รอยด่างที่ฉวาง-ช้างกลาง
27 September 2008 - 12:18
ฉวาง ชื่ออำเภอแปลกๆ นี้คาใจผมมาตั้งแต่เด็กและตราบจนวันนี้ยังหาคำตอบที่มาของชื่อและความหมายไม่ได้ ที่มีคำถามนี้เพราะผมเกิดและโตที่อำเภอนี้จนพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น “คนฉวาง” แต่ไม่เคยรู้สึกครั้งว่า “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เป็นคนบ้านเดียวกัน แต่นามสกุลวงศ์สวัสดิ์นั้นคุ้นเคยยิ่ง บางคนเคยต่อยกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก!
ฉวางเป็นอำเภอที่ปัจจุบันขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่หากนับย้อนประวัติศาสตร์กลับไปเป็นอำเภอหนึ่งที่มีความรุ่งโรจน์ในอดีต หลายอำเภอไม่ว่าพิปูน ถ้ำพรรณรา และช้างกลางล้วนแต่เคยเป็นส่วนหนึ่งของฉวาง และหากย้อนประวัติศาสตร์ไปไกลกว่านั้น ฉวางมีบทบาทสำคัญในช่วงสงครามเก้าทัพในส่วนของเมืองนคร โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของกองทัพช้างที่เรียกว่า “ช้างกลาง” (ขนาบด้วยช้างขวา และช้างซ้าย) รับศึกพม่า มีตำบลที่เป็นที่พักช้างดักช้างเลี้ยงช้างในหนองน้ำขนาดใหญ่ (คนพื้นที่เรียก “แม่เคง” ) ที่ชื่อ “หลักช้าง” อดีตระยะใกล้ของชั่วอายุคนที่ผ่านมา ทั้งตลาดฉวาง ตลาดหลักช้างและตลาดจันดี มีบทบาทอย่างสำคัญต่อเศรษฐกิจและคมนาคมของจังหวัดนครฯ ฝั่งตะวันตกของเทือกนครศรีธรรมราช (เขาหลวง-เขาเหมน) หากไม่นับรวมทุ่งสง และทุ่งใหญ่
ประมาณปี ๔๐ ช้างกลางก็แตกตัวออกจากฉวางในฐานะกิ่งอำเภอและปี ๕๐ ปรับสถานะเป็นอำเภอ ตำบลสวนขัน หลักช้าง และช้างกลาง รวมอยู่ในอำเภอใหม่ แต่ผู้คนยังคงความรู้สึกในความเป็น “คนฉวาง” เหมือนเดิม และศูนย์รวมใจเดิมเกาะเกี่ยวศรัทธาผู้คน คือ พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ที่วัดหนึ่งคือ เจดีย์พ่อท่านคล้าย อยู่หมู่ ๑ หลักช้าง และอีกวัดหนึ่งคือสวนขัน หมู่ ๑ สวนขัน อันเป็นบ้านเดิมของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
เป็นที่ทราบมานานว่าพื้นที่ฉวาง-ช้างกลางนั้น เกือบร้อยละร้อยไม่เอาและไม่ยอมรับทักษิณ ชินวัตร ทั้งประณามสาปแช่งด้วยซ้ำ — ในสมัยสองของการเลือกตั้งของไทยรักไทย อดีตผู้ใหญ่บ้านนามสกุลวงศ์สวัสดิ์คนหนึ่งเที่ยวขอซื้อเสียงซื้อบัตรประชาชนแต่ต้องเผชิญกับเสียงด่าเสียงประณามจนต้องเร้นหน้า เสียงที่ซื้อได้ก็กระปริบกระปรอยแค่ใน “วงศ์” เดียวกัน อย่าให้ลึกถึงขึ้นเอ่ยชื่อกันเลยครับ — ตลาดจันดีซึ่งไม่ห่างจากสวนขันนั้นเป็นฐานใหญ่ของพันธมิตรนครฯ อีกแหล่งที่
