ดุหยง
ลำดับที่ 328 • 5 March 2008 - 17:04
อ่านข่าวในผู้จัดการออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์พะยูนในแถบจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุใกล้สูญพันธุ์ ช่วงชีวิตหนึ่งของผมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับพะยูนครั้งที่ยังทำงานเป็นเอ็นจีโอแถบทะเลสตูล ฝั่งอันดามัน คนทะเลเรียก พะยูนว่า “ดุหยง” ผมติดปากเรียกดุหยงเหมือนกันกับเขา และไม่นำหน้าด้วยคำว่า “ปลา” เพราะพะยูนไม่ใช่ปลา แบบเดียวกับ วาฬ แมวน้ำ สิงโตทะเล

ภาพประกอบจากผู้จัดการออนไลน์
เรื่องเล่าทะเลฝั่งตะวันตกเกี่ยวกับดุหยงส่วนใหญ่เป็นตำนานว่าด้วยน้ำตาพะยูน ที่เอามาทำยาสเน่ห์ ผูกเป็นกลอนรองแง็ง
ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้อง เจ้าดอกเหมร
บังไปไม่รอดเสียแล้วเด ถูกเหน่น้ำตาปลาดุหยง
คดข้าวสักหวัด คิดถึงน้องรักบังกินไม่ลง
ถูกเหน่น้ำตาปลาดุหยง บังกินไม่ลงสักคำเดียว
จากตำนานว่าด้วยน้ำตาดุหยง จึงมีความเชื่อเกี่ยวกับการล่ากันค่อนข้างมาก แต่ตำนานคือตำนาน ช่วงชีวิตที่อยู่แถบสตูล โดยเฉพาะแถบอำเภอละงู ไม่ค่อยได้ยินข่าวว่ามีการล่าดุหยงเพราะต้องการน้ำตา แต่มักได้โดยบังเอิญแต่ไม่ปล่อยหรือมีการล่าเพราะต้องการเนื้อ เนื้อดุหยงราคาแพงและว่ากันว่าอร่อยมาก ไม่เคยทานครับ เคยแต่โลมา (ด้วยความบังเอิญและอยากบอกว่า ไม่อร่อยเลย)

ภาพประกอบจากผู้จัดการออนไลน์
ดุหยงกินหญ้าทะเลเป็นอาหาร โดยเฉพาะหญ้าชะเงา ถ้าแหล่งหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์จะส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนประชากรโดยตรง ได้ยินข่าวอยู่หลายครั้งว่ามีดุหยงเกยตื้น เนื่องจากหญ้าทะเลส่วนใหญ่จะขึ้นในแหล่งที่น้ำไม่ลึกมาก และฝั่งอันดามันระดับน้ำช่วงน้ำขึ้นกับน้ำลงต่างกันค่อนข้างมาก
การทำประมงของชาวบ้านหลายอย่างมีผลต่อแหล่งหญ้าทะเล เช่น การระเบิดปลา อวนรุน ซึ่งเป็นการประมงผิดกฏหมายที่ลักลอบทำกันเอง หรือมีคนใหญ่อยู่เบื้องหลัง ทำให้พื้นที่หญ้าทะเลลดน้อยลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดุหยง
ปัญหาประการต่อมาเกี่ยวเนื่องกับการทำประมงอีกเช่นกัน การวางอวนบางประเภท รวมถึงเรืออวนลาก ทำให้ดุหยงติดไปในอวน ไม่สามารถขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อมาหายใจได้ หรืออาจมีบาดแผลและตายไปในที่สุด
คำถามมีอยู่ว่า เมื่อรู้ว่าใกล้สูญพันธุ์ทำไมเราไม่เอาไม่มาเพราะเลี้ยง คำตอบคือทำไม่ได้เพราะปัญหาอยู่ที่อาหาร คือ หญ้าทะเล ดุหยงไม่ได้กินอาหารเม็ด ไม่ได้กินซากุระหรืออาหารปลาแบบอื่นๆ นะครับ ทีนี้บางคนอาจเสนอว่าก็ปลูกหญ้าทะเลสิ วิธีถามแบบนี้ผมเคยได้ยินเด็กประถมถามเมื่อสมัยออกค่ายที่บ้านหัวหิน อ.ละงู ป๊ะพุ่น ปราชญ์ชาวบ้านตอบไว้สั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ใครปลูกหญ้าทะเล ได้” ดุหยง ในบางภาษาเรียกว่าวัวทะเล แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเอาหญ้ามาให้กินแบบเราเลี้ยงวัวได้ และอย่าเพิ่งคิดว่าปลูกแปลงหญ้าทะเลได้
ไม่มีใครปลูกและขยายพันธุ์หญ้าทะเลในทะเลได้ครับ ลองหาคำตอบเองนะครับว่าทำไม ..เหตุผลง่ายนิดเดียว
เรื่องนี้จะโทษเจ้าหน้าที่ประมงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะรากปัญหามันมาจากทั้งชาวบ้านและผู้มีอิทธิพลด้วย ทางออกอยู่ที่การสร้างความเข้าอกเข้าใจร่วมกัน และเห็นประโยชน์ระยะยาว รวมถึงการจัดการกับอิทธิพล ทั้งสองอย่างนี้ต้องอาศัยพลังของคนในชุมชน แหล่งหญ้าทะเลไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่แหล่งอาหารของดุหยง แต่มีบทบาทหลักในการเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนแทบทุกชนิด ปลา กุ้ง ปู หอย ถ้าชุมชนช่วยกันดูแล ลดการประมงที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเล (อาจประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ชายฝั่งของชุมชน) รวมถึงมีมาตรการอื่นที่ต้องอาศัยหน่วยงานรัฐช่วย เพื่อป้องกันการติดอวนจากเรืออวนนอกฝั่ง และอวนลาก อาจจะเป็นทางออกได้ แต่ต้องเป็นการทำงานในระยะยาวและใช้เวลา
(บทบาทในอาชีพผมในสมัยนั้น เกี่ยวเนื่องกับย่อหน้าด้านบน แต่ไม่ได้เน้นเจาะจงไปที่ดุหยง)
ป.ล. เนื้อข่าวในผู้จัดการพูดถึงโลมา เลยอยากทิ้งประเด็นไว้ว่า โลมาตามปลาทูกับปลาโอ (อาหาร) เข้ามา ถ้าเราล่าปลาทูกับปลาโอหมด โลมาก็อดครับ ..ผมเคยเห็นโลมาตัวเป็นๆ หลายครั้ง ทั้งที่ปัตตานี และสตูล เคยขับเรือแข่งกะโลมาด้วย อิอิ
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














