Entries Categorized as 'ว่าไปเรื่อย'

ในทัศนะของหมา

Date March 29, 2008

แดดร่มลมตก หมาแถวตึกเริ่มลุกขึ้นมากัดกัน ตอนกลางวันแดดร้อนเปรี้ยงนอนสงบเสงี่ยมไม่เห็นออกสักหมา พอความร้อนของอากาศลด มันก็ลุกมากัดกันทันที นี่จะส่งเสียงให้รำคาญไปอีกหลายชั่วโมงจนกว่าหมาเหนื่อย แล้วแยกกันไป
บ่ายๆ แดดร้อน ฟ้าใสชนิดที่มีเมฆปนแค่บางๆ ผมเดินท่อมๆ กลางแดดไปซื้อชาเย็นมาถุงนึง สนทนากับเจ้าของร้าน เขาเล่าว่าเพิ่งกลับจากบ้านที่นคร ที่บ้านฝนตก ผมนึกขึ้นได้ว่าแม่เพิ่งบอกว่าที่บ้านฝนตก กรุงเทพร้อนสติแตก ภาคใต้ฝนตก แต่ฝนนี่ไม่ช่วยให้ไฟใต้ดับ จะดับได้ต้องอาศัยความเย็นและน้ำอีกประเภท
ที่แน่ๆ ไม่ใช่น้ำลายหมัก-เหลิม
เสร็จจากชาเย็น ผมหันกลับมาหาความร้อนต่อ เป็นนิสัยไปเสียแล้วครับ อากาศร้อนแค่ไหนก็ตามแต่ ยังชอบใจที่จะนั่งจิบกาแฟร้อน รสขมเข้ม พ่นควันใบจากทำร้ายคนรอบข้าง นั่งอ่านเอกสารงานวิจัยได้สักพักก็วาง เป็นอะไรไม่ทราบได้เกิดอาการสมาธิสั้นขึ้นมาเฉียบพลัน ทั้งที่ก่อนนี้เริ่มอ่านหนังสือเมื่อไร  เรื่องจะให้วางน่ะยาก อ่านตั้งแต่หกโมงเช้าไปถึงเที่ยงคืนก็ทำมาแล้ว ผมไม่ได้หมายถึงการอ่านหนังสือสอบ ตำราเรียนนะครับ
ค่อยๆ คิดจึงนึกได้ว่า แรกเริ่มต้องใช้พลังงานสูงบังคับตัว พอได้ที่ติดลมแล้ว….ยาว
บางเรื่องต้องอุ่นเครื่องกันก่อน รถยนต์ มอเตอร์ไซต์สมัยก่อน สตาร์ตเสร็จต้องอุ่นเครื่องซักพัก อย่าเพิ่งออกรถ ไม่งั้นเครื่องเดินไม่เรียบ สะดุด และดับเอาได้ง่ายๆ

