วานนี้ (๑๕ พฤศจิกายน) เป็นการนัดรวมตัวครั้งใหญ่อีกครั้งของชาวไทย ที่โดยพันธมิตรฯ เป็นเจ้าภาพเชิญคนไทยไม่แบ่งสี รวมตัวแสดงพลังต่อต้านคู่หูทรราช “ฮุน เซน – ทักษิณ” ที่หยามหมิ่นเกียรติ์ ศักดิศรีชาติไทย โดยนัดรวมตัวพร้อมกันที่สนามหลวง ฝั่งวัดพระแก้ว เวลาบ่ายสี่โมงตรง
ผมนั่งรถโดยสารประจำทางไปถึงที่ประมาณบ่ายสี่ ลงรถก็ได้ยินเสียงเวที ซึ่งบอกพิกัดว่าควรเดินไปทางไหน สนามหลวงและบริเวณรายรอบไม่ใช่สถานที่ซึ่งน่าภิรมย์นัก เพราะเป็นแหล่งปฏิกูลกลางกรุง แต่ก็ต้องไป ผมเดินข้ามถนนปนไปกับเสื้อหลากสีที่ส่วนใหญ่เป็นสีชมพู เดินถือธงชาติเป็นธิวมุ่งสู่กึ่งกลางสนามหลวง ก่อนเลาะเข้าสู่ทางเข้า เส้นทางเดินรอบสนามหลวงเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ตรงทางเข้าและรายรอบมีตำรวจจาก นครบาล ๑ มาดูแลความเรียบร้อย มีสินค้าสัญลักษณ์พันธมิตรฯ อยู่หลายจุดแต่ไม่มากมายเหมือนการชุมนุม มือตบมีขายไม่กี่จุด ที่เด่นตรงทางเข้าจะเป็นสินค้าขายดีในอดีตระหว่างชุมนุม พรมเช็ดเท้าหมายจับ ที่เห็นหน้าของสองตัวผัวเมียผู้ทรยศชาติ
ผมเบียดเสียดไปกับผู้คนเดินผ่านช่องทางเดินกลาง ที่ครั้งนี้ไม่เหมือนการชุมนุมตามปกติที่จะมีการจัดระบบการสัญจรภายใน คราวนี้ต่างคนต่างมาจับจองที่นั่งที่ยืน บ่ายสี่คือเวลานัดรวมและเวลานั้นคนแน่นขนัดแล้ว แววตาที่สดชื่นที่ได้เห็นมีรอยของการตากแดดมาหลายชั่วโมง คงมาถึงกันตั้งแต่เที่ยง เดินไปข้างในยากมากครับ แทบไม่มีที่ให้ยืนให้เดิน แต่ที่นี่ก็ยังมีน้ำใจเหมือนเคย คนที่นั่งอยู่จะขยับขยายให้คนผ่านทางได้ผ่านเข้าออก ผมเก็บภาพความละลานตามาฝากเพียงบางส่วนนะครับ เห็นในรูปไม่เท่าเห็นด้วยตา
หลายต่อหลายจุดน้ำท่วมขัง เนื่องจากฝนตกหนักทั่วกรุงเทพล่วงหน้าหนึ่งวัน ก็เลยมีการแหว่งบ้างเป็นบางจุด ทั่วไปก็นั่งกันทั้งแฉะ ๆ อย่างนั้นแหละครับ
ประมาณบ่ายสี่ครึ่ง ทีมงานพี่น้องคน-มี-นอ ก็มาถึง เจ๊หน่อยและน้องนิมโทรมาบอกว่ามาถึงแล้ว ตอนนั้นผมติดแหม็บอยู่แถวหน้าเวที ไปไม่ถึงหน้าสุดและถอยออกแทบไม่ได้ แต่ด้วยน้ำใจของคนที่นั่งอยู่ผมก็พอจะหาทางออกมาข้างนอกได้ ถนนรอบสนามหลวงฝั่งศาลฎีกา ยังมีคนทะยอยมาเป็นแถวยืดยาว ที่ในรั้วบางส่วนเริ่มรับประทานอาหารเย็นและของรองท้อง เป็นการทานข้าวบอกบ้านกับครอบครัวในแบบพันธมิตรฯ ที่คุ้นเคยตั้งแต่ครั้งชุมนุม ๑๙๒ วัน สินค้ามือตบเป็นพวงกุญแจเล็ก ๆ น่ารักก็มีจำน่ายนะครับ แต่ร้านที่ผมเจอหายากหน่อย
ผมเดินข้ามไปยังฝั่งธรรมศาสตร์เพื่อเดินลัดเลาะไปหลังเวทีที่นัดหมาย ฝั่งนี้ก็เดินทางเข้ามาหนาแน่นเช่นกัน รถบัสมาจอดส่งคนเป็นระยะ มีความวุ่นวายเล็กน้อยเพราะมีเสื้อแดงสมุนคนทรยศชาติเมาเหล้าก่อนกวนเล็กน้อย ด้วยบารมีของเจ๊หน่อยและน้องนิมผมก็เลยได้เข้าไปอยู่หลังเวที ครู่หนึ่งกลุ่มต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้นประกาศเจตนารมณ์ เริ่มโดยน้อง ๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต
ระหว่างนั้นเป็นโอกาสดีมาก ๆ ที่ทีมงานเราได้เจอกับคุณสุทิน วรรณบวร ชายผู้เลื่องชื่อ นักข่าวสายโจรที่นักการเมืองไม่อยากเข้าใกล้ คุยกันออกรสยาวนานด้วยภาษาคนบ้านเดียวกัน คุยใต้กันถูกคอ ผมเดินถอยห่างออกไปจะถ่ายรูปคุณสุทิน เจ๊หน่อยหันมาเห็นพอดี ..นั่นแน่ อ๊ะ ๆ ไม่ได้ครับ อยากเจอตัวเป็น ๆ มานานแล้ว
คุยกับคุณสุทินนานจนเจ๊โวยให้ไปถ่ายรูป เพลินจนเกือบลืมหน้าที่ครับ แรกทีเดียวไม่มีความฉลาดพอจะรู้ว่าเข้าไปหน้าเวทียังไงเพราะมีแผงกั้นรอบด้าน แล้วก็พบหนทาง เข้าเปิดให้ช่างภาพเข้าไป ได้ภาพบรรยากาศตอนที่ปวงชนชาวไทยฯ ที่ต่อสู้กรณีพระวิหารขึ้นประกาศเจตนารมณ์ โดยมี “ตัวสวมรอย” เป็นคนกล่าว จากนั้นเป็นลำดับของกองทัพธรรมขึ้นประกาศเจตนารมณ์ ถึงตอนนั้นก็เริ่มจะเย็นย่ำแล้ว
ติดตามตอนต่อไปครับ..
- เสื้อหลากสี “รวมพลังแผ่นดินพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” สนามหลวง ๒”
- เสื้อหลากสี “รวมพลังแผ่นดินพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” สนามหลวง ๓”

Pingback: เสื้อหลากสี “รวมพลังแผ่นดินพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” สนามหลวง ๒ | Boring Days
ฝากโปรโมท…พรุ่งนี้…แฟนเพลงอาม่า (อ.ภู)…มาเคาะข่าวฯ นะยะ
Pingback: เสื้อหลากสี “รวมพลังแผ่นดินพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” สนามหลวง ๓ | Boring Days
ดีใจมากที่ทราบว่าอ.ภูแข็งแรงออกมาลุยได้อีกแล้ว
@wannaphen:
เย็นนี้ต้องดูเคาะข่าว
ที่บ้านดูไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเจ๊จะขอเทปมาได้หรือเปล่า