5 March 2008 เมื่อ 18:15
ชื่อน่ารัดดดจัง ดุหยง
ด เด็ก หรือ ต เต่า มองไม่ชัด
เอ๊ะ
5 March 2008 เมื่อ 18:17
ด. เด็ก ถูกแล้ว
5 March 2008 เมื่อ 21:02
อย่าว่าแต่น้ำตาดุหยงเลย น้ำตาอดีตนายกก็ทำเสน่ห์ได้ไม่แพ้ สัตว์ที่ใกล้สูญพันธ์
หญ้าทะเลปลูกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หญ้าบก วัวส่วนมากก็กินได้
6 March 2008 เมื่อ 09:26
หน้าตาน่าสงสาร จะให้ทาน ทานไม่ลงอ่ะ
6 March 2008 เมื่อ 14:06
ผมเห็นเพลงรองแงง มีภาษาใต้ สำเนียงใต้ ปะปนอยู่ ก็ขออนุญาตแปล
เพื่อความเข้าใจทั่วกัน นะครับ
ตันหยง ตันหยง หยงไหรละน้อง เจ้าดอกเหมร
บังไปไม่รอดเสียแล้วเด ถูกเหน่น้ำตาปลาดุหยง
คดข้าวสักหวัก คิดถึงน้องรักบังกินไม่ลง
ถูกเหน่น้ำตาปลาดุหยง บังกินไม่ลงสักคำเดียว
ดุหยง - พะยูน
ตันหยง - พิกุล บทนำของเพลงรองแงง จะเริ่มด้วยคำว่า ตันหยง ก็คล้ายๆกับ
เจ้าดอกพิกุลเอย
ดอกเหมร - เหมรฺ ( ต้นไม้ชนิดหนึ่ง ออกเสียงพยางค์เดียว ใกล้เคียงกับ mrae เป็นสำเนียง สงขลา พัทลุง ตรัง ) หรือ มังเร, มังเคร (สุราษฎร์, นครศรีฯ ) หรือ โคลงเคลง (ระยอง ตราด )
บังไปไม่รอดเสียแล้วเด - พี่ไปไม่รอดเสียแล้วนี่ คนสงขลา,พัทลุง, ตรัง จะออกเสียง น.หนู เป็นเสียงกึ่ง ด.เด็ก อยู่หลายคำ เช่น มาเด ก็คือ มานี่หน่อย (รวมทั้ง เสียงสระ อี จะเปลี่ยน เป็น สระเอ)
ถูกเหน่ - ถูกเสน่ห์ (ยาเสน่ห์)
คดข้าวสักหวัก - (หวัก ก็คือ จวัก ตักข้าวตักแกง )
6 March 2008 เมื่อ 18:30
ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ภาษาใต้ ได้ปราชญ์มาช่วย ค่อยดีหน่อย ผมเป็นคนรุ่นหลัง บางทีก็ไม่ทันภาษาคนสมัยเก่า ..คนแต่แรก
6 March 2008 เมื่อ 23:27
สวัสดีครับพี่ๆ ผมส่งอีเมลล์แลกลิงค์ไปแล้วนะครับ ขอบคุณครับ
6 March 2008 เมื่อ 23:34
@Dewzaa
ขอโทษด้วยนะครับ จะติดแต่ก็ไม่ได้ติดซักที วันนี้เว็ยมีปัญหาทั้งวัน เข้าแทบไม่ได้ ขอโทษอีกครั้งนะครับ