สองวันก่อนมีคนมาบ่นให้ฟังว่าหงุดหงิดกับทีวีที่ตอนละครเป็นสีขาว-ดำ พอโฆษณากลับเป็นสีชัดแจ๋ว ผมไม่ได้ดูช่อง ๓ ช่อง ๗ เลยไม่รู้สึกว่าเดือดร้อนไปด้วย สมัยก่อนโน้นทีวีเครื่องแรกที่ได้ดูก็ขาว-ดำ ช่วงนึงนิยมมีแผ่น ๓ สีมาทาบหวังว่าจะเป็นสีๆ กัน จริงๆ ก็เรื่องหลอกขายของ ไม่มีทางจะทำให้มีสีสันขึ้นมาได้ จะว่าไปความบันเทิงส่วนตัวผมเป็นข่าวกับสารคดี ถ้าเป็นข่าวก็จะดูเอเอสทีวีเป็นหลักเพราะได้เนื้อหาข่าวที่มากกว่า ไม่ใช่ข่าวที่เป็นข่าวแบบโม้ๆ
มองดูแปลกตาที่ช่อง ๓ ช่อง ๗ รวมถึงช่องอื่นอีกด้วยหรือเปล่าผมไม่ทราบปรับมาทำขาวดำกันเพื่อเป็นการถวายอาลัย แปลกตรงที่ขาว-ดำเฉพาะช่วงละคร แต่กลับมีสีสันเหมือนเดิมช่วงโฆษณา จะอธิบายว่าละครเป็นสิ่งบันเทิงอันไม่ควรมี ก็ว่าได้ จะมองในแง่ “เกินพอดี” ก็มองได้อีกเช่นกัน เรื่องบันเทิงๆ ทำให้นึกถึงงานศพตามบ้าน ช่วงงานศพตายายผมเห็นเปิดหนังตะลุงกันหลังพระสวด นั่งหัวเราะกันร่วนทั้งเจ้าภาพ ทั้งญาติและคนมางาน แต่นั่นศพชาวบ้านครับ
ที่พอจะเห็น เอเอสทีวีทำต่างออกไปหน่อยนึง คือ ช่วงเข้ารายการและโลโก้ช่องเป็นสีโทนดำ แต่เนื้อหา ภาพที่เหลือเป็นสีเหมือนปกติ จะมองว่าพอเหมาะพอเจาะไม่ดูเกินพอดี ก็มองได้ครับ เรื่องแบบนี้อันที่จริงเป็นเรื่องของการมองต่าง และอาจไม่จำเป็นต้องนำมาเป็นประเด็น ความพอเหมาะพอดีขึ้นกับ “เนื้อความ” และ “บริบท” ของสังคม จุดนี้หลายคนนึกย้อนไปถึงสมัยสมเด็จย่าเมื่อมี ๓๘ แล้วเปรียบเทียบในทำนองว่าไม่เห็นจะมากมายขนาดนี้ คือ ไม่ได้ดูบริบท อาจจะมองข้ามไปว่า ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา เราอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองใหญ่ ๒ ครั้ง ต่อเนื่อง ซึ่งมีอิทธิพลโดยรวมต่อความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคม ในเชิงเปรียบเทียบอาจะมองว่า “มากกว่า” และใช้ครั้งสมเด็จย่าเป็นมาตรฐาน หรือฐานเปรียบเทียบ โดยลืมบริบทที่ต่างออกไป อันนี้พูดกลางๆ นะครับ ไม่พูดว่าดีหรือไม่ดี
ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่างประกาศหยุดความเคลื่อนไหว คือ หยุดสร้างความวุ่นวายในห้วงเวลาของการถวายอาลัย ด้านหนึ่งมองได้ว่าเป็นสิ่งดีงามที่พึงกระทำ เป็นการถวายพรเกียรติแก่บุคคลสำคัญพระองค์หนึ่งของชาติ ผู้เคยได้สร้างคุณูปการนานับประการ ไม่ใช่เพียงแค่ “พี่สาวกษัตริย์” อย่างที่ ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ พยายามจะลดค่า ด้วยการท่องคาถา “คนเท่ากัน”
ไม่ผิดครับที่จะมองว่าเป็นคนเท่ากัน แต่บ่อยครั้งในความที่เท่ากัน “คุณค่า” กลับไม่เท่ากัน และจะเป็นอะไรมากไหมที่ถ้าจะต้องรอรัฐบาลจากการเลือกตั้งอีกชั่วอึดใจ และมีรัฐบาลรักษาการณ์ทำหน้าที่พอกล้อมแกล้มไปก่อน ถ้าจะว่าไปสภาพจริงก็เหมือนไม่มีรัฐบาลมาสองปีกว่าแล้ว ตั้งแต่ครั้งที่เหลี่ยมโดนโห่ไล่ที่สนามหลวงเสียด้วยซ้ำไป แล้วมันจะอะไรกันนักหนากับอีกแค่ไม่กี่วัน ผมไม่คิดว่า “ผู้เสพประชาธิปไตย” จะถึงกับลงแดงไปในทันทีหรอกนะครับ อย่าดัดจริตประชาธิปไตยให้มันมากเกินพอดีเลยนะครับ
