Entries Categorized as 'ชวนนอกเรื่อง'

ต้มยอดมะขามกับปลาย่าง

Date September 30, 2008

เว้นว่างชวนคุยเรื่องของกินมาเสียนาน ขอพักเรื่องชุลมุนมาว่ากันด้วยของกินหน่อยนึง เรื่องมีอยู่ว่าเดือนก่อนช่วงที่เราชุมนุมกันบนถนนราชดำเนิน ผมเดินเปรี้ยวปากอยู่บ่อยครั้งที่เหลือบเห็นยอดมะขามอ่อน ผมชอบอาหารแทบทุกอย่างที่เป็นต้มส้มแบบบ้านๆ ไม่ว่าเป็นต้มยอดส้มป่อย ต้มลูกแควบ  ชื่อผักทางใต้ทั้งนั้นแหละครับ ต้มส้มปลาธรรมดาก็ชอบ เอาเป็นว่าขอให้เป็นต้มส้มเถอะครับ โดยเฉพาะต้มกับปลาย่างเป็นอันว่าชอบทั้งนั้น ทานตอนอากาศร้อนๆ สดชื่นดีเหลือเกิน
เห็นยอดมะขามพาลนึกถึงต้มยอดมะขามกับปลาย่าง แล้วนึกถึงชีวิตกลางสวน ทำงานแดดร้อนทั้งวัน เข้าร่มกินข้าวเที่ยง ซดน้ำต้มส้ม จะหาสุขไหนมาเปรียบเป็นไม่มี

วันก่อนน้องคดข้าวเย็นมาให้ พร้อมต้มยอดมะขามกับปลาดุกย่าง มันคิดอะไรของมันก็ไม่รู้ล่ะครับ แต่ถูกใจเป็นที่สุด เห็นบอกว่าทำเองด้วย เลยฟาดซะเกลี้ยงในบัดดล ซดน้ำจนไม่เหลือติดท้องถ้วย

แล้วเราจะเจอกันได้อย่างไร

Date September 14, 2008

กำลังนึกถึงกาแฟขมๆ และเพลงที่เนื้อท่อนหนึ่งว่า ..แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร เจ็บหัวใจ ปวดหัวใจ แสบหัวใจ อะไรอย่างนี้.. ทำนองประมาณคนแก่น่ะครับ อย่าถือสา ไม่ได้แก่ขนาดนั้นแต่เป็นคนประเภทไม่ชอบดนตรีรุนแรงหยาบกระด้าง เลยพลอยไม่ค่อยฟังเพลงวัยรุ่นไปด้วย นึกถึงเพลงนี้ก็ด้วยเพราะนึกถึงคำถามของหลายคนๆ คนว่า จะเจอกันได้อย่างไรในฝูงชนที่ทำเนียบ ก็ในเมื่อไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตา และผมหวงความเป็นส่วนตัวบางประการ (อย่างเบอร์โทร) แถมเป็นคนประเภทไม่ชอบเอารูปตัวเองลงเว็บ-เปิดบนอินเตอร์เน็ตไม่ว่าที่ไหนๆ ก็เลยกลายเป็นว่าเหมือนจะไม่มีโอกาสจะได้รู้จักกัน เอาอย่างนี้ดีไหม เห็นผู้ชายสะพายเป้ใบนี้ทักได้ทันที

เขียนอักษร “n/e” ไว้อันใหญ่ พอที่จะเห็นได้ในระยะไม่ไกลนัก แก้ปัญหากันง่ายๆ อย่างนี้ดีกว่าผมเขียนป้ายแขวนคอว่ามั๊ยครับ เอาอย่างนี้แหละ

ชวนเที่ยวห้องน้ำทำเนียบฯ ตึกสันติไมตรี

Date September 12, 2008

เห็นชอบว่ากันนักหนาว่าพันธมิตรทำห้องน้ำทำเนียบสกปรกอย่างโน้นอย่างนี้ รับขี้ปาก นั่งจินตนาการแล้วว่าต่อทั้งที่ไม่โคยโผล่หัวโผล่จู๋+จิ๋มไปใช้บริการ โพสต์ก่อนนี้ผมพูดถึงไว้เล็กๆ ว่าห้องน้ำทำเนียบ ที่ตึกสันติไมตรนั้นสะอาดและได้รับการดูแลอย่างดี วันนี้ขอเอาภาพมาฝากเพื่อไม่ให้เป็นการกล่าวอ้างเลื่อนลอย เช่นเดียวกับห้องน้ำตึกอื่นอีกไม่กี่ห้องที่เปิดใช้ โดยจะเปิดใช้เป็นเวลาไม่ได้เปิดใช้ทั้งวัน ช่วงเช้าเปิดประมาณ ตี ๕ ถึง ๑๐ โมง และช่วงเย็นเริ่มที่ ๕ โมงเย็น มีการทำความสะอาดอย่างดีและมีกลิ่นหอม (ฮา)
เฉพาะที่ตึกสันติไมตรี ห้องน้ำอยู่ด้านขวาซ้ายของตึก มีคุณลุงคุณป้าสองคนเป็นผู้ดูแล คอยจัดระเบียบการใช้ห้องน้ำ ทุกคนจะต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นไปและต้องวางไว้เป็นระเบียบ สายวันนี้มีเจ้าหนูคอยดูแลให้รองเท้าจัดวางเป็นระเบียบไม่ขวางทางเดิน

