บอกเล่าบรรยากาศผ่านรูปไปสองตอน (๑ และ ๒) ยังมีทรัพยากรจากมุมต่างๆ ของทัพหลวงพันธมิตรอีกมาก กล้องเห่ยๆ ผมหมดถ่านไปสามชุดครับ สังขารที่ไม่ค่อยสบายเดินจนปวดร้อนไปหมด บางที่ก็ข้ออ่อนไปเฉยๆ เพราะทั้งวันข้าวไม่ได้ตกถึงท้อง ได้ไอติมขนมปังไปอันนึงพอจะชื่นมีเรี่ยวมีแรง
บรรยากาศจากมุมตรงข้ามสามแยกหลังรถปราศรัยเคลื่อนที่ ถ้าสามารถถ่ายมุมสูงจะดีไม่น้อยเพราะจะเห็นภาพปริมาณคนที่หนาแน่นทะแยงเป็นสามแฉกได้ชัดมาก กล้องดิจิตอลรุ่นเก่าเก็บมุมเล็กๆ มาได้แค่นี้ครับ
ให้ผมกะประมาณจำนวนบอกตามตรงว่ายากประมาณครับ ละลานตาไปหมด ถ้าใครจะบอกว่าอยู่บรเวณนี้เรือนแสนผมไม่กล้าปฏิเสธครับ ที่เห็นบนถนนก็ส่วนหนึ่ง ที่กระจายตามฟุตบาท ร่มไม้ ในซอย ในซอก และในสนามม้ามีอีกไม่น้อย
ระว่างที่คุณจำลอง ประกาศว่าพักตรงสามแยก แจ้งไปยังตำรวจเมื่อไหร่จะบอกให้รู้ หลายคนหลบร่ม แอบงีบก็มี อย่างเจ้าหนูคนนี้เป็นต้น นอนแผ่หราใต้ร่มไม้หน้า รร. ราชวินิต
ส่วนหน้าในร่มตรงแถวแนวของตำรวจ นักข่าวทั้งไทยและเทศประจำอยู่อย่างหนาแน่น กล้องเทพอยู่แถวนี้เต็มไปหมด จำผู้หญิงนี้ได้มั๊ยครับ นักข่าวสาวอัลจาซีร่าห์ที่ทะเลาะกับหมักปากหมาเรื่อง ตุลาตาย ๑ ศพ นั่นแหละครับ สวยดีแต่ผิวไม่ได้เรื่องเลย
กลุ่มนี้น่าจะเป็นนักข่าวจากจีนหรือสิงคโปค์ แต่ขอโทษนะครับ หนังสือพิมพ์ที่ถือนั้นเป็นหนังสือพิมพ์บันเทิง ไอ้เราก็นึกว่าเป็นหนังสือพิมพ์อย่างอื่น
หนุ่มคนด้านล่างนี้บอกว่าเป็น “นักข่าวช่อง ๓” ประมาณว่าแฝงตัวเข้ามา จะชักบัตรนักข่าวให้ดูด้วย ที่มาบอกแบบนี้เพราะเข้าใจว่าผมเป็นนักข่าวแฝงตัวเข้ามาเหมือนกัน ทำไม ทำไม ถึงมักถูกมองว่าเป็นนักข่าวหว่า กล้องที่ถือก็ไม่ใช่กล้องระดับที่นักข่าวใช้สักหน่อย
ตำรวจตั้งแนวเป็นสามแถว และยันอีกชั้นด้วยรถขนผู้ต้องหา บนรถมีแต่นักข่าว ผมเห็นแล้วอิจฉาเพราะว่าอยากขึ้นไปมั่ง ถ่ายรูปมุมนั้นจะได้รูปสวยๆ ทั้งจากฝั่งพันธมิตรและหลังแนวตำรวจ ที่ว่าโล่ง มีตำรวจกั้นอีกชั้นที่สะพานตรงแยกพาณิชยการย์ (แยกหน้าทำเนียบ) การ์ดของพันธมิตรนั่งเป็นแถวแนวระเบียบเรียบร้อย ตำรวจยังยิ้มได้ครับ ผมเข้าไปคุยด้วยหน่อยนึง ได้ไม่กี่ประโยคเพราะเขาเองถูกสั่งห้ามคุยกับผู้ชุมนุม แต่บรรยากาศด้านหน้าไม่มีอะไรตึงเครียด ที่ดูยุ่งๆ หน่อยก็เพราะนักข่าวอยู่บริเวณนั้นเต็มไปหมด ผมไปอยู่ถ่ายรูปแว้บเดียวและออกมา เพราะไม่ใช่จุดที่ควรไปอยู่
