๑ วันในมาเลย์
12 February 2008 - 23:13
เมื่อหลายปีก่อนช่วงที่ปัญหาความขัดแย้งใน ๓ จังหวัดภาคใต้กำลังเริ่มร้อนแรงใหม่ๆ ซึ่งผมจะย้ำบ่อยๆ ว่าเกิดจากความ “บรมโง่” โง่โคตรๆ ของสัตว์หน้าเหลี่ยม ผมกลับไปทำงานวิจัยที่ปัตตานีตามปกติ เข้านอกออกในหมู่บ้านต่างๆ แบบเดียวกับก่อนเกิดเรื่อง และช่วงหนึ่งมีโอกาสไปมาเลเซียทางรถยนต์เพื่อผ่านเข้าไปทำธุระที่สิงคโปร์ ทั้งหมดของการเดินทาง ๓-๔ วันผมนอนที่มาเลย์ แต่อาจจะต่างรัฐไปในแต่ละวัน
วันที่จะเดินทางกลับผมจำเป็นต้องแวะหมู่บ้านหนึ่งทางฝั่งตะวันตก เพราะต้องแวะเก็บตัวอย่างที่จะทำวิจัย ในคณะมีคนพูดภาษามาเลย์ได้อยู่คนนึง ส่วนผมงูๆ ปลาๆ หมู่บ้านนั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ครับ บ้านช่องของคนแถวนั้นก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าหมู่บ้านตามต่างจังหวัด ร้านค้าแทบจะไม่มีมีร้านชำที่ขายของหวานและอาหารตามสั่งเล็กๆ คล้ายๆ ห้องแถวหลังคาสังกะสีแหละครับ
แต่อะไรรู้มั๊ยครับ สองสามบ้านตรงนั้น โดยเฉพาะร้านค้าเป็นคน “นายู” คือ คนมุสลิมจากปัตตานีนี่แหละครับที่อพยพไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น ไปอยู่นั่นเป็นสิบปีเห็นจะได้ คนบอกว่าเขาเป็น “คนไทย” เจอกันครั้งแรกในฐานะคนแปลกหน้า มาจากไหนไม่รู้ แต่พอเราบอกมาจากประเทศไทย เข้าดีใจใหญ่ กุลีกุจอบอกเขาก็คนไทย ยิ่งรู้ว่าเรามาจากปัตตานีเขายิ่งดีใจ ชวนสนทนบอกเล่าว่าบ้านเดิมเขาอยู่แถบไหน เขากับคนนายูที่ไปกับเราพูดภาษานายู (มลายูท้องถิ่นของสามจังหวัด) กัน และคุยกับผมเป็นภาษาไทยบ้างประปราย
จากที่เราไปแปลกหน้า แต่พลันที่เป็นคนไทย ทุกอย่างง่ายไปเสียหมด ทั้งหาเรือที่เราจะต้องใช้ คนขับเรือเขาจัดการให้ทั้งหมด กลับขึ้นมาเขาเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ ดูแลอย่างดี ถึงเขาจะเป็น “นายู” และผมเป็น “สิแย” (หมายถึง คนไทยพุทธ – มาเลย์เรียก เสียม หมายถึง คนสยาม) แต่ต่างก็เป็น “ไทย” เหมือนกัน
เราดีใจที่เจอเขา และเขาดีใจที่เจอเรา
วันนี้ซากอดีตไทยรกไทยสร้างความกระเพื่อมขึ้นอีกครั้ง ด้วยความคิดโง่ๆ เรื่อง “เขตปกครองพิเศษ” ผมอดนึกสะท้อนใจและถามตัวเองไม่ได้ว่าเมื่อไหร่..เมื่อไหร่คนในพรรคนี้จะหายโง่และหายบ้าซักที ..ทำไมผมคิดแบบนี้ ลองค้นบทความเก่าๆ เกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อ่านดูนะครับ หรือแวะมาอ่านในโอกาสถัดๆ ไปที่อาจจะเขียนขยายความให้ฟัง