รัฐธรรมนูญ..เออเหอ

Date March 24, 2008

ผมว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้ตั้งใจจะถนอมปาก ถนอมคำ ถนอมความคิด ให้อ่อนโยนลงบ้าง ไม่อยากปล่อยใจให้ร้อนรุ่มไปตามอากาศตามคำคน ที่รู้ทั้งรู้ว่าที่ให้พ่นกันออกมาแต่ละวันนั้น “รูก้น” ไม่ใช่ “ปาก” คำแต่ละคำที่ขับถ่ายออกมา ถ้าเป็นของดี สิ่งดี หรืออย่างน้อย เจือๆ ปนๆ ของไม่ดีบ้างยังพอนับได้ว่าเป็นปาก แต่ถ้าส่วนผสมร้อยละร้อยเป็นของเสียต้องนับเป็นอีกรูที่อยู่ล่างลงไป
ผมเริ่มสงสัยแล้วครับ ที่คนเขาว่าการศึกษาสมัยก่อนนั้นดีกว่าสมัยนี้หลายเท่า ดีกว่าหลายเท่าแต่ได้ผลผลิตออกมาอย่างสมัคร สุนทรเวช เฉลิม อยู่บำรุง ชูศักดิ์ ศิรินิล กานต์ เทียนแก้ว หรือแม้แต่ ทักษิณ ชินวัตร ฯลฯ แล้วอนาคตชาติที่เกิดจากการศึกษาปัจจุบัน จะให้ผลผลิตที่เป็นกากเดนคน-สังคมมากกว่านี้ หนักกว่านี้กี่ร้อยกี่พันเท่า?
หรือถ้าไม่ใช่เพราะการศึกษา แล้ว..จำพวกนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอน?
ผมเป็นคนเรียนมาน้อยครับ การศีกษาไม่อาจช่วยให้ทำความเข้าใจสิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ได้ นึกได้แต่ที่คนบ้านๆ เขาด่ากัน เด็กบ้านไหนเลวนิสัยไม่ดีก็ด่า “ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน” ไม่เคยเห็นด่าเป็นอย่างอื่น
แต่ก็นั่นแหละ บางคนพ่อแม่สอนมาดี แต่เชื้อไปทางไหนไม่รู้
ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายสมัคร สุนทรเวช หรือ “ไอ้หมัก”ของชาวบ้านร้านช่อง ป่าวประกาศว่ารัฐธรรมนูญเก็บเอาไว้แก้ตอนท้ายๆ นี่อยู่มาแค่เดือนเดียวจะเป็นจะตาย ฟูมฟายต้องแก้รัฐธรรมนูญ
นายกรัฐมนตรีพูดกลับไปกลับมาเชื่อถือไม่ได้ แล้วให้ไปเชื่อแมวเชื่อหมาที่ไหน อย่าอ้างสถานการณ์อีกล่ะครับ เพราะไอ้ที่เห็นชัดๆ แก้ให้ตัวเอง
แก้ผ้าประจานให้ชาวบ้านร้านช่องทราบว่า คนผิดคิดชั่ว นอกจากจังไรแก้ตัว [...]

บ่ายแก่ กาแฟขม และเพลงเก่า

Date March 22, 2008

หมดกาแฟรสขมเข้มแก้วที่สามแต่เหมือนว่าอากาศนอกห้องไม่ได้ลดความร้อนลงไปเลย ดีหน่อยตรงที่มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา พอเข้าหน้าแล้ง แดดแรงทั้งวัน พอแดดเผาให้อากาศร้อนขึ้น อากาศร้อนน้ำหนักเบาลอยตัวขึ้นด้านบน อากาศที่น้ำหนักมากกว่าไหลมาแทนที่ เกิดลม แดดแรง ลมแรง สบายดีออก ผมค่อนข้างจะชอบอากาศหน้าร้อนเป็นพิเศษ ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขา จะเรียกว่าโปรดหน้าร้อนเป็นพิเศษก็ว่าได้ครับ แต่อดสงสารแมวกับหมาที่บ้านไม่ได้ เห็นเดินลิ้นห้อย แฮ่กๆ ลำบากเปลืองไฟเปิดพัดลม ให้หมาแมวนอนเรียงแถวคลายร้อน
อากาศร้อนเหมือนคนจะใจร้อนตามไปด้วย พบเจอะไรขัดตาขัดใจหน่อยพาลจหงุดหงิด มีเรื่องได้ง่ายๆ สถานการณ์บ้านเมืองค่อนไปทางร้อนรุ่ม ทุกอย่างรัดเกลียวแน่นเข้า การเดินหน้าปะฉะดะด้วยอัตราเร่งสูง ใช้วิชาตีนผีเหยียบบี้ไปทุกหัวระแหงตั้งแต่เดือนแรก ดูกิริยาอาการแล้วไม่ยากจะทำนายครับ เชื่อได้ว่าคงไม่ตายดี ด้วยทั้งตีนผีและปากหมา
ส่วนใครที่หวังว่าสถานการณ์แย่ๆ ในบ้านเมือง ทั้งปากท้อง ข้าวของแพง กระเป๋าแห้ง-หน้าหด ไปจนถึงปัญหาสามชายแดนภาคใต้จะดีขึ้นนั้น ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ยังต้องทุกข์และทนกันต่ออีกยาว รัฐบาลชุดนี้ไร้น้ำยา สะเปะสะปะและไม่จริงจังอะไร จะร้อยมิ่ง พันหมัก หมื่นเลี๊ยบ แสนเหลี่ยม..ก็แค่ราคาคุย
อากาศร้อนแบบนี้นึกถึงสมัยเด็ก กลางวันชอบปีน “ปล้อง” แอบขึ้นไปอยู่บนหลังคาหลังบ้าน หลังคาตรงนั้นต่ำกว่าส่วนอื่น มีมะม่วงทองดำต้นโตเบียดชิดหลังคา หน้าแล้งใบยังมีมากพอเป็นร่มให้ได้พึ่งหลบร้อน แถมมีลูกรอสุกให้ปลิดกิน มีหมอนหนึ่งใบหนุนอ่านหนังสือ ฟังวิทยุเครื่องเก่าที่มีสถานีเพลงลูกทุ่งบ้านนอก จูนได้แค่ช่องเดียว