พลันที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รับไม้ต่อรัฐบาลขายชาติในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลายเสียงต่างพากันกระพือว่า ความเป็นคนใต้น่าจะประสานรอยขัดแย้งได้ โดยเฉพาะกับพันธมิตรใต้อันเป็นฐานกำลังใหญ่ที่เหนียวแน่น บ้างเตลิดไปไกลว่าความเป็นนายกคนใต้เป็นความภาคภูมิใจของคนใต้โดยเฉพาะนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะฉวาง-ช้างกลาง พร้อมกับอาการ “สอพลอ” อย่างน่าเกลียดของนายสกล จันทรัตน์ นายอำเภอฉวาง (พื้นเพเป็นคนที่ไหนไม่ทราบและไม่อยากถามไถ่) และเสียงตีนชาวบ้านในตลาดฉวางอย่างยิ่ง
ครับ หากไม่นับรวมการลุกพือขึ้นต่อต้าน-ขับไล่นายสมชายคาบ้านเกิดของชาวใต้ในขณะนี้นั้น ลองเตร่นั่งฟังเสียงตามร้านน้ำชา-ตลาดนัดหน่อยเถิด จะมีเสียงแห่งความภาคภูมิในการได้มีนายกใต้นั้นไม่มีแม้แต่น้อยเดียว ซ้ำยังหยามเหยียดที่เลือดใต้มันไม่ข้น-คนมันไม่จริง เป็นกระดาษรองซาลาเปาอย่างที่เขาว่า คนใต้ใต้อุ้งตีนทักษิณนั้นคนใต้เขาดูถูก ถึงคนเขาไม่ไล่ก็ใช่ว่าจะยอมรับ
คนใต้นับถือคนดี นับถือคนจริง และวิธีคิดทางการเมืองไม่เหมือนคนที่อื่น ไม่พึ่งพารัฐและน้อยครั้งที่จะประท้วงเรื่องทำกิน แต่ประท้วงคนหน้าเหลี่ยมกันครึกๆ ทั้งที่การชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกแปร่งสำหรับสังคมใต้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หรือคุณชวน หลีกภัย ในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นคือความภาคภูมิของคนใต้
แต่กับกระดาษรองซาลาเปาอย่างสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้นเป็นรอยเปื้อนอันอัปลักษณ์ มลทินอันน่ารังเกียจและไม่ควรมีอยู่ เป็นความเสื่อมเสียต่อคนฉวางโดยแท้และไม่น่าให้อภัย
ป.ล. มติชนควรมีความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลก่อนตีพิมพ์ข่าวมากว่านี้ และไม่ควรโง่ให้สมญาพ่อท่านคล้ายว่าเป็น “เกจิ”

ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓ --
What I hate is one with shallow brain and narrow mind, do nothing but judge everything.













27 September 2008 เมื่อ 13:10
แต่กับกระดาษรองซาลาเปาอย่างสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้นเป็นรอยเปื้อนอันอัปลักษณ์ มลทินอันน่ารังเกียจและไม่ควรมีอยู่ เป็นความเสื่อมเสียต่อคนฉวางโดยแท้และไม่น่าให้อภัย
เหน็บได้เจ็บมากค่ะพี่เน
27 September 2008 เมื่อ 13:33
แฮ่
ฝนเป็นคนที่ไหนครับ
27 September 2008 เมื่อ 16:19
เกลียดขี้หน้าไอ้ขี้ข้าหน้าเหลี่ยมคนนี้มากๆ
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญกับชีวิตเขาเลย
จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อประมาณห้าหกปีก่อนนี้ที่เราได้มีโอกาสเรียนกับ
อาจารย์คุณหญิงหมอพรทิพย์ และได้พูดคุยเรื่องเกี่ยวกับสถาบันนิติวิทยาฯ
ภายใต้กระทรวงยุติธรรม ที่อาจารย์เป็นรอง ผอ.อยู่ (ณ เวลานั้น)
จึงบังเอิญได้รู้จักชื่อนี้ขึ้นมาในบัดดล ไม่น่าเชื่อเลยนะ
ว่าคนคนนี้จะมาเป็นนายกขัดตาทัพให้กับประเทศได้
ประเทศเราตกต่ำขนาดนี้เชียวหรือ?
