๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ เป็นหนึ่งวันหลากความรู้สึกระคน ๑ ปี ของความสูญเสียและความแน่วแน่ของเหล่าพี่น้องพันธมิตรฯ ในอันที่จะโค่นล้มรัฐบาลทรราชสุนัขรับใช้ เป็นวันประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งพันธมิตรฯ ที่ไม่อาจลืม เป็นประวัติศาสตร์สำคัญหน้าหนึ่งของชาติที่ใครหน้าไหนก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เป็นบาดแผลที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลย
เพื่อระลึกถึงวันนี้ของปีที่แล้ว ของพี่น้องพันธมิตรฯ และวีรชน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดงาน ๗ ตุลา รำลึก “ต้องไม่สูญเปล่า” ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เคลื่อนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และต่อเนื่องงานภาคบ่าย-ค่ำ ที่หอประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ ท่ารพะจันทร์ พี่น้อง “คน-มี-นอ” สี่ชีวิตที่ชื่อขึ้นด้วย น หนู ร่วมเป็น-ตายด้วยกันนับแต่เหตุการณ์ ๗ ตุลา เห็นพ้องกันว่าเราจะกลับไประลึกเหตุการณ์ ณ ที่เดิม ที่เริ่มต้นของเหตุการณ์ ๙ ตุลาทมิฬ และเวลาเดิม ๐๖.๑๕ น. ที่ซึ่งระเบิดแก๊สน้ำตาถูกระดมยิงใส่เราระลอกแรก ระลอกแล้วและระลอกเล่า
เราไปวางที่นั่นตอนเช้าตรู่ เวลาเดิม เพื่อวางดอกไม้ที่ประตูพิชัย ที่เลือดแรกนองพื้น ที่พรรคชาติไทยที่หนึ่งชีวิตต้องสังเวยก่อนค่ำ ก่อนที่จะมุ่งไปยังมุม บช.น. ที่น้องสาวของเราสังเวยชีวิตให้กับความอำมหิต วิปริต หยาบช้า ..คนใจสัตว์!!




ที่ลานพระรูป กำลังเริ่มพิธีทางศาสนา ..จากบันทัดนี้ไป ผมขอบอกเล่าด้วยรูปแทนถ้อยคำนานา

























พี่น้อง คน-มี-นอ ปลีกตัวจากลานพระบรมรูปฯ มาอยู่กันที่ฟุตบาทหน้ากองทัพภาคที่ ๑ ผมเองหลัง และเจ๊ก็มาขออาศัยงีบ เพราะอดหลับอดนอนทำงานต่อเนื่องมาหลายวัน


จากที่แรก ๆ แถวนี้ไม่มีใคร ครู่ใหญ่ ๆ พี่น้องเราก็พากันมาหลบร้อน และตั้งวงรับประทานอาหารเช้า

เก้าโมงกว่าหลังเสร็จพิธีการที่ลานพระรูป ขบวนแรกเคลื่อนตัวมุ่งไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย





ที่หน้า ทัพฯ ภาค ๑ มีวงดนดีประสานเสียง เข้าใจว่าเป็นพี่น้องคริสเตียนที่เคยร่วมชุมนุม ตั้งเวทีขับขานเสียงเพลงเป็นกำลังใจตลอดเวลาตั้งแต่ก่อนขบวนเคลื่อนตัว










ภาพมุมสูงที่ท่านเห็นเพราะเบื้องหลัง คือ..

เมื่อพี่น้องเราทะยอยออกไปจากที่ตั้งแล้ว สิ่งที่ท่านเห็นบนฟุตบาท คือ มีขยะเหลืออยู่น้อยชิ้นมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตั้งวงกินข้าวกันตรงนี้

หลังขบวนแรกเคลื่อนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขบวนสุดท้ายซึ่งพี่น้องเราจำนวนมากกว่ามาก ก็เคลื่อนไปสมทบ โดยแกนนำนำพวกหรีดไปวาง ณ จุด ซึ่งมีแท่นชื่อวีรชน มุมรั้ว บช.น.

















หลังพี่น้องเรามุ่งไปยังอนุสาวรีย์ฯ หมดแล้ว พวกผมไม่ได้ตามไปสมทบด้วย เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องเตรียมสำหรับวันพรุ่ง เกี่ยวเนื่องกับกรณีพระวิหาร จึงต้องถอนกำลังกลับมาทำงานและติดตามเหตุการณ์ผ่านเอเอสทีวี
แถมภาพมุมกว้างในบางมุม แม้ไม่สามารถเห็นได้ทั้งหมด แต่บอกอะไรได้หมากกว่าคำพูดและตัวหนังสือ คลิกขยายได้ครับ
มีคำมากกว่ามาก ความรู้สึกมากกว่ามากที่อยากเขียนถึง เพียงแต่อยากแบ่งปันความรู้สึกผ่านบทนี้ด้วยจักษุสัมผัส แด่วีรชน แด่เราทุกคน..พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


โห พวกพี่นอนตรนั้น หนูก้นั่งเหม่อรับลมแถวๆนั้นเหมือนกัน แถมเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นด้วย
ตอนมา มธ พวกเราเดินตากฝนกันเป็นขบวน อย่างสวยงาม แต่พวกตำรวจยืนหลบที่ร่ม กลางร่มกัน
@kasma:
อยู่ตรงนั้นแล้วทำไมไม่เห็นพวกพี่หว่า
แอด n/e
อยู่แถวรถส้วมค่ะ ไปนั่งดูคนเข้าห้องน้ำ
เพิ่งรู้ว่าน้องกัสโรคจิต…แอบดู
ไปวันนั้น ไม่ได้นอนเลยครับ กว่าจะกลับก็เที่ยงคืน (ต้องขึ้นเวทีประกาศเจตนารมณ์ ทีแรกจะกลับแล้ว) งานนี้โหด มัน ฮา สนุกครับ เจอเพื่อนเก่าเยอะก็ทักทายกันเฮฮา น่าจะจัดทุกปีเหมือนงานคืนสู่เหย้าฯ อะไรทำนองนี้แหละ
แอด นอ หน่อย คนมีนอ
นั่งดูตรงๆ ดีกว่าแอบดูสาวอาบน้ำ แล้วตาบอดข้างนึง
แอด Kittinunn
น่าจะมีงานกีฬาด้วยนะ ประเภทเตะบอลประมาณนั้น