโน่นนี่ของทหารสังกัดไหนๆ ที่เห็นเป็นข่าวนั่นแหละ (เห็นด้วยที่จะซื้อครับไม่ขัดข้องเลย จะซื้อเท่าไหร่ซื้อไป แต่อย่ากินได้มะ) ในรัฐบาลที่ประกอบด้วยทหารเก่าก็ฉาวโฉ่ ตั้งแต่เรื่องซื้อเครื่องบินการบินไทย เรื่อยมาจนที่ดงที่ดินเซ็นทรัล รถหุ้มเกราะยูเครน ฯลฯ เบื่อจะสาธยายครับ แต่สรุปว่าสันดานคดในข้องอในกระดูนี่ไม่ทิ้ง

จำนวนเงินในบัญชีรายงาน ปปช. ของสนธิ บัง สะท้อนตัวเลขเศษสตังค์ของพี่ที่ยกมือไหว้ได้ ยุทธ์ เขายายเที่ยง นั่นแหละครับ ที่มาก็แบบเดียวกันตั้งแต่ครั้งบำเพ็ญบารมีอยู่กองทัพบกนั่นแหละ

พูดถึงยุทธ์ เขายายเที่ยง ตอนนั้นที่เป็นข่าวว่าเป็นหนึ่งตัวเลือกนายกรัฐมนตรี แถมสนธิ บังบอก "ไหว้ได้" ผมนึกใจในใจว่าถ้าให้ยกมือไหว้คนพรรค์นั้นคง "เสียเมือ" ผมส่ายหน้ามาตั้งแต่ยุทธ์ เขายายเที่ยงออกมาขานรับชวนชาวบ้านเปิดไฟหน้ารถหยุดทะเลาะปัญญาอ่อนนั่นแหละ ยังจำกันได้หรือเปล่าครับ แว้บแรกที่ผมรู้สึกคือเอาคนพรรค์นี้มาเป็นนายกฯ คงได้นายกไร้น้ำยาคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย แล้วก็เป็นตามนั้นแค่สามเดือนที่ ฯพณฯ ขึ้นวอ ความเลื่อมใสจากชาวบ้านก็ตกวูบวาบๆ แล้วมีแต่ทรุดกับทรุดต่อเนื่อง ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเรื่อง อะไรที่เขาหวังให้ทำไม่ทำ ดื้อยังกะเด็กสามขวบ อะไรที่จะนำพามาซึ่งความฉิบหายล่ะก็คณะท่านรีบทำโดยพลัน ทั้งเรื่อง ม. นอกระบบ ทั้งปล้นคลังหลวง แต่เรื่องดีเรื่องงามพรรคพวกท่านไม่แตะต้อง อย่างมากก็เคลื่อนทีละองคุลีแบบไส้เดือน งานหลักคือจีบปากพร่ำคำหวาน สำนวนโวหารท่านงามหยอดไม่มีที่ติ เต็มไปด้วยความ "มุ่งมั่น"  จนผมอดไม่ได้ที่จะขนานนามว่านี่คือ "รัฐบาลหลวงวิจิตรวาทกรรม" หรือ "แอ้ด ปั้นน้ำลาย" คือ ดีแต่พูดแต่ไม่ได้ทำอะไร อยู่ก็เปลืองเส้นขนมจีนปล่าวๆ ผมพยายามนึกภาพและทำความเข้าใจชายวัย ๗๐ ก็ถึงได้เข้าใจความมุ่งมั่น ที่ว่ามุ่งมั่นคือตั้งใจนั่นแหละ ปั่นก็แล้ว อะไรก็แล้ว "แต่ไข่มันไม่แข็ง" พอไม่แข็งต่อให้มุ่งมั่นยังไงก็เอาไปทิ่มแทงอะไรไม่ได้

หรือว่าที่ชาวบ้านอยากเลือกตั้ง เพียงเพราะเอียน เอือม เหลืออดเหลือทนกับการบริหารบ้านเมือง บริหารปากท้อง และเพื่อเขี่ยทหารพวกนี้ไปให้พ้นเสียที? ถ้าด้วยเหตุนี้ก็ไปเลือกตั้งเถอะครับ ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าจะไปตามคำขอร้องคำชวนของแอ้ด ปั้นน้ำลาย ก็ขอบอกไว้ที่บรรทัดนี้ว่าอย่าเสียเวลา นอนดูหนังพักผ่อนกับบ้านจะดีกว่า ยังจำคราวก่อนได้ไหมครับ ที่แอ้ด ปั้นน้ำลาย ไปเดินรณรงค์ให้ชาวบ้านไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วไม่กี่วันถัดจากนั้นมันเองก็ละเมิดรัฐธรรมนูญทันที เรื่อง FTA ไทย-ญี่ปุ่นนั่นแหละ แล้วจะไปเดินให้เหงื่อท่วมหว่างขาทำไมไม่ทราบ

