Entries Categorized as 'ทัศนะ'
June 24, 2008
หลายวันที่ผ่านมาสืบเนื่องด้วยกรณีขายชาติยกดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร โดยทนายเหล่ หมารับใช้ไอ้เหลี่ยม แลกกับผลประโยชน์บนเกาะกง สถานอบายมุขครบวงจร แหล่งทรัพยากรทางทะเล และประโยชน์อื่น มีประดิษฐกรรมของคนไทยกลุ่มหนึ่งว่าด้วย “ศิลปกรรม” และประวัติศาสตร์ ชนชาติ เกิดขึ้นเพื่อรองรับความชอบธรรมในกระบวนการขายชาติแบบลับๆ ล่อๆ
วาทะกรรมประดิษฐ์เหล่านี้อ้างย้อนไปถึงเมื่อครั้งอาณาจักรฟูนันล่มสลาย ต่อเนื่องด้วยความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของอาณาจักรแขมร์ (Khmer Empire) หรือเขมรโบราณในช่วงศตวรรษที่ ๙ –๑๓ ก่อนการล่มสลาย ที่สาเหตุหนึ่งตามสัณนิษฐานของนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีระบุว่าเกิดจากการโจมตีของอาณาจักรอยุธยา ยึดครองเป็นประเทศราช สืบต่อเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๔ และ ๕ ที่ต้องเสียดินแดนส่วนนี้ให้โจรนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศส
เป็นที่ทราบและเข้าใจกันดีว่าปราสาทพระวิหารนั้นสร้างโดยพวกขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๑ – ๒ ศิลปกรรมเป็นแบบฮินดู-พราหมณ์ พื้นที่บริเวณนั้นและภาคกลางของไทยปัจจุบันเป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน ประเด็นนี้ไม่มีใครเถียง (ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมไม่ใช่ชนชาติ)
ถ้าจะอธิบายความชอบธรรมว่าด้วย “คนสร้าง” และ “ศิลปกรรม” เพื่อยกปราสาทพระวิหารและดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร เช่นนั้น ไทยมีความจำเป็นต้องตัดแบ่งดินแดนเพิ่มเติมให้เขมรอีกหลายส่วน ไล่ตั้งแต่พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มาจดภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง เพราะดินแดนเหล่านี้เป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน มีศิลปะขอมอยู่หลายที่ เช่น ประสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย และอาจรวมถึงเมืองละโว้ (ลพบุรี)
Posted in ทัศนะ
33 Comments »
June 18, 2008
ผมผิดไปเสียแล้วครับที่เชื่อและเข้าใจมาตลอดว่าว่าปราสาทพระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชาแล้วโดยสมบูรณ์ เราถูกทำให้เชื่อว่าหลังคำตัดสินของศาลโลกเป็นอันสิ้นสุดและเราเสียปราสาทพระวิหารไปแล้วโดยสิ้นเชิง ทั้งที่รู้สึกแย้งมาตลอดว่า ถ้าดูจากสันเขา หลักการแบ่งเขตแดนที่เรียกว่า “สันปันน้ำ” นั้น เป็นไปไม่ได้เลยว่าจะมีรูปทรงสามเหลี่ยมทิ่มเข้ามาในแดนไทย และเราถูกหลอกให้ติดอยู่กับคำว่า “พื้นที่ทับซ้อน” จะทับซ้อนได้อย่างไรเมื่อพนมดงรักทั้งแนวตั้งตระหง่านเป็นผาชันฝั่งเขมรแต่ลาดทางฝั่งไทย การพูดถึงและให้รายละเอียดไม่ทั่วตลอดทำให้เราเชื่อและสรุปไปตามนั้น คนรุ่นผม รุ่นหลัง มีไม่กี่มากน้อยที่รู้และเข้าใจกรณีพระวิหารอย่างถ่องแท้
ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับบทความหนึ่งเมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้านี้ กระทั่งคุณเติมศักดิ์ จารุปราณ ขอขึ้นปราศรัยเป็นพิเศษบนเวทีพันธมิตรฯ หลังชาวพันธมิตรยกพลไปขับไล่ “ไอ้เหล่” นพดล ปัทมะ ที่กระทรวงต่างประเทศ คุณเติมศักดิ์ ยกบทความนั้นของ ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในทนายความร่วมกับหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และเป็นอดีตปลัดกระทรวงต่างประเทศ ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง และชี้ประเด็นให้เห็นชัดว่าเรากำลังเข้าใจผิดกันทั้งหมด กระบวนการเกี่ยวเนื่องกับศาลโลกนั้นยังไม่สิ้นสุด เรายังมีโอกาสโต้แย้งและเอาปราสาทพระวิหารคืนมา และยังชี้ให้เห็นประเด็นเพิ่มว่าที่เราพูดถึง “กฎหมายปิดปาก” ที่ศาลโลกยกขึ้นอ้างเพื่อยกปราสาทให้เขมรนั้น มีความไม่ชอบธรรมและไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะการเอากฎหมายปิดปากอยู่เหนือระบบปักปันเขตที่ใช้สันปันน้ำและข้อตกลงระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเดิม
Posted in ทัศนะ
22 Comments »
June 16, 2008
ปรากฎการณ์ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาอย่างใกล้ชิด จะเห็นภาพต่างไปจากการชุมนุมหรือม็อบครั้งไหนๆ ที่เคยมีในประวัติศาสตร์ไทย ด้านหนึ่งเป็นการชุมนุมของคนที่อยู่ในวัยกลางคน เป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หลากหลายในฐานะทางสังคมและอาชีพ ที่ออกมามาอยู่กินนอนบนถนน ประกาศว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นการทำหน้าที่ต่อแผ่นดินเกิดและทำเพื่อรุ่นลูกรุ่นหลาน ปฏิเสธชัดและตรงไปตรงมาว่า “เราไม่ต้องการการเมืองแบบนี้อีกต่อไป” เป้าหมายตรงหน้าคือการล้ม (ระบบ) ทักษิณและรัฐบาลหุ่นเชิด “ชั่วครองเมือง” ขณะที่เป้าหมายใหญ่ คือ การสร้างการเมืองใหม่
จบอย่างไรก็แล้วแต่ บรรดามิตรในพันธมิตรมีคำตอบอยู่ในใจว่าเราได้ทำหน้าที่แล้ว
ช่วงสามวันที่ผ่านมาอันเป็นสามสี่วันที่ยุ่งเหยิงอย่างที่สุด จนต้องอำลาการเป็น “ดารา” ตามคำของคุณจำลอง ศรีเมือง ไปชั่วคราว เพื่อรักษาชีวิตแมว แทบจะไม่ได้หลับได้นอนครับ ตอนนี้อาการเริ่มเป็นปรกติแล้ว แทบจะกลับมาดื้อได้อย่างเดิม
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเช่นกันเป็นวันที่ชาวคณะวง “นา-คอน” นำโดย “ตุด นา-คอน” มาขับกล่อมดนตรีเป็นเพื่อนร่วมรบกับชาวพันธมิตร วงนา-คอนเป็นวงดนตรีเพื่อชีวิตสำเนียงใต้ที่ผมชมชอบวงหนึ่ง ทั้งดนตรี เนื้อหาเพลง และเสียงนักร้องนำ ที่เข้ม มีพลังและชัดใน “สำเนียงนคร” โดยเฉพาะเพลง “แต่ก่อน” ที่ถ่ายทอดความเป็นไปแห่งวิถีใต้ จากยุคไถนาด้วย “หัวหมู” สู่ยุคอพยบสู่เมืองกรุง ทิ้งบ้านทิ้งถิ่น ทิ้งนา
Posted in ทัศนะ, ภาพและเสียง
4 Comments »
June 8, 2008
เมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมาผมไป ม. เกษตร เสร็จธุระก็มุ่งไปสะพานมัฆวานฯ ฟ้ามืดเสียงฟ้าคำรามลั่นตั้งแต่ที่ผมอยู่ในเกษตร ก่อนนั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่แถวรามอินทรา คิดเป็นห่วงคนที่ชุมนุมจะโดนฝนห่าใหญ่หรือเปล่า ผมเองไม่ได้กลัวฝนหรอกครับ เป็นคนใต้ทำงานในนาในสวนไม่ฝนก็แดดเป็นประจำอยู่แล้ว ที่ไปด้วยความรู้สึกอย่างนึงที่เสียดแทงในใจก่อเป็นความวุ่นวายและรำคาญ ทางหนึ่งอยากหยุดตัวเองไม่เข้าร่วม และหยุดเขียนเกี่ยวกับบ้านเมืองที่บล็อกแห่งนี้ด้วย
