ธรรมะแห่งหน้าที่

เมื่อวานผมไข้ขึ้นสูง ที่ตั้งใจจะเขียนเรื่องสงครามนางฟ้าเสียหน่อย พลอยหมดอารมณ์ไปเสีย ไม่มีอะไรหรอกครับ เรื่องละครก็แค่ละครกี่ปีกี่ชาติมันก็มีตบๆ อิจฉาๆ แบบนั้นเหมือนกันหมด ทุกเรื่อง ไม่มีอะไรที่แปลกแตกต่างออกไป เสร็จจากประท้วงหน้าการบินไทยผมว่าจะชวนไปประท้วงแถวชูการ์บีช แถวนั้นนางฟ้าบินกันว่อน แต่ไม่ทราบว่าไปร่อนทำสงครามที่เตียงไหนต่อ แค่นั้นเอง

มีเรื่องเล่าสัก ๓๐ กว่าปีก่อน หญิงนางหนึ่งแต่งงานออกไป พอตั้งท้องพ่อตากลับไม่อยากได้ ความเดิมที่อยากให้แต่ง คือ เพื่อให้ได้สมบัติของฝ่ายหญิงแต่พอแต่งแล้วไม่ได้อะไรก็อยากให้เลิก เลยไล่ลูกชายออกจากบ้าน หน้านั้นเป็นหน้าเกี่ยวข้าว เมื่อสามีถูกไล่ไปแล้วและพ่อตาไม่เต็มใจจะให้อยู่ หญิงนางนั้นก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าเก็บเสื้อผ้ากลับบ้านตัวเอง ตัดสินใจว่าไปหาพ่อแล้วจะขอกลับมาอยู่ที่บ้าน อุ้มลูกในท้องผ่าแดดตอนเที่ยงเดินกลับบ้านที่อยู่ห่างไปเกือบสิบกิโล ครั้นพอถึงบ้านถึงบ้าน พ่อของตัวเองบอกว่า จะกลับมาอยู่บ้านเราก็ไม่เป็นไร แต่ต้องกลับไปช่วยเขาเกี่ยวข้าวให้เสร็จก่อน คือ ไม่ว่าจะอย่างไร “ให้ทำหน้าที่ตัวเองให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน” คนจะตำหนินินทาตามหลังไม่ได้

มหายุทธแห่งทุ่งกุรุเกษตร ก็พูดถึง “การทำหน้าที่ให้ถึงพร้อมและบริบูรณ์”

อีกมุมมองหนึ่งมองอย่างปฏิเสธ คือ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เอาด้วย ผมผ่านไปอ่านเจอความเห็นหนึ่งบอกว่า “ถ้าเลี่ยงการเสียภาษีได้ก็เลี่ยง เลี่ยงที่จะจ่ายเงินให้รัฐไม่ว่าทางไหน ทำได้จะเลี่ยง” ขยายความความคิดนี้ได้ว่า เพราะถึงที่สุดแล้ว แค่เศษๆ ของเงินเหล่านั้นที่จะกลับมาใช้ในการพัฒนาบ้านเมือง ส่วนใหญ่นอกจากการถูกโกงกินแล้วเป็นเงินให้ข้าราชการ นักการเมือง ที่เลี้ยงไปก็ “เสียข้าวสุก” เพราะคนเหล่านี้ไม่รู้หน้าที่และไม่มีความกล้าหาญในการทำหน้าที่ ซ้ำร้ายเราคลุกข้าวให้กินยังกลับมาวางตัวเป็นนายเรา วิธีคิดแบบนี้เป็นมุมมองแบบ “ขัดขืน” หรือ ดื้อเงียบ การปฏิเสธแบบขัดขืนนี้จะเรียกกว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างหนึ่งก็เรียกได้

วิธีคิดทั้งสองเป็นวิธีคิดของคนที่เข้าถึงธรรมะแห่งหน้าที่และรู้รับผิดชอบ

สมการของสังคมไทยนั้นเป็นเรื่องที่แปลก แปลกตรงที่เป็นสมการแบบผกผัน คือ คนยิ่งโตใหญ่ ยิ่งมีตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบสูง ยิ่งอยู่ห่างไกลธรรมะแห่งหน้าที่

เมื่อคนอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตที่ต้องรู้รับผิดชอบและถึงพร้อมด้วยธรรมะแห่งหน้าที่ กลับไม่ทำหน้าที่ให้บริบูรณ์ ถึงพร้อม ซ้ำร้ายยังละเลยต่อหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าทีเสียด้วยซ้ำ ความเสื่อมศรัทธาต่อตำแหน่ง ต่อคนในตำแหน่ง เสื่อมแห่งเกียรติ เสื่องแห่งยศ และความวิปริตวิปราสจึงเกิดขึ้นทั้งแก่คนขาดธรรมะแห่งหน้าที่และบ้านเมือง