ว่ากันให้ถึงที่สุดแล้วจะระบบระบอบการปกครองไหนก็ไร้สาระทั้งเพ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ เผด็จการ ฯลฯ ที่ดำรงอยู่ด้วยรูปแบบมากกว่าแก่นสาร ทุกรูปแบบแปรเปลี่ยนไปตามธรรมชาติของมนุษย์นั่นแหละครับ ใช่สำคัญแต่การรับวิธีคิดฝรั่งแล้วท่องคาถา เสรีภาพ เสมอภาค เท่าเทียม ภารดร อะไรๆ โดยไม่ได้พิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ แล้วไม่ได้มองย้อนกลับไปว่า ที่มาของหลักคิด ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ นั้นจริงแล้วเกิดมาจากรากเหง้าเดียวกันทั้งสิ้น แต่มองทางออกที่ต่างกันออกไป จุดกำเนิดมาจากปฐมเหตุที่คล้ายกันของความไม่ตั้งอยู่ในธรรมและการไม่เกลี่ยผลประโยชน์ของผู้ปกครองและศาสนจักร ไม่ต้องพยายามอ้างหลักคิดไปไกลถึงสมัยกรีกหรอกครับ ดูตัวอย่างจุดเริ่มต้นจริงของอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อนนี่แหละเห็นชัดสุด ถ้าไม่หลอกตัวเอง หรือหากจะยกประชาธิปไตยแบบไอ้กันที่มีประธานาธิปดีอย่างที่คิดกัน ซึ่งเนื้อแท้แล้วไม่ได้ดีวิเศษไปกว่าระบบระบอบอื่น ตัวอย่างของ ๘ ปีที่ผ่านมาให้บทเรียนค่อนข้างชัด ว่าไม่ว่าอย่างไร “คนระดับบน” นั่นแหละที่คุมอำนาจการปกครองและการตัดสินใจ ไม่ใช่ประชาชนทั่วไปที่ถึงแม้มีเสรีแต่ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางการตัดสินใจอะไรได้มากมาย การเลือกไอ้ขี้เมาปัญญาทึบคนนึงขึ้นมาเป็นประธานาธิปดี จากนั้นยกกองโจรไปปล้นน้ำมันอีรัก โน่น นี่ นั่น อีกสารพัน ด่าพม่าแต่ก็ยังสูบน้ำมันอยู่ กระบวนการประชาธิปไตยไม่เห็นจะระงับยับยั้งสิ่งเหล่านี้ได้ ซ้ำบ้านเมืองแตกเป็นสองเสี่ยงไม่ต่างไปจากประเทศที่คุณว่า “ไม่อารยะ” อย่างเดียวกับที่บ้านเราอยู่ในภาวะ “เหลี่ยม” หรือ “ไม่เหลี่ยม” ก็เห็นกันว่าไอ้ปัญญาทึบนั่นอยู่เป็นประธานาธิปดีได้จนครบสองสมัย แล้ววกกลับมาเริ่มต้นวังวนเดิม โลกจริงที่ไม่ตั้งอยู่บนโลกแห่งอุดมคติเป็นแบบนี้แหละครับ
ครั้นที่ยกมาว่า “กาละเทศะ” นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ความเข้าใจคงไม่คลาดเคลื่อน กาละเทศะสร้างขึ้นมาด้วยความหมายอย่างเดียวกับ “ระบบศีลธรรม” ที่ใช้เพื่อจำแนกแยกแยะมนุษย์ออกจากเดรัจฉาน แยกระดับต่ำ-สูงและป้องกันมนุษย์ไม่ให้ทำในสิ่งที่ “ต่ำ” เยี่ยงเดียวกับเดรัจฉาน และบางเรื่องเป็นความจริงที่ควรพูดถึงก็ขึ้นกับกาละเทศะ ไม่ใช่ว่า “สักแต่จะ” ด้วยว่าอย่างไรก็คือความจริง “ประโยชน์แท้” ของความจริงนั้นๆ จะเกิดต่อเมื่อ “ถูกเวลา” ..คงไม่มีใครสักคนยกเค้กวันเกิดไปร้องเพลงอวยพรลูกสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กลางงานศพพ่อหรือแม่สมศักดิ์ ถูกไหม? หรือว่าทำได้และถูกต้องเพราะกาละเทศะเป็นเพียงสิ่งสมมติ