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- โศกนาฏกรรมรถตู้ยะลา:คิดได้แค่นี้ (0.500)
- ไผ่บ้านป้องเมือง (0.500)
- มาแบ่งแยกดินแดนกันเถอะ (0.500)
- The Man Return (0.500)
- แมว (0.500)
- กล้วยไม้หอม (RANDOM - 0.500)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















12 February 2008 เมื่อ 23:42
เขตปกครองพิเศษ นี่เอาไว้ที่ทำการพรรคและบ้าน จันทร์ส่องบ้าก่อนได้ไหม๊
12 February 2008 เมื่อ 23:58
ท่าทางจะเคืองหนัก
ว่าแต่พี่ยังไม่นอนเหรอครับ
13 February 2008 เมื่อ 09:29
“ผมเป็น “สิแย” (หมายถึง คนไทยพุทธ – มาเลย์เรียก เสียม หมายถึง คนสยาม) แต่ต่างก็เป็น “ไทย” เหมือนกัน”
แถวบ้านผม (อิสานใต้) ก็เรียกคนสยามหรือคนไทยที่อยู่ภาคกลางว่า “เสียม” เหมือนกันครับแต่คนล่ะสำเนียงออกแนว ขะแมร์
13 February 2008 เมื่อ 12:35
อ่านเสร็จก็นอนเลย เขตปกครองพิเศษนี่ต้องรีบนอน แต่ความคิด บักเหลิมนี่เหมือนกับลอกมาจาก จิ๋ว อัลไซเมอร์ เด๊ะ
13 February 2008 เมื่อ 12:57
ดีที่เหลิมไม่เล่นมุข มันคือโปเตโต้ ด้วย
13 February 2008 เมื่อ 22:24
ถ้าคุณๆ ผ่านไปทาง ด่านนอก สะเดา เลยชายแดนไทยมาเลเซียและตลาดจังโหลนของมาเลเซีย ไปประมาณ 15- 20 กม.ก็จะพบกลุ่มชนที่เอกลักษณ์พิเศษคือ เป็นคนมาเลเซีย นับถืออิสลาม แต่พูดภาษาไทยปักษ์ใต้กันในครอบครัวและหมู่บ้าน เมื่อออกนอกหมู่บ้านไปจ่ายตลาด หรือติดต่อราชการ ก็จะพูดภาษามาเลเซีย เหมือนคนมาเลเซียทั่วไป (มาเลเซีย จะคนกลุ่มนี้ว่า ซัม ซัม เค้าถือว่าคนกลุ่มนี้คือคนไทยมุสลิมแต่ตกค้างอยู่ในเขตมาเลย์ ) ทางเขตปะลิส ก็มี บ้านตาน้ำ บ้านควนขนุน ไทรบุรี ก็มีเมืองจิตราที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายไทย หมู่บ้านคนไทยทางฝั่งโน้นมีมากมายครับ วัดทางศาสนาพุทธมีอยู่ถึง 30- 40 วัด แต่กลุ่มคนมาเลย์เชื้อสายไทย และคนมาเลย์์มุสลิม ก็อยู่กันอย่างปกติสุข มาตั้ง 103 ปีแล้ว
นับตั้งแต่เสียดินแดนส่วนนี้ให้แก่้อังกฤษเมื่อสมัย ร.5 (แลกกับเงินกู้ดอกเบี้ยถูกที่ไทยกู้อังกฤษมาสร้างทางรถไฟสายใต้)
และเราคนไทยก็ลืมเรื่องนี้กันไปหมดแล้ว
แต่เมื่อ ฯพณฯ เหลิม จะช่วยรื้อฟื้น ก็น่าลองไปแนะนำให้ เค้าจัดตั้งเขตปกครองพิเศษในฝั้งมาเลเซีย เพื่อคนไทยกลุ่มนี้บ้าง ก็น่าจะดีเหมือนกัน
13 February 2008 เมื่อ 22:42
@Hatyai-an
มาทีไรมีข้อมูลแง่มุมดีๆ มาเสมอเลย
เหลิมเขาเปลี่ยนแล้วนะครับ เป็นเขตปกครองเฉพาะ แนวทางหลักคือข้าราชการปกครองอย่าง ปลัด นายอำเภอ ได้เงินกันดาร ได้เลื่อนขั้นไว บ้ากันไปใหญ่