ยุบพรรค ยุบพรรค ยุบพรรค

Date February 8, 2008

ผมท่าว่าจะอาการเดียวกับ “เหลิม ดาวเทียม” เอียนจะฟังข่าว ฟังใครให้สัมภาษณ์เรื่องยุบพรรค โดยเฉพาะจากปาก กกต. ที่ไม่รู้พูดให้เปลืองเส้นขนมจีนทำไม ไม่กี่วันมานี่ก็มาอีกแหละยุบพรรคปลาไหลบ้าง พรรคสมศักดิ์ ชายเจ้าน้ำตาบ้าง ยุบปลาไหลยุบครึ่งบกครึ่งน้ำ (มัชฌิมา? ) พวกนี้ก็ขี้หมูไหลไปพรรคนอมินี ไปสิ้นแผ่นดิน ก็แค่นั้น แทบไม่มีผลอะไรเลย
ผมออกจะเห็นด้วยในเชิงหลักการ หลักตะแบง หลักแถและหลักศรีธนญชัยว่า ไม่ควรให้มีการยุบพรรคการเมืองใด แต่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คำว่าพรรคการเมืองนั้นต้องเป็นพรรคการเมืองแท้จริง
ไม่ใช่พรรคตามนิยามรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ที่คลุมไปถึงพรรคของใครคนใดคนหนึ่ง ที่สภาพคล้ายบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วน วินมอเตอร์ไซต์ แก๊ง ก๊วน รังโจร รูแลนรูเหี้ย ฝูงสัตว์เลื้อยคลาน ศูนย์รวมความระยำจังไรไม่จำกัด อันนี้ไม่เกี่ยว ไม่นับรวม
ถ้าเป็นอย่างหลัง ยุบๆ ไป ไม่ต้องพูดมาก ไหลไปรวมอยู่กันตรงไหนก็ตามไปยุบ ไม่ต้องเก็บไว้เช่าบูชา ยุบแล้วก็รีบลอยอังคารเสียไม่ต้องรอให้ถึงรุ่งเช้า
ทุเรียนพันธุ์ดี ถ้าริจะปลูกแล้วกินให้อร่อย ได้รสและความเป็นทุเรียน ต้องเด็ดผลด้อยทิ้งเสียให้หมดแต่ยังเล็ก ทิ้งไว้ก็จะพาลแย่งปุ๋ยแย่งน้ำ พาให้รสไม่อร่อยไปเสียทั้งต้น ก็เท่านั้น

ทฤษฎีพัฒนาการเมืองไทย

Date January 11, 2008

เช้านี้แดดดีมาก ด้วยความที่ผมเป็นสัตว์เขตร้อนผมค่อนข้างไปทางที่ชอบวันที่แสงแดดแรง นึกถึงแสงแดดผมก็นึกขึ้นได้ว่าประเทศเราเป็น “ประเทศเขตร้อน” หรือ Tropical Region คิดสะระตะไปเรื่อยจนจบที่หนังสือเล่มนึงที่เคยอ่านสมัยมัธยม “Tropical Rain Forest”
 
ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน เขตร้อนเป็นสิ่งคู่กันกับฝน ฝนตกแล้วขี้หมูมันไหล ดังนั้น วิธีการพัฒนาการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยในอุดมคติได้มีเพียงทางเดียว คือ ทำอย่าให้ฝนตกหรือไม่ก็ย้ายประเทศหนีออกจากเขตร้อน ไม่เช่นนั้นไม่สามารถป้องกัน “ฝนตกขี้หมูไหล” ได้