คุณจำลองประกาศให้นักข่าวถอยออกจากบริเวณแผงเหล็ก และบอกไปว่าถ้าหวังว่าจะมีการปะทะเสียเลือดเสียเนื้อไม่มี ไม่ต้องคอย ผมจำไม่ได้ว่าตอนไหนที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุลขึ้นปราศรัย แต่ภาพที่เห็นคือ เสื้อชุ่มเหงื่อเปียกไปทั้งตัว มีเสียงเฮจากผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ บนรถมีแกนนำ ๓ คน คือ คุณจำลอง คุณสนธิ และอาจารย์สมเกียรติ
ท่ามกลางแดดร้อนจ้า สิ่งสวยงามก็มีอยู่ครับ เพียงแต่ว่าถ้าไม่มีกล้องแบบยิงไกลได้ โอกาสจะส่องถึงนั้นยากมาก
นักข่าวต่างประเทศสัมภาษณ์ผู้ร่วมชุมนุมสองสามคน
คุณป้าท่านนี้ยิ้มได้ใจผมจริงๆ เดินไปตรงไหนเจอแต่รอยยิ้มอย่างนี้แหละครับ มิตรจิตมิตรใจมีอยู่ทั่ว
คุณจำลองท่านว่า “เต๊นท์ใหญ่ๆ อย่างนี้เราก็พามาได้” ไม่มีอะไรที่พันธมิตรทำไม่ได้ เต๊นท์นี้มาแบบไม่ได้รื้อนะครับ ย้ายมาจากแถวหน้าสนามมวยราชดำเนินมาแยกนางเลิ้ง ขนกันมาทั้งอย่างนั้นเลยครับ มาสำหรับพักร้อนและเป็นที่หลบสำหรับคนที่เป็นลม
คนหนาแน่นจริงๆ ครับ ผมไม่รู้จะถ่ายยังไงให้เห็นภาพชัดสุด
บรรยากาศในสนามม้าคึกคักครับ ไปเข้าห้องน้ำแล้วตั้งวงสนทนากับอย่างออกรส ขอโทษครับ ไม่ค่อยจะรู้จักกันหรอกครับ นี่ป้ายภาษาจีนที่เรียกเสียงฮา เจ้าของแปลให้ฟังแล้วแต่ผมจำไม่ได้ รู้แต่บันทัดแรกหมายถึงรัฐบาลเลว
เต๊นท์ด้านหน้าถึงที่หมายหน้าสนามม้าหนึ่งจุด เต๊นทก็เหลืองคนด้านในก็เหลือง เหลืองอร่ามเชียวครับ พี่สาวคนนี้ทาแป้งประชดประชันเป็น “กองกำลังพม่า” ประชดไอ้ปื๊ด ฟักแม้วก็มี เอาไปต้มกับซี่โครงไก่ดีไหมครับ
มีข้าวห่อเป็นข้าวกล้องมาเรียบร้อยเลย กินกันกลางแดดเปรี้ยงๆ นั่นแหละ
เต๊นท์อีกชุดกำลังตามมา ขนกันมากลางฝูงชนที่หนาแน่นแหละครับ พันธมิตรนี่น่ารักกันจริงๆ
ผมถอนตัวออกจากจุดนั้นเดินย้อนไปยมราช ขึ้นไปบนทางลอยเพื่อลองถ่ายภาพระยะไกลดู
ลงจากสะพานลอย ผ่านผู้คนเบียดเสียดไปตรงแยก หาทางไปยากจริงๆ คนแน่นมาก เดินไปแบบค่อยๆ ไป เวทีชั่วคราวตรงสามแยกติดตั้งเสร็จแล้วครับ
จบเท่าก่อน ค่อยขึ้นชุดใหม่ ภาพเยอะมาก ไม่อยากตัดทิ้ง


สวยครับ…
คงเหนื่อยน่าดู ภาพก็สวยคนก็น่ารักก็เพราะมีคนอย่างพวกๆพันธมิตรฯนี่แหละครับ
ถามหม่าม้ามาได้ความแค่นี้ค่ะ
หม่าม้าบอกว่า ถ้ายากกว่านี้ไม่ต้องมาถามนะ
บรรทัดแรก “รัฐบาล ชาติหมา”
บรรทัดที่ 2 ที่ตัวใหญ่ ๆ “คนชั่ว กินประเทศ”
แถวซ้าย “ทักษิณ”
แถวสอง “สมัคร”
แถวสาม “เฉลิม”
แถวสี่ “รีบตายซะ”