เอาล่ะได้เหตุผลหนึ่งที่จะตอบคำถามว่า เลือกตั้ง..เลือกอะไร? ผมไม่ชวนคิดนะครับว่าเลือกใคร คำถามผมอยู่ที่เลือกอะไร

จบเรื่องของทหารๆ ทั้งปัจจุบัน ทั้งทหารแก่ที่เป็นส่วนผสมของการคดในข้อและไร้น้ำยา แล้วกลับมาที่นักการเมือง เห็นกิริยาอาการตั้งแต่หลัง "ไทยรกไทย" โดนรื้อบ้าน ก็ให้วุ่น ผมตั้งข้อสังเกตเอาไว้แบบง่ายๆ ไม่ลึกซึ้งซับซ้อนว่า ถ้าในบรรดานักโทษ ๑๑๑ นั้น พอจะมีสำนึกผิดชอบรู้ชั่วดีในระดับที่พอจะเรียกได้ว่า "เป็นคน" ไม่ต้องถึงขั้นมีความเป็น "มนุษย์" ดอก ก็ควรจะไปเงียบๆ แล้วหยุดไปซัก ๕ ปี ตามที่ศาลสั่ง ทั้งโดยตัวอักษรและเจตนา แต่เมื่อประกาศตัวชัดและถึงพร้อมด้วยความเป็น "เดรัจฉาน" คือ ผิดถูกไม่รับรู้ แต่ก็จะแถ แล้วจะป่วนบ้านป่วนเมืองให้ฉิบหายวอดวาย เพื่อดำรงชีพอยู่ได้ก็พร้อมทำ ว่าแล้วก็ยกคุณงามความดีฉบับตัดทอน (คือ ไม่ลงรายละเอียดที่ชั่วทุกเม็ด) และความว่าตัวถูกต้อง (ที่เช่นกันตัดตอนข้ามรายละเอียด) ท้ายสุดก็ตีรวนบ้านเมือง อ้างรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์บ้างล่ะ แต่ปมจริงๆ คือ ปกป้องตัวเอง ครับเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสี่ขา หลายขา หรือไม่มีขา แต่ไม่ใช่ของสองขาตัวตรง   

ว่าแล้วก็ชูปีศาจจังไรหน้าสี่เหลี่ยม ยกเอาคุณงามความดีจอมปลอมประเภทคาราเมลฉาบขี้ ข้างนอกสีสวยสด หวานชื่นใจ แต่ข้างในขี้ชัดๆ (คงไม่ต้องแจงเป็นเม็ดๆ นะครับ สรุปง่ายคือทุกอย่างที่ไอ้เหลี่ยมทำนั่นแหละ) ตั้งธงเอาเหลี่ยมกลับมา เบี่ยงประเด็นว่าเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการ "เอาหลี่ยม กับ ไม่เอาเหลี่ยม" คือ เท่านั้น (ถ้าเอาเหลี่ยม หมัก ป.ม. ก็มีโอกาสรอดจากคดีทุจริตต่างๆ นานา)

คุณๆ และผม ที่บอกว่าไม่เอาเหลี่ยม เราจะเดินตามเกมส์นี้ไหม เกมส์ที่เขากำหนด? ถ้าจะอย่างนั้น ก็มีคำถามอื่นตามมาว่า ทำไมต้องเดินตามเกมส์เขา? บ้านเมืองเรา ปากท้องเรา เราควรกำหนดเอง

ที่นี้กำหนดเองอย่างไร ถ้าจะสรุปความให้ง่ายสุด ตือ เลือกเพื่อตัวเราเอง เพื่อบ้านเพื่อเมือง วันข้างหน้าจะอยู่อย่างไร ลูกหลานจะอยู่อย่างไร จะหาอะไรใส่ปาก จะเอาอะไรใส่ท้อง สมบัติอะไรที่เป็นของชาติก็ควรเป็นของชาติของส่วนรวม หรือเราจะเลือกจม บ้า วุ่นวายอยู่กับคนไม่กี่คน หรือจะว่ากับคนๆ เดียวก็เช่นนั้น ผมไม่ชี้ชัดพรรคไหนเป็นการเฉพาะ อยู่ที่ความคิดพิจารณาของท่าน แต่ไม่ใช่พลังนอมินี

(โดยส่วนตัว ครั้งนี้ถ้าจะเลือกตั้ง ผมจะยอมยกประโยชน์เรื่องต่างๆ ที่ไม่ชอบใจที่ผ่านมาเป็นการชั่วคราวให้กับประชาธิปัตย์ –ไม่ใช่ว่ายอมให้ถาวร เฉพาะตรงหน้าตอนนี้ หนี้เก่าเอาไว้ว่ากันทีหลัง– ความขัดแย้งตั้งแต่ท่อก๊าซไทย-พม่า อวนปลากะตัก กฎหมาย 11 ฉบับ หรืออื่นๆ ที่ผมเคยทะเลาะกับ ปชป. วันนี้จะยกให้ชั่วคราว แต่ไม่ลืม)

ผมเห็นตามนี้นะครับว่าเราทั้งหมดทั้งมวล ถ้าเห็นแก่ชาติบ้านเมืองก็ควรเลิกบ้าเรื่องไอ้เหลี่ยมกันสักที แล้วเลือกตั้งเพื่อกำหนดทิศทางว่าบ้านเมืองจะไปทางไหนหลังจากนี้ ถ้าพลังนอมินีจะบ้าก็ปล่อยมันไป ไอ้หมักจะปากหมาต่อก็ปล่อยมันไป เดี๋ยวมันเหนื่อยเองถ้าไม่มีคนเอาด้วย ผมจะยกตัวเองให้ฟัง ถ้าคุณผ่านปากซอยหรือบ้านใคร แล้วหมามันเห่า คุณจะยืนให้หมามันเห่าต่อ หรือคุณเดินไปเสีย ถ้าคุณเดินไปซักพักหมามันก็เลิกเห่า เช่นนั้นแหละ ส่วนไอ้เหลี่ยมไม่ว่ามันจะพูดดีด้วยสำนวนเด็กเลี้ยงแกะอย่างไร ก็ช่างหัวเหลี่ยมๆ ของมัน ให้ระลึกไว้ว่ามันคือ "ผู้ร้ายหนีคดี" มันเป็นแค่นี้แหละครับ แค่ผู้ร้ายหนีคดีไม่ยอมมาขึ้นศาล ถ้ามันจริงใจจริงมั่นคงมาขึ้นศาลแล้ว (ไอ้จะอ้างว่าศาลเชื่อไม่ได้นั้นเปล่าประโยชน์จะพูดครับ เพราะมันไล่ฟ้องเขาดะ ถึงตอนนี้ก็เถอะ เรื่องไม่ปลอดภัยก็แค่เรื่องขี้ปาก)

แล้วอย่างไร ๒๓ นี้ ถ้าตัดสินใจว่าจะเลือกหรือปล่อยให้คนเลือกพลังนอมินี บ้านเมืองจะหาความสงบไม่เจอ การเดินขบวนขับไล่จะเกิดขึ้นอีก แล้วบ้านเมืองเรื่องจะกลับเข้าสู่วงกลมเดิม ไม่ใช่แค่บ้านเมืองวุ่นวายไม่เลิกเท่านั้น ปากท้องเราจะกรอบเกรียบหนักกว่านี้ เพราะอยู่กับความขัดแย้งแต่คนแก้ปัญหาไม่มี จะหวังราชการหรือทหารคุณก็เห็นแล้ววันนี้ ชัดเจนแล้วกับรัฐบาลแอ้ด ปั้นน้ำลาย ไม่มีฮีโร่ดอกครับ ถ้าเลือกทิศทางที่จะพาบ้านเมืองให้รอด คือ ไม่เลือกไม่เอาพลังนอมินี ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้มันแพ้ มันโวยวายต่อได้ก็จริงอยู่ แต่กระบวนการตรวจสอบชำระสะสางความผิดยังเดินต่อได้ อย่ากังวลกับความไม่มันคงจากรัฐบาลผสม บ้านเมืองเรามีรัฐบาลผสมมาตลอดจนเมื่องไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เองแหละครับที่เป็นรัฐบาลพรรคเดียว เราจะกลัวอะไรกับสิ่งที่เราคุ้นเคย ยิ่งเสถียรภาพรัฐบาลมีไม่สูงกำลังข้างประชาชนจะแข็งแรงขึ้น เอาละถ้ามันจะวุ่ยวายก็ปล่อยวางเล็กน้อย เพราะถึงที่สุดแล้ว (เขาว่าภายในสองปี) จะขยับเข้าจุดเปลี่ยนใหม่

