ท่านที่เป็นคอสามก๊กคงจะพอทราบว่าเทคนิคหนึ่งที่ถูกใช้บ่อยระหว่างการทำศึก คือ การตะโกนด่าหน้าค่าย โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายปิดค่ายไม่รบ คอสามก๊กจะเห็นเทคนิคนี้ถูกนำมาใช้ในหลายศึกหลายตอน เพราะเหตุว่าการจะบุกเข้าไปในค่ายโต้งๆ เสี่ยงเกินไปเพราะอีกผ่านตั้งรับไว้พร้อมและไม่ใช่เรื่องง่าย การยั่วยุให้อีกฝั่งทนไม่ได้เปิดค่ายออกรบจึงถูกเลือกใช้
การยืนด่าหน้าค่ายไม่สนุกครับ เพราะว่าขุดรากถอนโคน ยกประวัติโคตรเหง้าแม่ทัพขึ้นมาด่ากันเลยทีเดียว น้อยคนจะทนได้เว้นไว้ม่กี่คน หนึ่งในนั้น คือ สุมาอี้
ศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายระหว่างสองซีกหลักในสังคมตอนนี้ ฝ่ายคนหน้าเหลี่ยมและพันธมิตรฯ ต่างยึดกุมที่มั่นไว้เกือบจะครบถ้วน เว้นไว้เพียงจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายหน้าเหลี่ยมไม่สามารถยึดได้ เปิดแนวรบไว้ทุกระนาบและเตรียมทางหนี-ที่ไบ่ไว้พรั่งพร้อม (กรุณาหันมองเกาะหนึ่งในกัมพูชาไว้อย่ากระพริบตา) ผมไม่ว่าในรายละเอียดในตอนนี้นะครับ
ถ้ามองความเคลื่อนไหวของพันธมิตร เท่าที่ผมจับตามระยะหนึ่ง มองว่าอ่านกระดานแตกและรู้ทาง และอยู่ระหว่างการ “ปิดค่ายเตรียมพล”ครับ การสัมมนาวิชาการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ทั้งสองครั้ง มองได้อย่างนี้ (ว่าตามสามก๊ก ตำบลรบจะมี ๓-๔ จุด — ขอละไว้ชั่วคราวนะครับ)
ขณะฝ่ายหนึ่ง “ปิดค่ายเตรียมพล” อีกฝ่ายใช้หลัก “ยืนด่าหน้าค่าย”” และเลือกใช้เฉพาะ “ทหารเลว” เป็นหลัก (มีแวะไปด่าที่ตำบลสี่เสา-เทเวศน์เป็นประเดิม) ประจักษ์หลักฐานผมเอามาบางส่วนจากเว็บผู้จัดการออนไลน์ ถ้าสังเกตกันหน่อยจะเห็นกระป๋องเบียร์ลีโอ
บทความของเดือน April 2008
สามก๊ก: ด่าหน้าค่าย
April 26, 2008
ความเป็นชาติ
April 25, 2008
เราเรียนกันมาตั้งแต่ชั้นประถมว่า ธงชาติไทยเรียกว่า “ธงไตรรงค์” แปลว่า เป็นธงสามสี แต่ละสีสื่อถึงความหมายและแก่นของความเป็นชาติ คือ ๓ สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ชนชาติไทยดำรงเผ่าพันธุ์ ความเป็นอาณาจักร รัฐชาติ เป็นประเทศ มีประวัติศาสตร์นับย้อนไปได้เกือบพันปีนั้น ก็ด้วยสามแก่นหลักดังกล่าว มีภาษา มีอักษร มีศิลปะ วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย นั่นคือ ประเทศนี้มีรากของตัวเอง
ขณะที่คนบางกลุ่มพยายามอย่างหนัก ในหลายรูปแบบเพื่อล้มล้าง ลดบทบาทความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วย “ข้ออ้าง” นานัปกระการ ที่ผมสรุปความไว้ว่า เป็นความคิดของคนที่กินบนเรือนแต่ขี้รดหลังคา
คุณชิงชัย มงคลธรรม กล่าวไว้ในรายการคนในข่าวเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ที่ผ่านมา ถึงกรณีการมีเอกสารใบปลิว เว็บไซต์โจมตีสถาบัน และกรณีของโชติศักดิ์ อ่อนสูง ว่า
สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นองค์เอกภาพของชาติ การรักษาชาติมันหมายถึงรักษาประวัติศาสตร์ของชาติ รักษาวัฒนธรรมของชาติ วันนี้เราจะปล่อยให้ลูกหลานเราเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นไม่ได้
เฉพาะกรณีของโชติศักดิ์ อ่อนสูง เขาเคยให้เหตุผลของการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีไว้ว่า
๑.เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ยืน ๒.ถ้ามีกฎหมายที่บังคับให้เรายืน กฎหมายนั้นละเมิดสิทธิ์เรา และกฎหมายนั้นต้องถูกยกเลิก [...]
