ในที่สุดก็ขายชาติ?
2 September 2009 - 21:12
ความเคลื่อนไหวของ “ภาคีเครือข่ายติดตามกรณีปราสาทพระวิหาร” เป็นลำดับต่อเนื่องในปีนี้ ประเด็นหลักที่ทักท้วงและชูธง คือ ประสงค์ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ “หยุดสืบทอดนโยบายขายชาติ” ที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่สมัยรัฐบาลสุนัขรับใช้ นายมะเร็งปากหมา สมัคร สุนทรเวช จะว่าตามตรง นโยบายขายชาติริเริ่มมาตั้งแต่ครั้งอดีตนายกผู้ถูกมะเร็งกินไข่ “ทักษิณ ชินวัตร” ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ..ครั้งกระโน้นที่ให้กัมพูชามาตั้งบ้านเรือน สร้างวัดวาในบริเวณเขาพระวิหาร

เมื่อครั้งปี ๒๕๕๑ ความเคลื่อนไหวขายชาติของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช โดยนายนพดล คนตาเหล่ ก็ครึก ๆ งุบงิบสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร จนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเฉียด ๆ คุกพร้อมข้อหา ตราจารึกประจำตระกูลว่า “ขายชาติ”
ซากปรักหักพังสัปรังเคนั้นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่จะกินผืนแดนดินไทยอีก ๓๐๐๐ กว่าไร่ ทั้งจะลามปามต่อเนื่องถึงเขตแดนบริเวณอื่นทั้งทางบกและทะเล ทั้งผืนป่าและฝืนน้ำ ในน้ำมีปลาและมีน้ำมัน!!
น้ำมันที่ข้นกว่าเลือดและน้ำ ที่ใครหลายคนทั้งมะเร็งไข่หน้าเหลี่ยม ผู้ชายตัวดำและหมอผี จ้องเขมือบตาเป็นมัน ทั้ง.. นักการเมืองและนายทหารก็เปรมปรีดิ์กับธุรกิจของเถื่อน การก่อสร้างชายแดนไทย-เขมร สุขสมอารมณ์หมายได้กันทุกคน
เช่นนี้ อธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ที่กินไม่ได้และไม่เท่ จึงไม่รู้จะฝากไว้ในมือใคร ผู้คนเล็ก ๆ ทั้งนักวิชาการและภาคประชาชนหลายองค์กร จึงรวมตัวกันอีกคำรบเคลื่อนไหวเป็นอนุกรมต่อเนื่อง เรียกตัวเองระหว่างนั้นว่า “ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร” ที่ก็ได้แต่ติดตาม ทักท้วงทวงถาม แต่เป็นอะไรมากกว่านั้นไม่ได้!?
เบื้องแรก ความหวังจึงฝากไว้กับนายกนักการเมืองหนุ่มรูปงาม เพรียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ทั้งเคยได้เห็นจุดยืนและฝีไม้ลายมือ การอธิปรายชำแหละความขายชาติของรัฐบาลนายสมัคร เมื่อครั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ไร้อำนาจในมือ ทั้งเห็นความตั้งใจดีเมื่อครั้งนั้น ขนาดไปขอข้อมูลเป็นการส่วนตัวจาก ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล (รวมถึงอีกหลายคนในประชาธิปัตย์ที่ขอข้อมูลจากนักวิชาการภาคีเครือข่ายฯ เพื่อเป็นข้อมูลอภิปราย) ..ก็เชื่อว่าจะไม่สืบทอดนโยบายขายชาติ
เบื้องแรก รัฐบาลประชาธิปัตย์ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ชื่อ กษิต ภิรมย์ ที่เห็นจุดยืน ความกร้าวกล้า เมื่อครั้งยืนอยู่บนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ..ก็เชื่อว่าจะไม่สืบทอดนโยบายขายชาติ
แต่พฤติกรรมที่ปรากฏตั้งแต่แรกเป็นรัฐบาล ก็ส่อสัญญาณอันน่าห่วงใยว่า ฤาคนจำพวกนี้ เห็นทีจะไม่ผิดแผกแตกต่างกัน เพราะการดำเนินการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาไม่ถึงปี ทั้งการประนอมรอมซอม สงบยอมใต้เบื้องบาทาเขมร ความพยายามที่จะผลักดันกรอบเจรจาที่จะเอื้อเกื้อให้เขมรขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเสร็จสิ้นสมบูรณ์ นั้น ดูแล้วทิศทางล้วนแต่เป็นการการสานต่อสืบทอดนโยบายขายชาติทั้งสิ้น
เพียงแต่มีความรัดกุมในทางกฎหมายมากพอควร คือ จะเป็นการขายชาติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ที่ผลการประชุมของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันนี้ออกมาว่า
ร่างกรอบการเจรจาเพื่อรักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยบริเวณ พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในกรอบของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชาและกลไกอื่นๆภายใต้กรอบนี้ด้วยคะแนนเสียง ๓๐๖ ต่อ ๖ งดออกเสียง ๓๗ ไม่ลงคะแนน ๑๔
กรอบที่ว่านั้น ประกอบด้วยหลายส่วน โดยเฉพาะการถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายออกจากวัดแก้วฯ โดยไม่ถอนประชาชนเขมรที่รุกล้ำเข้ามา ฟังดูดี แต่เป็นการเปิดทางให้เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทได้สำเร็จ เพราะไม่อยู่ในสภาวะมรกดโลกที่เป็นอันตราย อยู่ในเขตสู้รบ
ซึ่งเรื่องนี้ “กษิต ภิรมย์” ไม่สามารถเชื่อมโยงตรรกะในสมองได้
เห็นสัญญาณอันชวนให้เขวและน่าวิตกจากโปรกเกอร์กระทรวงการต่างประเทศ คำนูณ สิทธิสมาน ในรายการคนในข่าว เมื่อวานนี้ ก็ไม่รู้สึกแปลกใจว่าผลการลงมติการประชุมร่วมรัฐสภาจะออกมาอย่างที่ปรากฏ และก็ประชุมลับมาทุกครั้ง
ไม่แปลกถ้า ฝ่ายค้านเพื่อไทยจะไม่ตีรวน เพราะกรอบนี้จะมีผลให้พวกตนขยับขาออกจากคุก จาการการฟ้องร้องคดีเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้ว แต่เห็นแปลกแต่จริงก็คือ ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งอาจทำความเข้าใจได้เช่นกันว่า เพราะรัฐบาลเสนอมาก็หลับหูหลับตาสนับสนุนกันไป เช่นนี้
คำทักท้วงเล็ก ๆ ของชาวบ้านในภาคีเครือข่ายฯ “ระวังประชาธิปัตย์จะไม่เหลือในกรุงเทพ” อาจจะได้ยินแต่เพียงคุณหญิง กัลยา โสภณพนิช แต่ไม่ถึงหูประชาธิปัตย์
อะไรจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ติดตามกันชิด ๆ ชัด ๆ แต่ดูแล้วก็ไม่พ้น ..สืบทอดนโยบายขายชาติ ดี ๆ นี่เอง!!