27 September 2008 เมื่อ 16:26
ไม่ต่างไปจากที่คนกรุงเทพเลือกสมัครมาเป็นล้าน
ไม่ต่างไปจากที่คนคลั่งเหลี่ยมเรียก ท่านสมัคร
ไม่ต่างไปจากที่ไอ้หน้าเหลี่ยมไม่เคยรับรู้ว่าตัวชั่วช้าและคนส่วนหนึ่งยังยกย่องนับถือ
ไม่ต่างไปจากที่คนส่วนใหญ่เอ่ยคำว่า “เป็นกลาง”
27 September 2008 เมื่อ 20:30
ฝน
คนอุดรธานีค่ะ
แต่ตอนนี้ทำงานที่บางกอก…..
เมื่อกี๊ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อน
เพื่อนเป็นคนนครศรีค่ะ
เพื่อนไม่ชอบระบอบทักษิณ
แต่เพื่อนก็ไม่ได้เป็นพันธมิตร
เพื่อนฝนยังบอกเลยว่า
ที่สมชายกลับไปบ้านน่ะ
มันไปหาฐานเสียง
ร้อยวันพันปีมันไม่เคยกลับ
พอได้เป็นนายกก็กลับ
หวังเอาคะแนนจากคนใต้
เพื่อนบอกว่า
ถึงสมชายจะเป็นคนใต้
แต่ถ้าทำอะไรที่เอื้อประโยชน์ให้ทักษิณ
คนใต้เค้าก็ไม่เอาเหมือนกัน….
27 September 2008 เมื่อ 20:45
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
เรื่องที่สมชายไม่รู้ คือ ตลาดจันดีและฉวาง ที่ใกล้บ้านเกิดนั้น เราติดดาวเทียมช่องสนธิ (ASTV) กันพรึบๆ เดียวนี้ร้านขายจานดาวเทียมต้องโชว์ว่ารับช่องนี้ได้ไว้หน้าร้าน ไม่เหมือนสมัยก่อนที่โฆษณาจำนวนช่อง ช่องแขกช่องโน่นนี่ ถนนสายจันดี-สวนขัน วิ่งสองข้างทางแล้วส่องดูว่าหลังคาไหนไม่มี astv หลังคานั้นแปลก ซ้ำยังมีกลุ่มค้านโลตัวกลุ่มใหญ่ในตลาดจันดีด้วย
คนนครสมัยเก่าเขาว่าไว้ “ต้องจบ ปวส. จบปริญญาถึงจะทำงานอำเภอได้ แต่ถ้าเผาอำเภอไม่ต้องจบอะไร” คำตอบง่ายๆ ว่าเขาไม่ได้กลัว “นาย”
28 September 2008 เมื่อ 08:26
กระดาษรองซาลาเปา คืออะไรคะ? (เคยได้ยินแล้วล่ะแต่จำความหมายเปรียบเทียบไม่ได้)
วันก่อนไปดูร้านหนังสือ หน้า ๑ ฉบับไหนไม่รู้บอกต้อนรับอบอุ่น
)
—-
http://info.matichon.co.th/newsphoto/weekly/cov1467.jpg
ขำซ้ายล่างมากๆ แหมเข้าใจเลือกรูป ยิ้มสู้กล้องดีจริงๆ
(รูปเล็กเห็นไม่ชัด แต่ยิ้มจริงๆ
28 September 2008 เมื่อ 17:36
ชอบบทความนี้ในฐานะที่เป็นคนคอน ที่ตอนแจ้งเกิด อยู่ อ. ทุ่งใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านยาย พอโตหน่อยย้ายไปอยู่ทะเบียนบ้านตัวเอง อ. ฉวาง แล้วพอไปเรียนมอปลาย ไหงต้องกลายเป็นคน อ. ถ้ำพรรณรา ก็ยังงงๆ