หลังเลือกตั้งแม้มันจะวุ่นวายไร้เสถียรภาพจากรัฐบาลผสม ผสมกับการตีรวนจากพวกขี้แพ้ชวนตีอย่างพลังนอมินี แต่ถึงจุดหนึ่งทั้งคนจนคนรวยคงเอือมระอาหนัก คนไม่อดทนกับอะไรเดิมๆ นานมากหรอกครับ กลัวไปไย

ทิ้งท้ายไว้เล่นๆ ว่า สมัยหลังพฤษภาทมิฬปี ๓๕ เรามีปรากฏการณ์พรรคเทพ-พรรคมาร การเลือกตั้ง ๑๕ ปีให้หลัง เรามีพรรคเทพ-พรรคเกรียน หรืออีกทางนึง ตัวจริง-นอมินี มีหัวหน้าพรรคแบบแตกต่างชัดเจน สมัมมาวาจา-ปากหมา พอขำๆ ครับ

Posted in ทัศนะ and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: CYBERMONDAY2010 for 50% OFF

9 Responses to เลือกตั้ง..เลือกอะไร

  1. Sittingbull says:

    อ่านแล้วอึ้ง เลยครับ ผมเห็นด้วย ผมนับถือ ความคิด ความเห็น คุณ เน ครับ

  2. n/e says:

    ขอบคุณมากครับพี่ แต่พี่มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า น่าจะได้ช่วยชี้แนะผมได้มากครับ ผมยังเด็กเล็กนัก

  3. คนจริงๆ says:

    ตอ-แหลได้น่าเชื่อถิอครับ
    ถ้าคุณลดอคติลงหน่อยก็จะเหมือนคนกว่านี้น่ะ

  4. n/e says:

    เชิญอยู่ใต้ตมต่อไปเถอะครับ อยู่ในนั้นขอให้ “อยู่เย็นเป็นสุข” อย่าโผล่มาโดนแสงเลยครับ :ขยิบ:

  5. เก่งคู่คุณธรรม says:

    เห็นด้วยว่ารัฐบาลนี้เชื่องช้าทำงานไม่เก่งไม่เหมือนรัฐบาลชุดก่อน ชุดก่อนนะโกงชาติเราทั้งชาติแต่คนในชาติยังไม่รู้เลยเก่งไหม? ยังสามารถปิดหูปิดตาประชาชนได้เนียนจริง รัฐบาลชุดนี้พยายามจะเปิดเผยแต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆเดี๋ยวจะมีข้อผิดพลาดตรงนั้นตรงนี้จนสุดท้ายคนโกงก็ยังลอยนวลเพราะรัฐบาลนี้ไม่เก่งเท่าชุดก่อนไง คุณว่ารัฐบาลนี้โกงนั่นโกงนี่แต่ถามหน่อยว่ามีรัฐบาลชุดไหนไหมที่กล้าโกงสาธารณูปโภคของประเทศไปเป็นของตัวเอง อยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนชื่อหรือไง คงน่าปลื้มชะมัด :555+: :ฉงน:

  6. n/e says:

    คุณเก่งคุยกับผมใช่ปล่าวครับ
    ลองอ่านให้ครบนะครับ เข้าใจว่าคงอ่านถึงแค่กลางเรื่อง หรือถ้าสงสัยจุดยืนผมลองดู “ป้าย” ด้านข้างก็ได่ :ขยิบ:

  7. ตัวอู้ says:

    อาจจะเห็นไม่ตรงกันนะครับ
    ผมมองว่ารัฐบาลนี้ปฏิบัติการได้ นิ่มนวล และ เรียบร้อย
    บางทีหลังการเลือกตั้ง คุณอาจเข้าใจอะไรๆ ท่านสุรยุทธมากขึ้นนะครับ
    …ถ้าผมมองแบบผมถูกนะ

  8. n/e says:

    ถ้าผมเข้าใจผิด แล้วหลังเลือกตั้งมีอะไรที่เปลี่ยนไปในทางที่เพราะรัฐบาลชุดนี้ ก็ถือเป็นกุศลแก่บ้านเมืองครับ :ขยิบ:

  9. Pingback: ได้เวลาล้างบางแล้วหรือยัง | Boring Days