สาละลังกา
ลำดับที่ 843 • 28 July 2008 - 08:49
ขอผ่านเรื่องการเมือง-บ้านเมือง เป็นการชั่วคราวนะครับ ด้วยเหตุผลว่ายังไม่ได้รับรายงาน อย่างที่บอกว่าสองสัปดาห์ที่หายไป (ไม่ใช่ ๑ ปีที่เหลี่ยมหายไป) แทบไม่ได้ดูข่าว ดูโทรทัศน์เลย
วันหนึ่งมีธุระต้องไปที่ “วัดวังม่วง” เป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงวัดหนึ่งของอำเภอฉวาง นครศรีธรรมราช เป็นวัดในนิกายธรรมยุติ มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ สมัยเสด็จประทับเพื่อทรงบัญชาการขุดลอกแม่น้ำตาปีด้วยพระองค์เอง เคยมีเรือนประทับที่บัดนี้ชำรุดทรุดโทรมและถูกรื้อถอนไปแล้ว วัดก็เปลี่ยนไปมากจากหลายปีก่อนแทบไม่เหลือเค้าเดิม อาคารเก่าถูกรื้อถอนไปเกือบหมด ตึกกุฏิเจ้าอาวาสก็โอ่โถงอย่างกับบ้านคนมีเงินราคาหลายล้าน เข้าวัดไปครั้งนี้ความรู้สึกอย่างเก่าหายแทบไม่เหลือ ไม่ใช่วัดวังม่วงอย่างที่เคยรู้จัก และโบสถ์หลังใหม่เป็นโบสถ์ “พิมพ์นิยม” แบบกรุงเทพ ไม่ใช่ศิลปะใต้แบบหลังเดิม ความจริงเป็นแบบนี้เสียแทบทุกที่ครับ อิทธิพลของโบสถ์ภาคกลางหรือกรุงเทพแผ่อิทธิพลเหนือแบบศิลปะประจำภาคในลักษณะเดียวกับที่เรารับเอาอิทธิพลของวัฒนธรรมชาติอื่นเข้ามา ไม่ต่างกัน
พ่อแนะนำให้รู้จักต้นไม้ต้นหนึ่ง เรียกว่า “ต้นสาละ” บอกแค่นั้น ไม่ได้อธิบายต่อ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจวิชาพฤกษศาสตร์นัก แรกทีเดียวเข้าใจว่าเป็นต้นสาละที่เกี่ยวข้องกับประวัติของพระพุทธเจ้า ทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้และปรินิพาน ที่จริงสาละที่ว่านี้เรียกกันว่า “สาละลังกา”
เข้าใจว่าสาละที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติเป็น “สาละใหญ่” หรือ “มหาสาละ” ซึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายต้นยาง ลูกก็คล้ายลูกยาง
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














31 July 2008 เมื่อ 00:12
เมื่อก่อนเรียนที่รร.มเหยงคณ์ ในวัดมีอยู่ต้นหรือสองต้นจำไม่ค่อยได้แล้ว
แต่จะเห็นคนเฒ่าคนแก่ ที่มาวัด จะคอยเก็บดอก ที่ร่วงมา (หล่นบนพื้นทราย ไม่ค่อยจะเสียหายเท่าไหร่)
อ.สอนสังคม บางคนชอบพานักเรียนเข้าไปในสอนในวัด ชอบมากบรรยากาศดี ตอนนี้ไม่ได้เข้าไปนานมากแล้ว คิดถึงตอนเด็กๆจัง