เหมือนทุกครั้งที่กลับบ้าน ผมมักจะได้อะไรติดตัวมาเสมอจากนิสัยส่วนตัวที่มีมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ คือ ช่างสงสัยและช่างถาม (จนบ่อยที่คนถูกถามขี้เกียจตอบ) รอบนี้ก็เหมือนกันครับผมไได้เกล็ดอะไรมาหลายเรื่อง มีเวลาแล้วจะทะยอยเขียนเป็นเรื่องๆ ไปนะครับ
ช่วงที่ผ่านมาผมกลับไปทำงานในสวน ไถที่ปรับดินเพื่อเตรียมปลูกยางรอบใหม่ ดินแปลงนี้มีไผ่บ้านขึ้นล้อมรอบ ขึ้นชื่อว่าไผ่บ้านนี่ผมเกลียดนักแหละครับ เพราะกิ่งมันเยอะมาก ระเกะระกะ หน้ำซ้ำเป็นหนามเป็นตะขอเต็มไปหมด เดินเฉียดหรือเข้าไปก็ได้แผลอยู่บ่อยๆ แต่เอาหน่อมาแกงหรือเอาต้นลำที่ยังอ่อนมาทำเหนียวหลามละก็แจ่มครับ ชาวบ้านมักเอาไผ่บ้านหนามเยอะๆ นี่แหละครับมาทำกระบอกข้าวหลาม (บ้านผมเขาเรียก “เหนียวหลาม” ไม่เรียก “ข้าวหลาม” — ตั้งใจจะเขียนเรื่องเหนียวหลาม แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ กินหมดน้องก็เก็บกระบอกทิ้งหมด) กิ่งก้านเรียวๆ นี่เหมาะนักแหละครับที่จะตัดไปเป็นคันเบ็ดทง แค่เหลาเอาหนามออกพอแล้ว มันจะยึกยือยังไงก็เรื่องของมัน ไม่ต้องตัดลำไผ่มาเหลาให้โค้งงอสวยงาม เสียเวลาครับ กิ่งมันเหนียวและยืดหยุ่นดีเลยใช้แทนกันได้
เรื่องของความที่มันเป็นกิ่งระเกะระกะพร้อมหนามแหลมคมนี่แหละเป็นเหตุ พ่อและผมนั่งกันอยู่ที่ร่มไผ่บ้าน เราเลยชวนคุยกันเรื่องไผ่บ้าน พ่อเลยเล่าเกล็ดประวัติศาสตร์เมืองนครให้ฟัง (ประทานโทษนะครับ พ่อผมจบแค่ ป.๔ ไม่มี รศ.ดร. นำหน้า แต่ปัญญาไม่ได้ด้อยกว่าหรอกครับ — จะเอาคนเป็นวุฒิฯ สส. กรรมการสรรหา ตุลาการ รธน. แล้วต้องจบนั่นนี่ เป็นอธิบดมบดี ผมว่ามันบ้าพิลึก ครับ..สังคมที่ขาดปัญญาก็จำเป็นต้องยศฐาเอาตำแหน่งเป็นมาตรชั่งวัด เราเลยได้ ศาล รธน. กกต. ชุดก่อนที่มีวุฒิปัญาแค่ระดับส้นตีน)
เกล็ดเล็กๆ มีอยู่ว่า เจ้าเมืองนคร (ศรีธรรมราช) คนไหนก็ไม่ทราบครับ (เยอะจัด) ในสมัยไหนผมก็ไม่ได้ซักไซร้ไล่เลียงต่อ ท่านปลูกไผ่บ้านไว้รอบตัวเมืองครับ แค่ไผ่บ้านนะครับไม่ได้ดูสูงใหญ่และแข็งแกร่งเหมือนกำแพงเมืองนครที่เราเห็นแถบเรือนจำเดิมในตอนนี้ กำแพงกอไผ่บ้านถูกปลูกไว้รอบตัวเมือง
คุณว่าพิลึกมั๊ยครับ ที่เอาแค่ต้นไผ่มาปลูกล้อมเป็นกำแพง ความคิดนี้อาจฟังแล้วน่าขำนะครับ แต่ไม่มีใครเข้ามาโจมตีแล้วตีเมืองได้เลยครับ ผ่านไผ่บ้านที่หนามเยอะจัดแล้วรกรุงรังระเกะระกะเข้ามาไม่ได้ครับ เข้ามาแล้วมามัวฟันกิ่งไผ่ก็โดนยิงตายหมดและครับ เผาซักอสองกอแล้วเจาะช่องเข้ามาก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดครับ
ของที่เราๆ คิดว่าพื้นๆ นี่ใช่ย่อยเลยนะครับ ว่ามั๊ย?


ตอนเด็กๆ ผมเคยเกือบตายเพราะหนามไผ่เหมือนกัน
พอดีเล่นน้ำอยู่ที่ท่าน้ำแถวบ้านครับ แล้วกิ่งไผ่มันยื่นลงไปในน้ำ
ตอนนั้นเล่นไล่จับกันในน้ำ ผมก็ดำมาตรงโซนที่ระดับน้ำมิดหัว
พอจะขึ้นไปฮุบอากาศข้างบน ปรากฏว่าโดนหนามไผ่รั้งคอเสื้อไว้ไม่ให้ถึงผิวน้ำ
กว่าจะแกะออกได้ ประเทศไทยก็เกือบเสียคนหล่อที่สุดไป 1 คน
ถ้าเสียไปตอนนั้น สาวคงไม่ต้องหลั่งน้ำตาหลายคน :P
ผมว่าคนแต่ก่อนเขาฉลาดนะครับ รู้จัก เข้าใจ และรู้ใช้
It’s so COOL!!!