ตัวอย่างคนไม่รู้จักหน้าที่ที่จับต้องได้และเด่นชัดสุด ที่จะยกเป็นตัวอย่างสักหนึ่ง คือ กกต. “สมชัย จึงประเสริฐ” ทั้งพฤติกรรมพฤติการณ์ที่แสดงออกในช่วงเวลาที่ผ่านมา แสดงออกอย่างแจ่มชัดสุดในความไม่รู้จักหน้าที่ คนอายุ ๗๐ ผ่านตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตมาจากสถาบันที่ใครแตะต้องไม่ได้และถือได้ว่าทรงธรรมอย่างศาลฎีกา แต่กลายกลับเป็นว่าเป็นคนไม่รู้ในหน้าที่ ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ หรือแสดงพฤติกรรมอะไรออกมาจึงสะท้อนถึงความวิปลาสในวิธีคิดอยู่เนืองๆ ก่อนรับตำแหน่ง กตต. พูดอย่างหนึ่ง หลังทำหน้าที่แล้วพูดอีกอย่าง ทำอีกอย่าง จึงไม่แปลกที่คนจะตั้งข้อสงสัยว่า “ขาย”

คนถ้ากล้าขายความสุจริต ก็ยากจะนับเป็นคน อาจเรียกว่าเป็นตัวเงินตัวทองก็อาจรุนแรงน้อยกว่าที่ควรเป็น โดยอนุโลมอาจใช้ “ชื่อเล่น” ของตัวเงินตัวทองเรียก ที่จะตรงและได้ความกว่า (ระหว่างบรรทัดนี้ เพื่อให้ไม่ต้องตีความ ผมมองว่า สมชัย จึงประเสริฐ เป็นตัวเหี้ย )

ขณะที่แทบทุกองคาพยพของสังคมไทย หน่วยงานรัฐแทบจะทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่ศาล อัยการ กระทรวง ทบวง กกต. ฯลฯ ต่างสงบยอม แก่ “อำนาจและเงิน” สลัดทิ้ง “หน้าที่” ซึ่งท้ายสุดแล้วจะนำพาสังคมทั้งสังคมไปสู่ความเสื่อม ที่เราจะไม่อาจเคารพ ยึดถือ ให้ความเชื่อมั่นต่อองคาพยพใดได้เลย ณ จุดนั้นเองจะถึงความวุ่ยวายอย่างยิ่งยวด และเราเดินมาใกล้จุดนั้นมากขึ้นทุกทีๆ โดยเฉพาะองค์กรอย่างศาลที่ออกมาเปลือยเปล่าในฐานะ กกต. ก็คลี่ภาพข้างในได้ชัดเจน

(ขอโทษนะครับ อ่านบางคำพิพากษาแล้วถึงกับรู้สึกว่า “ควายตัวไหนเขียน” — ถ้าจะฟ้องหมิ่นศาลก็คลานสี่ขาเข้ามานะครับ ถ้าไม่มีเกียรติก็ไม่แปลกถ้าจะถูกหมิ่นแคลน)

สิ่งที่ควรเป็นปกติอย่างการทำหน้าให้ถึงพร้อม บริบูรณ์และตรงไปตรงมานั้น สังคมไทยกลับกลายเป็นเรื่องแปลก คตส. ที่ยืนทำหน้าที่อย่างเด็ดเดี่ยว กล้าหาญนั้น จึงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมและหาได้ยาก ทั้งที่ควรเป็นสิ่งปกติและควรเป็น ตรงนี้สะท้อนว่าสังคมเราเป็นอะไร ..วิปริตใช่หรือเปล่า

การไม่ทำหน้าที่ให้ครบถ้วนบริบูรณ์นั้นเป็นเรื่องน่าละอาย ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีตำแหน่งแห่งหนใหญ่โตยิ่งควรละอายคู่พ่อและลูกสาวจากเรื่องในย่อหน้าที่สอง ที่ทั้งคู่เรียนจบแค่ ป. ๔ ไม่มียศและตำแหน่งใด

Posted in ทัศนะ and tagged . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Namecheap coupon for November 2010: FAMILYWARMTH
Namecheap.com - Cheap domain name registration, renewal and transfers - Free SSL Certificates - Web Hosting

One Response to ธรรมะแห่งหน้าที่

  1. Sittingbull says:

    “อำนาจและเงิน” สังคมไทยเหมีอนกับว่า
    มึงจะเป็นเหี้ยอะไร ก็แล้วแต่ ขอให้รวยกับมีอำนาจก็แล้วกัน กูไม่สน เผื่อพอจะช่วยกูได้บ้าง
    แล้วก็สยบสมยอมกับพวกนี้เพราะไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากโดนแกล้ง ได้รู้จักผู้มีอำนาจแล้วดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาทันที สามารถเกทับรากหญ้า คนอื่นได้อีก
    เคยได้ยินตำรวจจราจรพูดว่า จับๆมันเสียบ้างไม่งั้นไปไหนมาไหน หมาก็ไม่เห่า:เบี้ยว:
    ลองทำตัวเป็นคนมีตังค์ไปไหนมาไหนดู รู้สึกเหมือนว่า คนจะมองเราอีกแบบหนึ่ง
    :555+: