ผมไม่ทราบหรอกครับว่า ผลที่สุดของการเสวนา “รัฐบาลเฉพาะกาล” ที่นำไปสู่การถวายฎีกาเมื่อ ๙ โมงเช้าวันนี้นั้นนำไปสู่อะไร แม้เบื้องแรกจะชัดในหนทางและความคิด แต่ยังต้องผ่านวิถีคิดเก่าขององคมนตรี และถึงที่สุดแล้วจะออกมาอย่างไร หรือได้ใครมาเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล เป็นความไม่แน่นอนที่ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน
ขณะที่การผลัดขั้วจัดตั้งรัฐบาลซึ่งดูเหมือนจะเป็นความแน่นอนในระดับหนึ่งแล้ว ที่สำทับด้วยการแถลงข่าวของอดีตพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ ที่กระแสข่าวหนึ่งบอกว่า ‘คุณหญิง ๓ ปี’ สู้แค่ ๒๐ ล้าน หรือข่าว ‘ลูกห้อย’ ปัด “ทุกอย่างจบแล้วครับนาย” หรือข่าว ‘เสด็จพี่’ เหลี่ยมต่อสายตรงคนนั้นคนนี้ ดิ้นพล่านกระทั่งขอช่วย ‘คนถ่อยอุดร’ ขวัญชัย ไพรพรา ที่เรียกได้ว่าลงต่ำอย่างยิ่งแล้ว
ภาพความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ทำให้ผมนึกถึงวันเก่าๆ เมื่อปี ๔๓-๔๔ ในวันที่ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคการเมือง ภาพหนึ่งถูกฉายในลักษณะเป็นความหวังอันเรืองรองของวิถีการเมืองใหม่ ที่จะไม่จมอยู่กับความขัดแย้งแบบเดิมๆ ของนักการเมืองรุ่นเก่า ที่เวลานั้นสังคม เอียนและเอือมระอาเต็มทน วังวนของการซื้อเสียง แย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ชิงเก้าอี้ โกงกิน ไร้เสถียรภาพและนักการเมืองคุณภาพต่ำ ทักษิณ ชินวัตร ณ เวลานั้นมีภาพของนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและรวดเร็ว (จ้างโฆษณาให้ตัวเอง)เป็น ‘อัศวินคลื่นลูกที่สาม’ แห่งยุค การก่อรูปก่อร่างพรรคที่ดูดีอย่างยิ่ง (เมื่อเทียบกับนักการเมืองในขณะนั้น) เมื่อมีนักวิชาการ นักคิด นักธุรกิจ ผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วม สำทับซ้ำจากปากทักษิณ ชินวัตรเองว่าจะไม่เอาบรรดายี้เข้าร่วม แต่ก็พริบตาหอบเอา “ไดโนเสาว์ เสนาะ” และพวกอีกสามสิบกว่าตัวเข้าร่วม ทักษิณ ชินวัตร จากนั้นก็ทั้งซื้อทั้งกวาดต้อนพรรคเน่าๆ เข้าควบรวมกับไทยรักไทย และผลงานชิ้นงามคือการดึงยี้ตัวเอ้อย่าง ‘เนวิน ชิดชอบ’ ที่เหลือคงไม่ต้องอธิบายความอะไรอีก
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งเข้าสู่การเมืองใหม่ๆ ได้รับเสียงตอบรับอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นความหล่อเหลา การศึกษา และท่วงทีที่คล้ายซับมาจากคุณชวน หลีกภัย ครั้งนั้นมีการพูดกันว่าหนุ่มคนนี้คือนายกในอนาคต สิบกว่าปีในแวดวงการเมืองแม้ไม่ใช่ของสดใหม่แต่ไม่มีข้อครหาใด เป็นนักการเมืองจำนวนน้อยหนึ่งของสภาที่ภาพลักษณ์ดี หลายภาคส่วนของสังคมคาดหวังกับนักการเมืองหนุ่มคนนี้ โดยเฉพาะกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งภาพของประชาธิปัตย์ในระยะหลังที่รวมถึงบุคคลากรใหม่ๆ ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับพลังประชาชน แต่พลันที่เห็นอาการกุลีกุจอช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะบอกว่ามีการตระเตรียมกันมาร่วมเดือน แต่ก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะข้อจำกัดในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาต้นทุนพรรคของตัวเองไปเกลือกกลั้วกับรรดาพรรคปฏิกูลตั้งรัฐบาล
และแม้สภาวะแห่งเงื่อนไขจะต่างกัน แต่อภิสิทธิ์ในวันนี้ดูไม่ต่างไปจากทักษิณในปี ๔๓ ภาพที่ไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้อย่าง ‘เนวินโอบกอดอภิสิทธิ์’ ชวนให้นึกถึงวันที่เนวินโผกอดทักษิณในปี ๔๙
ภาพนายอภิสิทธิ์นำช่อดอกไม้เร่ไปหาบรรดาพรรคเลวต่างๆ มองอย่างไทยๆ ก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่ไม่หยอก แต่หากพินิจในเชิงหลักการชวนจะอาเจียนเสียมากกว่า เพราะสะท้อนความอัปลักษณ์ความเน่าความน่าขยะแขยงของการเมืองระบบเก่า ..คนที่นับว่าน่าจะดีเร่หา-กราบกรานให้บรรดาสิ่งปฏิกูลมาร่วมรัฐบาล ยิ่งเบื้องหลังที่ต่อรองกันด้วยตัวเลขในตลาดประมูลควายและเก้าอี้ดนตรียิ่งอัปลักษณ์อย่างชัดเจน ยิ่งเห็นอภิสิทธิ์หอบดอกไม้ไปหาบรรหาร ยิ่งเห็นอภิสิทธิ์หอบดอกไม้-โอบกอดเนวิน ยิ่งชวนให้ไม่สบายท้อง กระอักกระอ่วนชอบกล นักการเมืองที่ว่าดี-ดี แต่เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลทำได้ทุกอย่างกระนั้นหรือ? จะต้องเกลือกลั้วกับสิ่งปฏิกูลทางการเมืองก็เอาหรือ?
และนายอภิสิทธิ์ได้ตระหนักหรือไม่ว่าแต่ละคนที่เดินไปหา จะเตี้ยหมาตื่นก็ดี จะยี้ห้อยร้อยยี่สิบก็ดี ล้วนแต่ถูกตัดสิทธิ์และห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง จากทั้ง ๑๑๑ จากทั้ง ๑๐๙ ที่สด-หมาด
ขอโทษเถอะ ภาพนายอภิสิทธิ์สองสามวันมานี้ ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่คมเขี้ยวอย่างสุเทพลากจูงไป-มา จับขึ้นตะกล้าแล้วหาบเร่ไป-มา ..ทุเรศสายตาเหลือประมาณ!!
เข้าใจดีว่าระหว่างนี้การช่วงชิงจังหวะเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับ “ความอยาก” จะจัดตั้งรัฐบาล ที่ใครช้าก็เสียเหลี่ยม แต่สำหรับพรรคจอมหลักการอย่างประชาธิปัตย์เหมาะควรหรือไม่อย่างไร ภาพคุณชวนในวันทีประกาศหลีกทางให้ชวลิตเมื่อครั้งที่แพ้โกงไป ๒ เสียงนั้น ยังเป็นมาตรฐานความเป็นสุภาพบุรุษของหัวหน้าพรรค ทั้งที่สมัยนั้นจะชิงตั้งรัฐบาลก็ได้ไม่มีใครเขาว่า
ทั้งในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ที่อำนาจรัฐทั้งสองประกอบด้วย ๑ รักษาการนายกรัฐมนตรีเถื่อน และ ๑ ประธานรัฐสภาเถื่อน ที่บัดนี้ยังไม่ชัดว่าสภาพความเป็นประธานสภาที่จะยื่นขอเปิดประชุมสภานั้นทำได้โดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ แล้วประชาธิปัตย์ที่ยึดในหลักการและกฎหมายจะเร่งเปิดประชุมทั้งที่รู้ว่าอาจจะขัดต่อกฎหมาย?