ผมไม่ทราบว่าไอ้สิ่งที่สมศักดิ์และคณะ (อย่างสหายกินหญ้า) เรียกว่า “ดัดจริต” นั้นแตกต่างกันกี่องศากับพวกที่คลั่งประชาธิปไตยจน “เกินจริต” เกินพอดี
เราไม่ทราบว่าถ่ายทอดซ้ำๆ เกี่ยวกับพระประวัติและพระกรณียกิจนั้น มีคนที่หน่ายอยู่มากน้อยขนาดไหน เกินจะประมาณครับ เพียงแต่พอออกนอกบ้านก็เจอคนสวมชุดดำมากพอประมาณ ผมเห็นโดยส่วนตัวเราสามารถจะใช้โอกาสนี้ในแง่มุมที่เป็นประโยชน์จากการถ่ายซ้ำบางส่วนของประวัติศาสตร์ที่เราไม่รู้ไม่ทราบ หรือไม่เคยเห็น เข้าใจว่าเป็นคนส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำที่ไม่เคยได้รู้เห็น เก็บเป็นแง่เกล็ดเพิ่มความเข้าใจได้ โดยเฉพาะสภาพบ้านเมืองในยุดเก่าที่เราๆ เกิดไม่ทัน เป็นประโยชน์ทั้งนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการและรู้จักจะหยิบฉวยและทำความเข้าใจ โดยเฉพาะความเข้าใจต่อสภาพสังคมชนบทผ่านพระกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ พอสว. ควรที่คนอย่างสมศักดิ์ที่ประกาศตัวว่าเป็นคน “กรุงเทพแท้” และไม่ค่อยจะเหยียดเท้าออกนอกกรุงเทพนั้นจะได้ศึกษาและทำความเข้าใจ เผื่อจะเห็นภาพและสภาพอดีตอันแร้นแค้น ผมเป็นเด็ฏบ้านนอก เดินตีนเปล่าบนลูกรังบนโคลนมาตั้งแต่เด็ก ชนบทที่ขาดแคลนไปแทบจะทุกสิ่ง จะดีกว่าใครเขาหน่อยก็ตรงที่โรงเรียนกับอนามัยอยู่ไม่ไกลบ้าน ไม่ต้องเดินตีนเปล่าสามสี่กิโลอย่างคนอื่น คนเมืองอาจไม่เคยเข้าใจว่าการไปหาหมอ “ยาก” ตรงไหน แค่นั่งรถไปโรงพยาบาลที่มีให้เลือกทั้ง รัฐ เอกชน คลีนิก หลายสิ่งจำเป็นต้องอาศัย “กลไกพิเศษ” เป็นส่วนช่วยหนุน ความลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเดินทาง ความทุรกันดารที่ว่านั้นสมัยเด็กผมเคยต้องลงช่วยเข็นรถพ่อที่ติดหล่มอยู่บ่อยๆ และส่วนใหญ่ก็ต้อง “ไปด้วยตีน” เท่านั้น ที่เหล่านี้ส่วนใหญ่พระพี่นางและพระเจ้าอยู่หัวไปมาแทบจะหมดสิ้น ไม่ได้อยู่แต่กรุงเทพเฉกเช่นคนอย่างสมศักดิ์ที่พยายามลดค่าในคุณงามความดี
ด้านหนึ่ง ถ้าเราจะรู้จักใช้พระกรณียกิจของสมเด็จพระพี่นางฯ ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิต เป็นแรงบันดาลใจในอันที่จะยอมสละส่วนที่อันจะได้ของตนเองลงบ้าง เพื่อประโยชน์สำคัญของประเทศชาติก็นับว่าเป็นคุณและมงคลไม่น้อย
ป.ล. ๑ จากเสียงบ่นของแมวดำและแรงกระตุ้นจาก “มาดูมันทำ” ตอบความไม่รู้จัก “กาละเทศะ” ของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ป.ล. ๒ ไม่ต้องเอาตราซ้าย-ขวา มาประทับให้ผมนะครับ จะซ้าย-จะขวา ไร้สาระทั้งเพ


เห็นด้วยว่า พระราชกรณียกิจหรือ พระกรณียกิจของราชวงค์ เป็นประโยชน์ต่อชีวิต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน ไม่ได้เป็นไปเพื่อ กอบโกย ขายชาติ หลายชาติพูดว่า ประเทศไทย โชคดี ที่มีพระมหากษัตริย์
พี่เน้ค้า ทำไงดี ไม่น่าหลงไปอ่านที่คุณคนที่ลงชื่อจริงคนนั้นโพสต์ให้เป็นเสนียดสายตาเลย เห็นแล้วหงุดหงิดจิตหงุดเงี้ยว สุขภาพจิตเสีย ต้องไปสงบสติอารมณ์ ยุบหนอ พองหนอแล้วเนี่ยยยย