ประเทศนี้จะไปทางไหนช่างมารดาคนไทย พาตัวเองให้รอดเป็นพอ ดีไหม ตัวใครตัวมันอย่างนั้น ทำอย่างที่เคยทำมาแล้วในอดีต คือ หยุดสู้ ก็คนที่รับปัญหา ที่ถูกตำหนิ –
สำนึกอย่างหนึ่งค้านอยู่ในใจว่า ทั้งเลือดทั้งเนื้อที่อยู่ในร่างกายนี้ก็ด้วยแผ่นดินนี้ทั้งนั้น ถ้าวันนี้ปล่อยผ่านไปอะไรที่จะเกิดขึ้นยากจะย้อนกลับได้อีก และผมไม่ยอมอยู่บนแผ่นดินภายใต้การปกครองของไอ้หน้าเหลี่ยม ถึงอย่างไรก็ไม่ยอม
ผมนั่งรถสาย ม. ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-สนามหลวง แล้วไปถูกทิ้งไว้ที่อนุสาวรีย์ (เดี่ยวนี้รถนิยมวิ่งสั้น หรือไม่ก็วนอนุสาวรีย์สักรอบสองรอบปล่อยคนลงหมดแล้วไปต่อ ระยะทางเท่าเดิมแต่เก็บได้สองเท่า) ลำบากก็ตรงที่ไม่รู้สายรถเมล์แถวนั้นเลย กระทั่งข้ามไปได้ ๕๐๓ วิ่งไปเลียบวังสวนจิตรฯ อ้อมแยกทางเข้าทำเนียบ แล้ววนเข้าเส้นนครสวรรค์ ผมลงตรงสะพานแล้วเดินดุ่ยๆ เลียบคลองกรุงเกษม ไปที่ชุมนุมหลายครั้งกลายเป็นว่าได้รู้เส้นทางแถวนั้นไปในตัว
เดินริมคลองไปถึงหน้าโรงเรียนวัดโสมนัสก็แปลกใจ ไหนที่เขาว่าเสียงรบกวนเด็กนักเรียนแต่ทำไมผมแทบไม่ได้ยินเสียงจากเวทีพันธมิตรเลย ตอนนั้นราวๆ บ่ายสองที่เวทียังมีกิจกรรมอยู่ มีรถวิ่งผ่านเข้าออกหลังเวที ที่รับส่งนักเรียนก็มี ตำรวจที่ประจำอยู่บนสะพานมัฆวานก็ไม่ได้จัดแถวแนวอย่างช่วงกลางคืน นั่งพักกันตามอัธยาศรัย หลายคนเหมือนตั้งใจฟังการปราศรัยบนเวที ที่จริงช่วงกลางคืนผมเห็นตำรวจไม่น้อยที่จดจ้องอยู่กับจอโปรเจ็คเตอร์หลังเวทีอย่างสนออกสนใจ ประทานโทษผมไปแอบงีบตีนสะพาน
Posted in ทัศนะ, เรื่องเล่า
6 Comments »
June 6, 2008
หลังเว็บไซต์ไฮทักษิณที่สนับสนุนชายหน้าเหลี่ยมสุดลิ่มทิ่มประตูปิดตัวลงไป ผมรับทราบข้อมูลจากวงในว่า “ประดาบ” ไม่ได้หยุดความเคลื่อนไหวเพียงแต่เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม เปลี่ยนนามปากกาเท่านั้น และจากไฮทักษิณเปลี่ยนโฉมมาเป็น “ไทยรากหญ้า” ภายใต้ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีใหม่ ที่พลางตัวเพื่อเคลื่อนไหว
เว็บไทยรากหญ้าจึงก่อกำเนิดจดชื่อบนโลกไซต์เบอร์เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ที่ผ่านมา กับเว็บ GoDaddy และซ่อนชื่อผู้จดผ่าน Proxy, Inc เหมือนเดิม
ผู้เขียนเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามจาก “ประดาบ” มาเป็น “ฟ้าฟื้น”
ฟ้าฟื้น คือ ชื่อดาบของขุนแผนแสนสะท้าน ฟ้าฟื้นคือดาบ ดาบที่ติดอยู่ที่ตราโล่ของตำรวจ ในยุคที่รัฐตำรวจสถาปนาขึ้นเต็มตัวอีกครั้ง
สำนวนเขียนของ “ประดาบ” และ “ฟ้าฟื้น” นั้นคมและลึกประดุจดาบที่ลับมาอย่างคมกริบ ด้วยข้อมูลที่ลึก ลึกระดับวงใน ระดับที่มีเครือข่ายและข้อมูลฐานอย่างคนที่โลดแล่นในแวดวงสื่อมวลชนมาอย่างยาวนาน
นับแต่จบจากคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผ่านการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์มาแล้วทั้ง สยามรัฐ กรุงเทพธุรกิจ ผู้จัดการ เป็นผู้บริหาร บางกอกทูเดย์ และเดอะรีพอร์ตเตอร์
ขอยกนิ้วให้ “ทองเจือ ชาติกิจเจริญ” ชายในนามปากกา “ประดาบ” และ “ฟ้าฟื้น”
เสียดายก็ชื่อ “ไทยรากหญ้า” จะเป็นแต่เพียง “วัชพืชไทย” ที่เติบโตเพื่อรกและกินดิน
Posted in ทัศนะ
7 Comments »