ทั้งสภาพความเป็น ส.ส. การย้ายพรรค ต่างๆ ยังเต็มไปด้วยข้อกังขาและยังไม่ได้ข้อยุติ ทำไมประชาธิปัตย์ไม่รอให้ทุกอย่างกระจ่าง หรือยื่นขอตีความกับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักการและนิติรัฐ? อย่างนี้จะไม่สง่างามกว่าหรือ ถูกต้องและชอบธรรมกว่าหรือ? หรือจะเดินหน้าสู่ความโสสมและหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกฎหมาย ..จะรีบไปหาอะไร?
เริ่มต้นด้วยความสกปรกโสมมอย่างนี้ เริ่มต้นที่มีนายทุนช่วยลงขัน เริ่มต้นเห็นเค้าลางการต่อรองตำแหน่งที่เริ่มจะออกสู่การรับรู้ ส่วนของประชาธิปัตย์เองภาพคงไม่เลวนักแต่บรรดาพรรคร่วมนั้นชวนกังขาอย่างยิ่ง ที่ต้องตั้งเป็นข้อสังเกตว่าเป็นไปเพื่อปกป้องกลุ่มทุน ที่เป็นไปเพื่องาบงบที่คาปาก-ไม่ทันกลืน ไม่ว่าตำแหน่งของชัย ชิดชอบที่ว่าจะนั่งคมนาคมที่ว่ากันว่าเป็นไปเพื่อนั่งทับคดีคิงพาวเวอร์และกินรถเมล์ ๖ พันคัน (เรื่องรถเมล์รอบนี้จะไม่ค้าน อยากเห็นคนกรุงนั่งรถเมล์แพง-อยากเห็นคน ขสมก. ตกงาน — ความแค้นส่วนตัว เพื่อความสะใจส่วนตัว!!)
ครับ เค้าลางบอกว่า การตั้งรัฐบาลที่จะมีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ นั้นจะนำพาไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายหลายประการ นำไปสู่การคอรัปชั่นแบบเดิมๆ การเมืองน้ำเน่าแบบเดิมๆ ที่นักการเมืองน้ำดีอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ไหนจะต้องเตรียมเผื่อการเลือกตั้ง พูดถึงการเลือกตั้ง มีการประกาศอย่างเป็นมารยาทว่าจะไม่ส่งแข่งกันในพื้นที่ซึ่งฟังดูจะเอื้อเฟ้อแก่กันดี แต่ถามว่าแล้วไหนตัวเลือกสำหรับชาวบ้าน? นี่ใช่ระบบประชาธิปไตย? หรือว่าเป็นแค่การฮั้วกันทางการเมืองธรรมดาๆ สามัญ?
เค้าลางการเผชิญหน้าระหว่างเรากับประชาธิปัตย์โดยการนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และจูงจมูกโดยสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นเห็นจะอยู่ไม่ไกล เพราะนายอภิสิทธิ์ประกาศชัดต่อพี่ห้อยแล้วว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ!!
…ก็ให้ระวังๆ ตัวไว้

มองไปแล้ว เหมือนขั้วฝั่งปลาไหลเหลี่ยม ถอยเพื่อรุก
กำขึ้ดีกว่ากำตด ยอมหลอมรวม เพื่อรอจังหวะหักตีกลับ
กลายเป็นงูเห่าพันธุ์ใหม่ วีรกรรมตลอดมาของนักการเมืองเน่าๆ
ที่ไม่เคยสำนึกกลายกลับ มาเป็นคนดี ไม่ว่า จะกี่ปีกี่เดือน
สันดานฝังลึกโดยกำเนิด หากยังคงประพฤติปฏิบัติชั่วแบบเดิมๆ
บ้านเมืองคงหาความสงบไม่ได้ เวรกรรมประเทศชาติ
บทความฝากอ่าน “ลับเฉพาะคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ
http://www.manager.co.th/Daily.....0000145154
@joe
วันนี้ถ้าได้ฟังรายการสภาท่าฯ เขาวิเคราะห์ค่อนข้างขาดว่าพวกที่เปลี่ยนขั้วมาคิดและประเมินสถาณการณ์อย่างไร
ขณะที่พลังประชาชนเดิมที่เป็นเพื่อไทยซึ่งเราไม่รู้ว่าจะตายหมู่อีกรอบหรือไม่ กำลังพลิกเกมสู้ผ่านทางเสนาะ เทียนทอง ซึ่งไม่ควรที่จะละสายตา
ถึงที่สุดแล้วอะไรจะชัดขึ้นหลังเลือกตั้งซ่อมครั้งหน้า ทั้งจำนวน ส.ส. และสถานะ ส.ส.
อาจารย์ชาวเนเธอแลนด์ผมให้ข้อคิดไว้เมื่อสิบปีก่อนว่า “นักการเมืองยังไงก็เป็นนักการเมือง” ที่ไม่ได้มีความหมายเฉพาะนักการเมืองไทย แต่หมายถึงทั้งโลกใบนี้
พี่โจพักเสียสักหน่อย เราก็แค่นักจับตามองอีกสักระยะ แล้วทิศทางจากแกนนำว่าอย่างไร ก็ว่ากันอีกที
ขอบคุณครับ ผม เข้ามาดู รายงานเกาะติดพันธมิตร กับวิพากษ์การเมืองของคุณ
ต้องขอแสดงความนับถือใน การวิเคราะห์ ประเด็นต่างๆได้ละเอียดชัดเจนดีเยี่ยม
บางสิ่ง บางอย่าง ที่คนทั่่วๆ ไปตกหล่นข้อมูล แต่ในบ้านหลังนี้ มีครบ ก็คงต้องรอ
ว่าความชัดเจนจะออกมาอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ที่พวกเราเหนื่อยกันมาทุ่มกายทุ่มชีวิต
เริ่ม จะกระอัก กระอ่วนใจกันแล้วว่า เฮ้ย ยังไงกันเนี่ย ไหงกลายเป็นเช่นนี้ ไปโกย
ขี้มาทำฐาน ครับ เรา ก็ คงต้องให้ ท่านผู้ใหญ่ฝ่ายเรา วิเคราะห์ กันอีกทีรอครับรอ
ผมมีความคิดส่วนตัวว่าสุดท้ายถ้าคุณอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯจริงๆแล้ว คงต้องให้โอกาสบริหารประเทศดูก่อนครับ แล้วคงไม่นานเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าคุณอภิสิทธิ์จะทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์หรือไม่ และถ้าไม่ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่จะต้องออกไปทำหน้าที่ของประชาชนคนหนึ่งทั้งๆที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์มาตลอดครับ
@joe
ขอบคุณครับ อย่างไรก็ช่วยผมเติมเต็ม-แลกเปลี่ยนด้วยนะครับ
@ทิดโอ
เห็นที่คราวนี้พี่โออาจจะต้องผิดหวัง เท่าที่จับดูสัญญาณเห็นแต่ทางเสื่อม ทิศทางการเริ่มต้นขณะนี้เหมือนจะซ้ำรอยเดียวกับพลังประชาชนที่ดูเหมือนจะทู่ซี้ไปก่อน เข้าสู่อำนาจก่อน ส่วนหลักการและกฎหมายค่อยว่ากันทีหลัง ผมไม่ได้สนับสนุนหรือเห็นคล่อยตามความติดส่วนใหญ่ของอภิสิทธิ์ เพียงแต่ในวิถีการเมืองแบบเดิมๆ ผมคาดหวังว่าเขาจะเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ด้วยความสง่างามและไม่มีมลทินโดยเฉพาะควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความข้อกฎหมายที่มีเครื่องหมายคำถามอยู่ในขณะนี้ให้หมดสิ้นเสียก่อน แต่เห็นแล้วว่าคงเป็นไปได้ยาก
ผมเลือกประชาธิปัตย์น้อยครั้งมาก และส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เลือกหรือปฏิเสธการเลือกตั้ง (และยอมรับการเสียสิทธิทางการเมือง)
พี่โออาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า “พันธมิตร ไม่เท่ากับ ประชาธิปัตย์” และพร้อมจะทำในสิ่งที่ถูกที่ควร
ดีใจนะที่คุณเนก็รู้สึกอย่างนี้ (คืออย่างน้อยก็อยากอ๊วก)
การเมืองเก่าเน่าเฟะเหมือนเดิม
กี่ร่างร้าว กี่ร่างหาย เพื่อได้ห้อยและก๊กก๊วนที่เคยถูกกล่าวหาโจมตีด้วยคดีสารพัดบนเวทีพธม.
ถามว่าปชป+พรรคเต่าล้านปีผีสิง จะเป็นรัฐบาลที่เสถียร จริงหรือ?
ในเมื่อทุกอย่างขึ้นอยู่กับการต่อรองและจัดสรรอย่างลงตัว
ปชป.จะมิต้องกระโดดประเคนทุกอย่างให้กับพรรคร่วมหรอกหรือ? เพื่อรักษาเสถียรภาพของ”รัฐบาล”
กี่ร่างวีรชน? สังเวยเพื่อ”อำนาจ” ของคนเหล่านี้หรือ?
เห็นแล้วส่ายหน้าเหมือนกันครับ
@iannnnn
เจอตัวก็ดีหน่อย ว่าจะหาตัวส่งบิลเก็บค่าสถานที่ถ่ายรูปแต่งงานอยู่พอดี
ขอบคุณมากครับคุณ n/e ผมเห็นด้วยนะครับในแง่ความชัดเจนของข้อกฎหมาย แต่ช่วงระยะเวลาก็เป็นตัวแปรของการช่วงชิงอำนาจครับ และผมก็เห็นด้วยอีกว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เท่ากับ ประชาธิปัตย์ ครับ แต่ผมก็ฝันว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เท่ากับ เทียนแห่งธรรม ครับ
@ ทุกๆคน
บทความของเนเป็นจริง และชัดเจนจนเห็นภาพตามไปหมด แต่พวกเราสามารถเผื่อใจไว้เล็ก ๆ บ้าง ในส่วนที่ ความชั่วจากภาพคุณอภิสิทธิ์มอบดอกไม้ยิ้มแฉ่งเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา มันจะไม่นำไปสู่ความสามานย์ของระบอบทักษิณ รึเปล่า
และจุดเริ่มต้นที่ แม้จะต้องเกลือกกลั้วไปกับความเสื่อม ของประชาธิปัตย์ในวันนี้ วันที่คุณอภิสิทธิ์ได้ใช้เวลาสะสมนักการเมืองรุ่นใหม่ใจไม่คดโกงไว้ได้จำนวนพอสมควร จะเป็นจุดที่กลุ่มทุนสามานย์เริ่มนับถอยหลัง จากตำแหน่งรมตในมือคนโฉดที่ลดจำนวนลง และเป็นไปได้มั้ยว่าในอานคตจะน้อยลงเรื่อย ๆ
คุณอภิสิทธิ์เลือกศธ. และมอบตปทให้คุณกษิตและคุณไกรศักดิ์ ฯลฯ มันเป็นสิ่งที่บอกอะไรได้บ้างรึเปล่า
ส่วนความไม่ชัดเจนเรื่องปธสภากับนายกมั่วเอาเอง เป็นความผิดไม่ใช่พลาดครั้งใหญ่ ของปชป และมันรุนแรงจนลบความหวังแบบคุณทิดโอไปบ้างเหมือนกัน
เรายังหวังได้บ้างรึเปล่า อย่างน้อย ก็เป็นความหวังที่คุณสมเกียรติหวังเหมือนกัน
การที่ประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้นั้น ตัวแปรรสำคัญอยู่ที่เนวินและกลุ่มเพื่อน
การที่เนวิน ผู้เชี่ยวกรากในการเมืองเก่า หาญกล้าที่จะปฏิเสธทักษิณอย่างไม่มีเยื่อไย
คำว่า “จบแล้วครับนาย” เป็นสัญญานชัดเจนว่า ทักษิณหมดบารมีแน่นอน
ประชาธิปัตย์เปลี่ยนขั้วได้ แสดงได้ชัดเจนว่า ระบอบทักษิณกำลังล่มสลาย
เพียงแต่การเมืองเก่ายังไม่หมดไปในทันที
คุณ n/e ครับ เราเดินมาไม่ผิดทางหรอกครับ เพียงแต่ยังไม่ถึงปลายทางเท่านั้น ยังไงเราคงจะต้องร่วมเดินทางกันต่อไป เพื่อปลายทางที่สดใสร่วมกัน