ขอเล่าว่า สมัยเรียนที่เบญจม อ. วรงค์ จุลนวล สอนวิชาสังคมศึกษา บอกว่า คนคอนเก่งๆ เยอะมาก ได้เป็นทุกอย่างแล้ว เว้นแต่ นายกรัฐมนตรี ก็จำไว้ตั้งแต่ตอนนั้นไม่เคยลืม แล้วต่อมาเมื่อตัวเองกลายเป็นพันธมิตรแบบเต็มตัว (ถึงขนาดขับรถไป กทม คนเดียว เพื่อปีนทำเนียบ) ปรากฏว่า “คนคอน” ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นคิดถึง อ. วรงค์ มากๆ เลย แต่ด้วยความรู้สึกว่า ไม่รู้อาจารย์จะคิดเห็นเป็นยังไงมั่ง เพราะ “เราไม่ภูมิใจ” แม้แต่นิดเดียว
28 September 2008 เมื่อ 21:33
เพิ่งรู้ว่า น้องเน เป็นคนบ้านเดียวกันกับ “คนที่บ้าน” ของพี่หลวง
เมื่อวันก่อน เขาไปเยี่ยมบ้านแถวๆ พิปูน ในวันที่ “กระดาษรองซาลาเปา”ขึ้นเป็นนายก คนที่ 26
ก็พอจะทราบว่า คนแถวฉวาง-พิปูน ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ถ้ามีบ้างก็เฉพาะในเครือญาติวงศ์สวัสดิ์ (โดยเฉพาะ คนแถวคุดด้วน) เท่านั้น กลับถึงบ้าน เขาชวนผมและลูกๆไปชุมนุมร่วมกับ พธม. ที่หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ เพื่อย้ำจุดยืนว่า ไม่ได้ภูมิใจกับ “กระดาษรองซาลาเปา”คนนี้ เขาบอกว่า เขาอาย เสียมากกว่า …
29 September 2008 เมื่อ 10:05
@ปราง PAD
คุ้นๆ ว่า อ. วรงค์ เคยพูดแบบนั้น แต่จำได้ไม่ถนัด
เพิ่งจะทราบว่าเป็นลูกขาว-แดง เหมือนกัน
@พี่หลวง
หลงเข้าใจมาตลอดว่าคนที่บ้านเดิมอยู่ในตัวเมือง เพิ่งทราบความจริงก็คราวนี้ ว่าแต่คนที่บ้านเป็นลูกหลานคอมหรือเปล่าครับ แถวนั้นคอมเยอะ
บรรยากาศ พธม. หาดใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ผมเกาะอยู่ทางนี้เป็นหลัก
ปล. ทั้งสองท่านให้ข้อมูลตรงกับที่ผมได้รับมาจาก ทั้งตลาดฉวาง จันดี และที่อื่นๆ ว่าไม่มีใครภูมิใจเลย และออกจะรู้สึกไปในทางตรงข้ามมากกว่า
กระดาษรองซาเลาอาจมีวงษ์เดียวกันก็ไม่มากที่เห่อ เท่าที่ทราบเป็นคนห่างบ้าน ผมให้ข้อสังเกตว่าถ้าจะกลับบ้านไหว้บรรพบุรุษ ไม่ควรเป็นวันที่ไปโดนไล่มา แต่ควรเป็นวันนี้และนับเนื่องต่อไปอีก ๒ วัน จึงจะตรงตามคติใต้
@SE7EN
ไม่เจอนาน นึกถึง
2 October 2008 เมื่อ 18:49
ก็ถูกต้อง อย่างที่ น้องเน คิด
แต่คนพิปูนภูมิใจนะ ที่เกิดมาเป็นลูกหลานคอม
คนพิปูน-ฉวาง เป็นคนจริง สู้คน และรักความเป็นธรรม (แต่ค่อนข้างจะหัวหมอไปนิด)
นานมาแล้ว ผมเคยมีเรื่องกับเจ้านาย กลับมาถึงบ้านก็บ่นให้ “คนที่บ้าน” ได้ยินว่า เจ้านายอย่างนี้ เอาไว้ไม่ได้ คำตอบที่ได้ยินจากปากคนพิปูน ก็คือ “น้องจะกลับสักวันสองวัน จะไปเอาปืนมาให้พี่” ผมก็เลยเลิกบ่น และกลัวใจคนพิปูน ตั้งแต่นั้น…
2 October 2008 เมื่อ 19:07
ครอบครัวของผมและผมเองไม่ดุอย่างคนที่บ้านพี่ จะนิ่งๆ มากกว่า เว้นแต่เมื่อคนไม่ไหวและไม่ทน อันนั้นก็อีกเรื่องนึง
