ตื่นมาได้ยินน้องชายบ่นงึมงำว่าอากาศร้อนตั้งแต่เช้า พอเลย ๙ โมงหน่อยๆ เสร็จเรื่องเสร็จราวส่วนตัว สาวห้องข้างๆ เริ่มส่งเสียงโขมงโฉงเฉง มันจะพูดทำไม ไม่พูดยังจะดีกว่า พูดหมาๆ แล้วตามด้วยด่าพ่อล่อแม่นายกรัฐมนตรี จะว่าไปเป็นสิ่งที่ได้ยินบ่อยจนชินไปแล้ว คนเขาพูดถึงโดยไม่ออกชื่อในทำนองเกรงวัยด้วย “ลุงหมัก” แต่ชัดถ้อยชัดคำว่า “ไอ้หมัก“
ดีครับ บ้านเมืองพัฒนาไปถึงระดับที่มีความเสมอภาคและเท่าเทียม ชาวบ้านสามารถเรียกนายกรัฐมนตรีของประเทศว่า “ไอ้หมัก” ได้เต็มปากเต็มคำ ไม่มีชนชั้นทางสังคม ตำแหน่ง และอายุเป็นเครื่องกั้น
เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้เฒ่า พร้อมใจเรียก “ไอ้หมัก” ได้โดยไม่กระดาก
รายการ “สนทนาประสาสมัคร” เช้าวันอาทิตย์ ช่อง ๑๑ (ที่กำลังแปลงสภาพเป็น “โมเดิร์นอีลีบเพ็ญ” ) กำลังกลายสภาพเป็น “ฟังไป ด่าไป” ชาวบ้านชาวช่องเปิดโทรทัศน์ดูสมัครแล้วตั้งวงด่า เป็นกิจกรรมร่วมกันรูปแบบใหม่
เดิมทีผมฟังนายสุนทรเวชคนนี้พูดแล้วอดมีอารมณ์ไม่ได้ เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไปที่เขารู้สึก พักหลังฟังด้วยความรู้สึกต่างออกไป จากที่ฟังด้วยอารมณ์โกรธกลายเป็นความรู้สึกสมเพชแกมเวทนา หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาเนื้อหารายการเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจ ความคับแค้นใจที่สุมรุมในอก
ด้วยเพราะเป็นนายกรัฐมนตรีที่สังคมรังเกียจ คนไม่ต้องการ สบประมาทและเหยียดหยาม
เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาพที่ลูกพรรคมองไม่เห็นหัว เป็นหัวหน้าพรรคหัวลีบหัวขาวที่พูดจาอะไรไม่มีน้ำหนัก เป็นนายกรัฐมนตรีที่คนดูถูกดูแคลน เพราะไม่ได้เป็นขึ้นมาได้ด้วยความสามารถและกำลังศรัทธาที่คนมีต่อตัวเอง รัฐมนตรีจะถูกจับวางให้นั่งตรงไหนคนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิมีเสียง ใครจะทำอะไรตรงไหนอย่างไรได้แค่นั่งหัวโด่ให้เขาข้ามไปข้ามมา
บางครั้งต้องประโลมหัวใจเหี่ยวแห้งตัวเองว่าเป็นหัวหน้าพรรคเพราะชนะดีเบต
เมื่อถึงคราวออกความคิดความเห็นในกิจการบ้านเมือง แทนที่จะได้รับเสียงชื่นชมตอบรับ คนกลับดูถูกดูแคลนในสติปัญญาความสามารถ คิดอ่านตื้นเขิน วิธีคิดพื้นๆ ในระดับคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือก็คิดได้ สุมรุมจนความอัดอั้นตันใจทะลุเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “ไอ้หน้าโง่อย่างผม” ผ่านจอให้รับทราบกันทั้งบ้านทั้งเมือง
แถมสัปดาห์นี้ยังไม่เลิกโง่เรื่องเศษสตางค์ มองในแง่ดีหน่อยก็ดีถมเถแล้วครับที่ชาวบ้านไม่ติหนิว่า “ปากหมา ปัญญาควาย“
ซ้ำร้ายความหวังที่จะได้นั่งนานๆ สมที่รอคอยตั้งแต่หัวดำจนหัวขาวเริ่มหดสั้น วิบากนานาชนิดรุมเร้า และมาไวกว่าที่คิด ความผิดความเลวที่เคยทำกระหน่ำรุม ครั้นหาทางออกไม่ได้ ชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่มือที่มองไม่เห็น น้อยใจในวาสนาบุญญาธิการจนต้องออกมาด่ากราด “ไม่สงสารประเทศบ้างเหรอ”
ถ้าเรามองอย่างเข้าใจหัวอกชายชราในวัยไข่ไม่กระดกโงหัวไม่ขึ้น ที่สังคมรุมประณามหยามเหยียด ดูถูกความคิดความสามารถ ยอมๆ ปล่อยๆ ให้เขาได้มีทางออกมีที่ระบายบ้าง อัดอั้นคับคาในอกนานๆ ไม่ดีนะครับ อย่าบีบคั้นจนเขาเสียสติ มันจะไม่ดี นานาชาติจะว่าเอาได้ที่มีนายกวิกลจริต อากาศช่วงนี้ร้อนอบอ้าวด้วย ยิ่งนายกฯ ไม่ได้ขึ้นทะเบียน-ฝังชิป-ฉีดยา-แขวนป้าย เป็นบ้าได้ง่ายๆ นะครับ ส่วนประชาชนอย่างเราที่ยังไม่ลดระดับตัวเองลงไปเป็น “มหาประชาชนฯ” รับฟังด้วยใจเย็นๆ อย่าร้อนรุ่มไปตามอากาศและน้ำคำ คิดเสียให้ได้ว่าฟังบ้าคนเมาพูด ฉะนั้น “ไม่ถือคนบ้า ไม่ว่าคนเมา” เราก็อยู่ได้สบายดี
เรื่องปากหมานั้น อดทนฟังไปอีกระยะเถอะครับ ไม้ใกล้ฝั่งมันสายเกินดัด อยู่ได้ก็ไม่นาน

ฮ่า ๆ “ฟังไป ด่าไป”
Pingback: รัฐธรรมนูญ..เออเหอ | Boring Days