ตอนแรกนึกว่าโทรทัศน์เสีย โทรทัศน์ที่บ้านยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ด้วย
คนคุ้มหัว สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เยอะจริงๆ :กล้วย:
ก็คงเฉพาะพวกบ้าคลั่งทั้งนั้น เห็นๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นแค่ “เด็กเพิ่งขึ้น” อายุ ๒๐ ต้น
วันนี้ค่อยสงบสติอารมณ์ได้หน่อย
(ข้อมูลที่ป้อนให้แม่มีไม่เพียงพอ แม่สรุปดื้อๆอย่างนี้ก็ขำดี และอาจจะจริงก็ได้
)
เล่าให้แม่ฟังเรื่องบุคคลคนนี้
แม่สรุปสั้นๆว่า “
มันอิจฉา”เออ ง่ายดี
ไม่รู้การปกครองใน”อุดมคติ” ของเค้าเป็นเช่นไร (อุดมคติหรือมายาคติกันแน่ก็ไม่รู้)
แต่อยากให้ไปหาเกาะซักที่แล้วตั้งประเทศเอง ปกครองเอง
หรือไม่ก็อยากให้ลองไปอยู่ในประเทศที่มีสงครามรายวันดู (สงครามที่มีระเบิด ปืน ฯลฯ ไม่ใช่สงครามจิตวิทยา สงครามน้ำลาย สงครามเย็น ฯลฯ)
หรือไม่ก็แถวลุ่มน้ำแอมะซอนก็น่าจะดี
ไม่รู้เพื่อนที่อยู่–(ชื่อสถาบัน)–จะรู้จักมั้ยนะ แล้วจะคิดยังไงกับคนคนนี้
ก็ไม่รู้ว่าที่เค้าทำแบบนี้มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงรึเปล่า
ถ้าไม่มีก็แล้วไป ปล่อยให้บ้าไปเถิด
คนส่วนใหญ่ไม่บ้าไปด้วยหรอก
“กาลเวลาพิสูจน์คน”
ความดีที่ตัวเองทำยังไม่ได้เศษเสี้ยวเล้ยย
ไอเรื่อง คนเท่ากัน ขนาดประเทศที่ยึดเรื่องความเท่าเทียมกัน
เอาแค่ของนอกกาย อย่างมีเงินไม่เท่ากัน ก็คนไม่เท่ากันแล้ว
ประสาอะไรกับเรื่องนามธรรม
พระพุทธเจ้ายังแบ่งบัวเป็นสี่เหล่าเล้ยยย
อยากรู้ว่าคนพวกนี้พ่อแม่ญาติพี่น้องจะยังนับญาติอยู่รึเปล่า เอานามสกุลมาประจานปาวๆ
แล้วเค้าเอาตัวเองไปเท่าพ่อแม่ตัวเองมั้ย ถ้าอยากจะเท่ากันนักควรเริ่มจากคนใกล้ตัวก่อน
อ่าว ลืมปิดโค้ด จะสไตรค์แค่ “มัน” น่ะค่ะ
แก้ให้แล้วครับ
เมื่อวานเล่าให้เพื่อนฟัง มันก็ว่า “ไอ้..(สัตว์เลื่อยคลาน) ให้มันไปหาเกาะอยู่” แล้วเติมว่า “กินบนเรือนขี้รดหลังคา” และ “เลว”
เพื่อนคนนี้ไม่สนใจการเมืองเลย เป็นอิสลาม
//ไนซ์พี่เม้นต์บล็อกไนซ์ไม่ได้ ติดปลั๊กอิน “นิสัยไม่ดี” บล็อคตลอดเลย
อ่าว เหรอคะ
ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ไอ นิสัยไม่ดีนี่ จะfalse positive รึเปล่า
ตอนทดสอบ ตัวไนซ์เองยังเคยถูกบล็อคด้วยปลั๊กอิน honeypot เลย หาว่าเราเป็นบอทซะนี่ เข้าเว็บก็ไม่ได้ต้องเข้า ftp ไปลบปลั๊กอิน
(เสียแบนด์วิธไปกับบอทเพียบเลย ต้องเสียเงินอัพเกรดโฮสต์อีก TT^TT)
—-
คนผู้นั้นอายุก็ตั้ง 50 แล้ว… นรชาติวางวายฯ
เรื่องนี้ ว่าจะเลิกเอามาใส่ใจแล้วค่ะ
มีแต่ทำให้เราเสีย มโนสุจริต วจีสุจริต
เสียเวลาทำมาหากิน ต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้
แต่จะทำได้รึเปล่านี่สิ ใจมันยังยึดติดอยู่ >_<
Pingback: เรื่องของการกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา | Boring Days