ไอ้ปื๊ด
April 24, 2008
สิ่งเดียวที่ผมนับถือในตัว เฉลิม อยู่บำรุง คือ ความรักลูก ดีชั่วอย่างไรก็รักและปกป้อง แต่ในทางกลับกันเป็นการทำร้ายคนอื่นที่ร่วมสังคมไปด้วยพร้อมกัน การขอให้ไอ้หมักเซ็นรับลูกกลับเข้ารับราชการ ทำร้ายทั้งความรู้สึกผู้สูญเสีย ความรู้สึกของสังคม และทำร้ายพรรคพลังประชาชนพร้อมกันไปด้วยในตัว เสียงซุบซิบนินทาว่ากันว่า ถัดจากนี้ลูกชายอีกสองคนอาจได้กลับเข้าเป็นตำรวจ
วานนี้ได้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและภาคภูมิขณะให้สัมภาษณ์ เย็นวานบ้านริมน้ำมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนอย่างยิ่งใหญ่นับร้อยโต๊ะ ก่อนถูกฝนสาดไล่
ผมทำวีดีโอ “ไอ้ปื้ด” สำหรับรับชมเพื่อความบันเทิง เพลงประกอบโดย เอกชัย ศรีวิชัย (เวอร์ชั่นนี้เสียงร้อง ดนตรีเข้มกว่าต้นฉบับ) โปรดรับชม
สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดไว้เป็นที่ระลึก ดาวน์โหลดได้ด้านล่าง
ลิงค์สำหรับวีดีโอบนยูทูป์: ไอ้ปื๊ด
เสรีภาพของคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา
April 23, 2008
คราวก่อนโน้นผมเคยพูดถึงอาณาจักรสัตว์ ชี้ไปที่ความเป็นธรรมธาติที่จะมีผู้นำฝูง เผ่า ในการดูแลอาณาเขต เผ่าพันธุ์หรือแม้แต่ชนชาติ ว่าจะเขียนให้จบสุดท้ายไม่ได้เขียน ล่วงเลยมานานจนได้เห็นข่าวกระตุ้นจากยามเฝ้าแผ่นดินวานนี้ พูดถึง “เด็ก” คนหนึ่งชูป้าย “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญกรรม” วิธีสร้างคำสวย ฟังแล้วเท่ ลักษณะนี้เห็นบ่อยในระยะหลัง โดยที่จริงได้รับรู้เรื่องราวของเด็กพวกนี้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ ใน “ประชาถ่อย” “ถ่มน้ำลายรดฟ้า” หรือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และคณะ หลายครั้งหลายคราว โดยเฉพาะการโจมตีสถาบันแบบ “ไร้วุฒิภาวะ” หยาบคาย ให้ตรรกะเหตุผลแบบ “คนเอาแต่ใจ” หรือ “เด็กไม่รู้จักโต” พูดถึง “บรมครู” อย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สาดเสียเทเสีย บ่อยครั้ง
อิสระภาพมีอยู่ในทุกตัวคน แต่สังคมมีรากความเป็นมา มีกรอบ ขนบ ธรรมเนียมถือปฏิบัติ ใช่ว่าใครจะทำอะไรตามแต่ใจไปได้ทุกเรื่อง หรือสักแต่ว่า “คลั่งในความคิด” ของตัวได้ในทุกขณะ เวลา
ผมไม่ค่อยกระจ่างความหมายของคำว่า “ลิงได้แก้ว ไก่ได้พลอย” และ “กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา” นัก กระทั่งเห็นความคิดอ่านของเด็กพวกนี้ [...]
แก้ผ้ากับยกมือให้โจร
April 21, 2008
ข่าวสองข่าวประจวบเหมาะมาลงวันเดียวกัน ข่าวหนึ่งบอกว่า “เจ๊เบียบ” ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช โผล่ต้อนรับไอ้เหลี่ยม ทักษิณ ชินวัตร ทำบุญสร้างภาพ กระชับฐานอำนาจ (พร้อมเบียดเบียนทรัพยากรหลวง ทั้งตำรวจทั้งรถราชการ เบียดเบียนชาวบ้านที่ทำมาหากิน-สัญจร ขณะที่เป็นผู้ต้องหาอาญาแผ่นดิน) กับข่าว “ลูกตาล” ยัวะ! ตอก “เจ๊เบียบ” ไม่ได้ใส่บิกินีชอปปิ้ง
ผมออกตัวไม่วิจารณ์ดาราเดินแบบแก้ผ้า นุ่งบิกินี่จิ๋วเดินแบบกลางห้าง ตามด้วยถ่ายบิกินี่ลงนิตยสารนะครับ แต่ผมมีคำถามว่าถ้าให้ชั่งวัดระหว่างสิ่งสองสิ่งอย่างไหน เลวร้าย เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคมมากกว่ากัน ระหว่างนางแบบแก้ผ้าถ่ายหวิวกับ ส.ว. ที่ยกมือให้โจร
ส่วนเรื่องชอบหากินสร้างราคาให้ตัวเอง เกาะเต้า เกาะจิ๋มดาราวิจารณ์คนโน้นนี้ให้ตัวเองโด่งดัง หรืออย่างเรื่องไม่ดูตาม้าตาเรือวิจารณ์เซ่อซ่าห้ามผู้หญิงขึ้นเจดีย์ หรือหน้าตารับประทานไม่ลง เห็นแล้วไข่หดหมดอารมณ์ ผมไม่พูดถึงและไม่เอามาเป็นประเด็นนะครับ
Posted in








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓ --
What I hate is one with shallow brain and narrow mind, do nothing but judge everything.












