Entries Categorized as 'เรื่องเล่า'
June 11, 2008
เพิ่งกลับมาจากชุมนุมพันธมิตรครับ ง่วงหน่อยๆ แต่อยากจะเขียนให้เสียก่อนจะหมดความ “สด” วันนี้ออกจากบ้านสายกว่าที่ตั้งใจไว้ เหตุเพราะแมวหนีเที่ยวหาตัวไม่เจอ ไปขึ้นรถตู้ก็มีปัญหาหน่อยๆ เพราะผมไม่ค่อยรู้ละแวกนั้นเลยคุยกับคนขับนานสองนาน ขึ้นรถด้วยความไม่มั่นใจว่าต้องเดินไกลแค่ไหน แต่โชคช่วยครับมีพี่สาววัยกลางคนมานั่งข้างๆ บอกว่าลงตลาดนางเลิ้ง เอาละวา ไปที่เดียวกันแน่ๆ เลยบอกย้ำกับคนขับอีกทีว่าลงที่เดียวกัน พี่สาววัยกลางคนหันมายิ้มแล้วพูดเบาๆ ว่า “ไปพันธมิตรใช่ปล่าว” ผมยิ้มรับ เลยได้เพื่อนร่วมทางต่างวัยสนทนากันก็เลยทราบว่าหญิงวัยกลางคนท่าทางอ่อนโยน นิ่มนวลและเย็นคนนี้เป็นสมาชิกกองทัพธรรม
ลงรถตรง “ตลาดนางเลิ้ง” แล้วเดินข้ามฟากไปตรอกเล็กๆ วัดโสมฯ ไปแยกกันข้างเวที พี่ไปกองทัพธรรม ผมแยกไปหลังเวที (เหมือนเดิมเป๊ะ) ไปถึงข้างเวทีกำลังแถลงข่าว นักข่าวล้อมใครก็ไม่รู้ล่ะครับ มองไม่เห็นจริงๆ ตอนนั้นกำลังพลบค่ำ คนเริ่มทะยอยมากันเป็นทิว
ตำรวจตั้งแถวแนวหน้ารั้วเหล็ก ดูเข้มแข็งกว่าคราวก่อนๆ มีป้ายเขียนติดไว้ที่แผงเหล็กว่า “การชุมนุมเป็นเสรีภาพ การล้อมปราบเป็นอาชญากรรม” ไม่มีแนวกองหน้าของพันธมิตรฯ กันเหมือนเช้าวันเสาร์ที่สมัครคลั่งกลางจอ
Posted in สถานการณ์รายวัน, เรื่องเล่า
18 Comments »
June 8, 2008
สีสันอย่างหนึ่งในงานชุมนุมของชาวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ นอกเหนือจากการให้ข้อมูลผ่านวิทยาราชดำเนิน และสภาพคล้ายคอนเสิร์ตกลายๆ สลับการอภิปราย คือ กลุ่มศิลปินเพื่อชีวิต ที่มาปักหลักสร้างสีสันอยู่ที่มุมด้านประตูยูเอ็น มีงานศิลปะแสบๆ คันๆ หลายชิ้นครับ ผมเก็บตกบางส่วนที่ถ่ายไว้เมื่อ ๔ มิถุนายน ที่ผ่านมา
อันนี้เป็นแบบมีสายเชือกดึงให้ขยับได้ ใครผ่านไปผ่านมาเห็นไม่ยิ้มก็หัวเราะ มีอันต้องถ่ายรูปถ่ายวีดีโอเก็บไว้ ใครต้นความคิดผมไม่ได้ถาม โอ้ว โอ้ว..
Posted in เรื่องเล่า
1 Comment »
June 8, 2008
เมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมาผมไป ม. เกษตร เสร็จธุระก็มุ่งไปสะพานมัฆวานฯ ฟ้ามืดเสียงฟ้าคำรามลั่นตั้งแต่ที่ผมอยู่ในเกษตร ก่อนนั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่แถวรามอินทรา คิดเป็นห่วงคนที่ชุมนุมจะโดนฝนห่าใหญ่หรือเปล่า ผมเองไม่ได้กลัวฝนหรอกครับ เป็นคนใต้ทำงานในนาในสวนไม่ฝนก็แดดเป็นประจำอยู่แล้ว ที่ไปด้วยความรู้สึกอย่างนึงที่เสียดแทงในใจก่อเป็นความวุ่นวายและรำคาญ ทางหนึ่งอยากหยุดตัวเองไม่เข้าร่วม และหยุดเขียนเกี่ยวกับบ้านเมืองที่บล็อกแห่งนี้ด้วย
ประเทศนี้จะไปทางไหนช่างมารดาคนไทย พาตัวเองให้รอดเป็นพอ ดีไหม ตัวใครตัวมันอย่างนั้น ทำอย่างที่เคยทำมาแล้วในอดีต คือ หยุดสู้ ก็คนที่รับปัญหา ที่ถูกตำหนิ –
สำนึกอย่างหนึ่งค้านอยู่ในใจว่า ทั้งเลือดทั้งเนื้อที่อยู่ในร่างกายนี้ก็ด้วยแผ่นดินนี้ทั้งนั้น ถ้าวันนี้ปล่อยผ่านไปอะไรที่จะเกิดขึ้นยากจะย้อนกลับได้อีก และผมไม่ยอมอยู่บนแผ่นดินภายใต้การปกครองของไอ้หน้าเหลี่ยม ถึงอย่างไรก็ไม่ยอม
ผมนั่งรถสาย ม. ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-สนามหลวง แล้วไปถูกทิ้งไว้ที่อนุสาวรีย์ (เดี่ยวนี้รถนิยมวิ่งสั้น หรือไม่ก็วนอนุสาวรีย์สักรอบสองรอบปล่อยคนลงหมดแล้วไปต่อ ระยะทางเท่าเดิมแต่เก็บได้สองเท่า) ลำบากก็ตรงที่ไม่รู้สายรถเมล์แถวนั้นเลย กระทั่งข้ามไปได้ ๕๐๓ วิ่งไปเลียบวังสวนจิตรฯ อ้อมแยกทางเข้าทำเนียบ แล้ววนเข้าเส้นนครสวรรค์ ผมลงตรงสะพานแล้วเดินดุ่ยๆ เลียบคลองกรุงเกษม ไปที่ชุมนุมหลายครั้งกลายเป็นว่าได้รู้เส้นทางแถวนั้นไปในตัว
เดินริมคลองไปถึงหน้าโรงเรียนวัดโสมนัสก็แปลกใจ ไหนที่เขาว่าเสียงรบกวนเด็กนักเรียนแต่ทำไมผมแทบไม่ได้ยินเสียงจากเวทีพันธมิตรเลย ตอนนั้นราวๆ บ่ายสองที่เวทียังมีกิจกรรมอยู่ มีรถวิ่งผ่านเข้าออกหลังเวที ที่รับส่งนักเรียนก็มี ตำรวจที่ประจำอยู่บนสะพานมัฆวานก็ไม่ได้จัดแถวแนวอย่างช่วงกลางคืน นั่งพักกันตามอัธยาศรัย หลายคนเหมือนตั้งใจฟังการปราศรัยบนเวที ที่จริงช่วงกลางคืนผมเห็นตำรวจไม่น้อยที่จดจ้องอยู่กับจอโปรเจ็คเตอร์หลังเวทีอย่างสนออกสนใจ ประทานโทษผมไปแอบงีบตีนสะพาน
Posted in ทัศนะ, เรื่องเล่า
6 Comments »
June 1, 2008
ไหนๆ ก็ไหนๆ เอาต่อเนื่องกันให้จบนะครับ ผมถ่ายภาพมาเยอะเชียวครับ ประมาณทุ่มกว่าๆ ผมเดินกลับไปที่ท้ายแถว ทางด้านแยก จปร. คนอยู่กันแน่นขนัด เลยกองทัพบกไปไกล นังฟังสุริยะใสกันครึกครื้น โห่ฮาเป็นระยะๆ จากมุมนี้มองเวทีเห็นเพียงจุดเล็กๆ ครับ
ริมรั้วกองทัพบกมีคนนั่งเรียงราย นั่งดูจอโปรเจ็คเตอร์
Posted in สถานการณ์รายวัน, เรื่องเล่า
3 Comments »
May 30, 2008
ผมอยากจะอาเจียนทุกครั้งเวลา “กระทิงแดง นปก.” กับคนวันเสาร์ฯ (ที่แตกจนเหลือแต่ “เสาร์รักเหลี่ยม” ) พูดว่า “ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์” หรือคำอื่นที่ความหมายใกล้ๆ กัน
ประชาชนผู้บริสุทธิ์ แบบเติมเงินเหล่านี้ ถ้าภายใต้เงื่อนไข เขาเป็นประชาธิปไตยจริงอย่างปาก ประการแรกควรรู้เคารพความเห็นและการแสดงออกของผู้อื่น และเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็นผู้ดีมีปัญญา ไม่ใช่ควักกระจู๋โชว์ พอโดนหยันว่าเล็กกระจ้อยพวกก็เอาปลัดขลิกยาวใหญ่มาโชว์แทน นี่คือดีแล้วถูกต้องแล้ว หรือเพียงความสะใจ ..สมใจถ่อย!?
ในชั่วชีวิตเราคงเคยเห็นบ้างล่ะ ถามว่า เวลามีใครสักคนไปยืนด่าคนอื่นที่หน้าบ้าน ฉอดๆ ๆ ๆ เรามองคนนั้นด้วยความรู้สึกอย่างไร อารยะหรือต่ำ?
ประเทศใดจะเป็นประชาธิปไตยได้ ก็เพราะคนส่วนหนึ่งของสังคมมีวุฒิภาวะบางระดับ การแสดงออกแห่งวุฒิภาวะไม่เท่ากับ “ต่ำ ถ่อย เถื่อน”
การที่ฝ่ายหนึ่งไปชุมนุมอย่างสงบ จะพูดจารุนแรงอย่างไรก็แล้วแต่ เห็นชอบไม่เห็นชอบด้วย ควรหรือไม่ที่ “คน-กลุ่ม-พวก-จำพวก” จะ “ยกฝูง” กันไปเผชิญหน้าแล้วอ้างว่ามาต่อต้าน ยกพวกกันไปด่า ขว้างปาข้าวของใส่ ควรหรือไม่ควร?
ครั้งที่ นปก. และพวกไปบ้าคลั่งกันที่สนามหลวง ยกพวกยกฝูงไปบ้าระห่ำทำลายข้าวของ “ดัน ดัน ดัน” กันที่หน้าบ้านสี่เสา มีใครสักกี่คนยกพวกไปรุมด่า ท้าทาย? หรือคนส่วนใหญ่เขาปล่อยให้กระทำอย่างเสรี อยากบ้าๆ [...]
Posted in เรื่องเล่า
4 Comments »