ขึ้นชื่อว่าพิปูนมีไม่กี่คนที่ไม่นึกถึงคอม พี่คงเคยได้ฟังมาแล้วว่าคอมลุงจากเขาพิปูนมาเผาโรงพักฉวาง เรื่องนานมาแล้วพ่อเล่าให้ฟัง
ส่วนความหัวหมอผมเฉยๆ อาจจะเพราะคุ้นก็เลยรู้ทันรู้ทาง
11 October 2008 เมื่อ 00:47
มันอาจไม่ใช่รอยด่างของชาวฉวาง-ช้างกลาง เพียงอย่างเดียว
แต่มันเป็นรอยด่างของจังหวัดเราทั้งจังหวัดมากกว่าครับพี่
“เทียบ”ไม่ได้เลยกับ พลเอกเปรม
“เคียง”ไม่ได้เลยกับ อดีตนายกนายชวน
…คนท่าเขาหลวงฝั่งออก
11 October 2008 เมื่อ 23:05
หวัดดี.. อยู่ทุ่งสงค่ะ.. แต่บ้านเกิดของพ่อกับแม่อยู่ที่เชียรใหญ่.. แม่เล่าว่า เรามีก๋งมาจากเมืองจีน เป็นโจรสลัด นั่งเรือมาแล้วมาขึ้นที่ ท่าแพ จังหวัดคอน แล้วมารู้จักกับหญิงไทยบ้านอยู่ที่ พิปูน คงจะเป็นทวดของเรา แม่ของ แม่เล่าให้แม่ฟังว่า ทวด ตัวดำมาก และนามสกุลวงศ์สวัสดิ์ อ้อ ก๋ง เป็นแซ่ คือแซ่ด่าน ( ไม่ทราบว่าเป็นอะไรกับสุรชัย แซ่ด่าน .. ทีนี้ทวดผู้หญิงไม่อยากใช้นามสกุลก๋ง แต่ให้ก๋งเปลี่ยนมาใช้นามสกุลทวด คือ วงศ์สวัสดิ์แทน .. ตั้งแต่นั้นมาก็เลยได้มีนามสกุลวงศ์สวัสดิ์…. เราอยากจะรู้จัก วงศ์สวัสดิ์ที่อยู่ที่พิปูน ว่าตอนนี้เหลือสักเท่าไหร่ หลังจากเกิดน้ำท่วมซุงที่พิปูน แล้วจะเหลือสักเท่าไหร่.. แต่ขอร้อง อย่าไปนับญาติกับคนที่อยู่ที่ จันดี.. ขอที่อยู่ที่พิปูนค่ะ หากเป็นไปได้ ส่งมาทางเมล์ให้ด้วยน๊ะค๊ะ ขอขอบคุณมากค่ะ
hying_thailand@yahoo.com
31 October 2008 เมื่อ 14:22
ผมว่าอาจเป็นแผนการที่เข้าทางของนายใหญ๋ เเหละที่นี้เพราะน้องเขยคนนี้ ไม่ค่อยฉลาดเท่าใด สังเกตเเลตะพี่น้องเหอ ว่ากลัวเมียขนาดไหน แถมไม่รักพวกพ้อง อาศัยแผ่นดิน นคร อ.ฉวาง เป็นที่เกิดเท่านั้นเเหละ เสียดายไม่โร้อิว่าปรือนิ ไตรนายกคนนี้ไม่เหมือน ป่าเปรม หรือนายกชวนมั้งนะ น่าภูมิใจ เเหลงไม่ออก สะตอนอกฝัก เป็นคนใต้แต่ในนามเท่านั้นเเหละ พันธมิตรส่วนใหญ่เป็นคนใต้ ที่นี้ทักษิณกะยืมมือน้องเขยคนนี้เเหละ ให้มาเป็นหุ่นเชิด เผื่อได้ผล เหตการณที่เกิดขึ้นเข้าตำรา นั่งตีขิมอยู่บนภู ดูเสือกัดกัน ทักษิณนอนดิกตีนบายใจเฉิบ ชาดน่าบัดสิสิ้นดี
สามแยกจันดี
31 October 2008 เมื่อ 16:06
@ชัด บุรทิต
สวัสดีครับ คนบ้านใกล้
เขาอาจคิดของเขาอย่างนั้น ส่งน้องเขยมาเพื่ออำพรางความขัดแย้ง ใช้เงื่อนไขความเป็นคนใต้กับคนใต้ที่พูดกันง่าย
เขาคิดของเขาด้วยความไม่เข้าใจคนใต้
เขาผิดซ้ำเหมือนคราวที่ตั้งใจสั่งสอนคนใต้ว่าไม่เลือกไม่ได้งบ
แล้วไง? ใครง้อ!