หมายเหตุ: อ่านข้อมูลประกอบการคิดได้ที่ ฟิฟทีนมูฟดอทเน็ต / อ่านบทความ “ขณะนี้พวกเราทุกฝ่ายจะร่วมมือกันพิทักษ์รักษาแผ่นดินไทย!” โดย ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ / ซัด”มาร์ค”เปลี่ยนท่าทีหวั่นเสียพื้นที่พระวิหาร / “รสนา” แจงโหวตค้านกรอบเจรจา ตปท. ชี้ “ประวิตร-สุเทพ” ตอบไม่เคลียร์ / Parliament nods for Thai-Khmer border demarcation
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- พระวิหารกับการแหกตา (1.000)
- พระวิหาร วาทกรรม ศิลปกรรม ชนชาติ คลั่งชาติ ขายชาติ (1.000)
- พระวิหารกับนิทานข่มขืน (1.000)
- ยึดเป้ยตาดีคืนมา (๑) (1.000)
- เสียงสะท้อน ถกพระวิหาร ช่อง ๑๑ “รู้แล้ว ทำแล้ว กำลังทำ” (1.000)
- ไอติมขนมปัง (RANDOM - 0.500)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















2 September 2009 เมื่อ 22:26
เศร้า…
โกรธ…
เกลียด…
ขยะแขยง…
สัตว์จริงๆ…
รัฐบาลชั่วขายชาติต่อเนื่อง
3 September 2009 เมื่อ 00:16
เอามาฝาก – สัญญาหน้าเหลี่ยม http://www.youtube.com/watch?v=3wM7gcNk5ZM
3 September 2009 เมื่อ 01:08
น้องเน
พี่แอบเห็นน่ะ ป๊อกไม่มีความเห็น
3 September 2009 เมื่อ 09:23
ใครก็ได้…ช่วยไปแจ้งจับคนขายชาติที!
3 September 2009 เมื่อ 09:53
@นอ หน่อย คนมีนอ:
นั่นคือ ประชาธิปัตย์ และความเป็นประชาธิปัตย์ที่เป็น
น้อยคนจะเข้าใจ
@Nice:
ขอบใจมาก ขำดี
@benny:
อ๊ะ มีคนเห็น
@สายสืบภาคประชาชน:
คำนูณบอกว่า “จะให้เอาสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติผ่านไปประหารเสียให้หมดหรืออย่างไร” (จากคนในข่าวล่าสุด คลิกฟังได้จากลิงค์ในโพสต์)
4 September 2009 เมื่อ 23:04
ในความหวัง สุดท้ายต้องหมดหวัง หวังที่เหลือคือ ขอให้รักษาหน้าหล่อๆ จนถึงวาระสิ้นฤดู เมื่อพวกเค้าเหล่านั้นเป็นโรค เ รื่ อ ง ข อ ง กุ กุ จะ เ อ า ค น อื่ น ไ ม่ ส น ใ จ ไม่ เ ก ี่ ย ว อ ย่ า แ ห ย ม …
ก็ดี ถ้า ปชป ไม่มาทำหน้าที่ แม่ยกหลายๆท่านก็ไม่รู้ซํกทีว่าสันดานแท้ๆ ของพรรคนี้เป็นอย่างไร
ปล. ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่าน มัวแต่ยุ่งเรื่องส่วนตัว กะติดเอเอฟง่ะ จะเลิกดูละ เฮ้อ
10 September 2009 เมื่อ 05:44
เรื่องนี้ ถ้านายกไม่ขยับ ไม่ว่าเหตุผลใด
ก็ไม่ต่างกับพัชรวาทที่ลอยคอรอเกษียณ