ภายในมีรองเท้าสำหรับใช้ภายในให้เปลี่ยนใช้ จอดเป็นแถวแนวอย่างเป็นระเบียบ เตรียมไว้ให้พร้อมเพื่อไม่ให้เกิดความสกปรกขึ้นในห้อง และเหมาะมากสำหรับคนที่สวมถุงเท้า (อย่างผม) รองเท้าภายในมีมากกว่าที่ผมถ่ายมานะครับ รวมๆ แล้วมากกว่า ๒๐ คู่

แมวดอกไม้

Date September 7, 2008

เพิ่งจะได้กล้องถ่ายรูปกลับมา ชักจะคันๆ มืออยากถ่ายรูป สองวันแล้วยังไม่มีโอกาสได้ถ่ายอะไรเป็นจริงเป็นจัง เย็นนี้ปล่อยเจ้าอ้วนแมวตัวเดียวที่เหลืออยู่ออกไปเดินเล่น (ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด) เล่นพักใหญ่ก็ไปกบดานที่เดิม กระถางดอกไม้ข้างบ้าน ผมสังเกตเห็นหลายครั้งแล้วว่าอ้วนจะชอบไปดมๆ ที่ดอกไม้แล้วนอนตรงนั้นได้นานสองนาน เลยลองหยิบกล้องมาทดสอบปุ่ม (ที่เพิ่งซ่อม) ท้องฟ้ากำลังครื้มๆ พอดี อาการฝนกำลังจะตก

อ้วนเป็นแมวสุดหล่อครับ ใครเห็นใครก็ชม ยกเว้นแมวสาวๆ แถวนี้ที่ไร้ซึ่งแล้วอารมณ์ ผู้อุปการคุณพาแมวพวกนั้นไปตอนหมด แต่ว่าศัตรูเก่าที่เคยมาเหยียบอ้วนถึงถิ่นเมื่อตอนยังเล็กๆ ตอนนี้เสร็จอ้วน กำหราบราบคาบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมไปขู่กลับและฉี่รดถึงหน้าบ้าน

ลูกเห็บที่ทำเนียบพันธมิตร

Date September 6, 2008

วานนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปทำเนียบฯ เพื่อร่วมชุมนุมเพราะมีอะไรหลายอย่างให้ต้องรีบทำ มีเรื่องเครียดหลายอย่างที่ต้องแก้ปัญหา และต้อมีเวลาให้แมวที่บ้านเพราะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันทั้งวันนานพอสมควรแล้ว ไม่ค่อยได้พาเดินเล่น แต่แม่โทรมาถามว่าไปที่โน่นหรือเปล่า แม่กังวลไม่อยากให้ไปช่วงนี้เพราะกลัวอันตราย แต่ดันอยากได้ “รองเท้าหมายจับ” ที่เป็นรูปหน้าสองผัวเมีย ก็ถามแม่ว่าถ้าไม่ให้ไปแล้วแล้วจะซื้อได้อย่างไร  ก็นั่นแหละครับอะไรๆ มักจะแย้งๆ กันอยู่อย่างนี้ อีกอย่างกล้อง Nikon คู่ชีพผมโดนฝนสิ้นชีพไปตั้งแต่วันแรกที่ตำรวจพารถ “กรงหมา” มาป่วนในวันที่ฝนตกหนัก ก่อนปล้นสดมภ์ วันนั้นตำรวจขนกันมานับพันนายด้วยความมุ่งหมายอย่างที่ทราบผลอยู่แล้ว

นอกจากไปเพราะต้องการซื้อรองเท้าคู่นั้นแล้ว ผมยังต้องไปรับกล้องคืนหลังจากส่งไปซ่อมที่ร้านแถวสะพานเหล็กห้าหกวัน ครับกลับมาใช้งานได้แทบปกติแล้ว ขาไปผมตัดสินใจพลาดอย่างที่สุดด้วยการเลือกขึ้นรถเมล์แดงแทนการขึ้นรถตู้เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ผลคือ ผมใช้เวลา ๓ ชั่วโมงในการอยู่บนถนนรามคำแหงและเพชรบุรี และไปไกลสุดได้แค่มักกะสัน ฝนก็ตก เริ่มจะค่ำและร้านจะปิดตอนทุ่มนึง จำต้องลงรถและเดินจ้ำกลางฝนเหมือนคนอื่นๆ เดินจากใต้ทางด่วนมักกะสันต่อประตูน้ำ จนถึงบ้านมนังคศิลาเลยแยกยมราช โชคเข้าข้างหน่อยที่หาแท็กซี่ว่างได้คันนึงลัดเลาะซอกแซกพาผมไปทางโบ้เบ้ ทำให้ร้านไม่ต้องคอยนาน แต่นั่นก็ทุ่มครึ่งแล้ว ได้กล้องเสร็จผมมุ่งตรงไปทำเนียบนั่งสาย ๕ ไปลง ธกส. นางเลิ้ง