Entries from February 2008
ขอบคุณที่ลงจอดอย่างปลอดภัย
February 28, 2008
ชวนไปอยู่ใต้
February 26, 2008
ตั้งใจว่าจะเขียนเสียตั้งแต่เมื่อคืน แต่ตัดใจเข้านอนเพราะนิสัยการนอนเสียมาร่วมจะสัปดาห์ นอนตีสี่ตีห้าตื่นเที่ยง ไม่ดีเลย เข้านอนตีหนึ่งตีสองก็ทะลึ่งตื่นเที่ยงอีก ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ
อากาศทั่วโลกหมู่นี้ยังแปลกๆ ร้อนๆ หนาวๆ เป็นอะไรไปก็ไม่รู้ อย่าว่าแต่คนที่เจ็บไข้ไม่สบายเลยครับ หมาแมวไม่สบาย และตายไปเยอะมาก หมอหมาบอกเป็นบอดบวม ก่อนหมาเป็นปอดบวมคนก็เริ่มเป็นโรคปากเปื่อย แปลกแท้ๆ
ผมเคยผ่านตาไปเจอว่า มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องโลกร้อนเป็นแผนของอเมริกาจะขายของอีกหรือเปล่า เหมือนเรื่อง Y2K เมื่อ ๘ ปีก่อน เขาเข้าใจคิดครับ อาจจะเคยชินที่ว่าไอ้กันป็นประเทศกะล่อนตอแหลแห่งโลก สมัยก่อนโน้นอยากให้ถั่วเหลืองของตัวเองขายดี ให้คนมากินน้ำมันถั่วเหลืองกันเยอะๆ ก็ถึงขั้นทำวิจัยจอมปลอมออกมาโฆษณากันครึกครื้น คนบ้าจี้เชื่อกันไปทั้งโลก ก็เอางานวิจัยมาอ้างนี่นะ ประมาณเดียวกับน้ำต้มไก่ที่แสนวิเศษวิโสหรือเปล่าไม่ทราบได้ครับ แถมหลังๆ ออกน้ำต้มไก่ชนิดเม็ด นั่น..สร้างสรรค์จริงๆ พ่อคุณ
แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกนั้นของจริงครับ งานวิจัยแท้ๆ ที่ไม่ได้รายงานตรงๆ มีเยอะมาก หาศึกษามาเทียบเคียงได้ครับ ผมไม่ว่ากันในรายละเอียดครับ แต่ภาวะโลกร้อนเป็นวาทกรรม เครื่องหมายทางการค้าในการรณรงค์มากกว่า ก่อนนี้บ้านเรารณรงค์ปิดไฟกันครึกครื้น ทำได้อยู่พักหนึ่งก็เงียบหาย ต่อไปคงรณรงค์หยุดหายใจกันวันละ ๕ นาที ลดการปล่อยคาร์บอน ..พูดเล่นครับไม่เกี่ยวกัน (ในทางตรง) หรอก
รสของความไม่รู้
February 24, 2008
หายไปนานมาก ไม่ได้เขียนอะไรเลย กว่าจะรู้ตัวก็จะสัปดาห์แล้วมังครับ อันที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหน แค่นั่งดรูดราก้อนบอลแบบต่อเนื่อง ดูมาได้สามสิบกว่าแผ่นดีวีดีแล้วหลายร้อยตอนแล้วครับ ดูยาวแบบง่วงสุดๆ ตอนตีสี่ เข้านอน ตื่นสิบเอ็ดโมงมาดูต่อ ดูไปจิบกาแฟรสขม เผาใบจากยาเส้น ได้รสดีครับ
อย่าว่าผมติดการ์ตูนเลยครับ ดราก้อนบอลเป็นความประทับใจสมัยเด็ก ตอนนั้นดูได้ไม่จบ จำสาเหตุไม่ได้แล้ว ความจำเกี่ยวกับเนื้อเรื่องก็เลือนเต็มที ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นทำไมดูได้ไม่จบ เพราะติดอะไรหรือเพราะโทรทัศน์เอามาถ่ายไม่จบก็ไม่รู้ จากดราก้อนบอล มาดราก้อนบอลซี (เราออกเสียง แซด) ทิ้งช่วงห่างกันนานมาก เป็นการรอคอยที่เนิ่นนาน
ยุคสมัยใหม่ที่ไม่ต้องรอคอยนี่ดีจริงๆ ครับ แต่ก็มีดีมีเสีย นึกถึงอยากคุยกับใครก็โทรหาแป๊บเดียว สมัยก่อนจะติดต่อกับใครกว่าจดหมายจะไปถึงและจดหมายตอบมาก็เนิ่นนาน แต่ได้รสอย่างหนึ่งที่ดี
การดูดราก้อนบอลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมตัดทิ้งการติดตามข่าวสารบ้านเมือง ข่าวบ่ายสามที่ขาดไม่ได้ก็ไม่ดู ไม่ดูไม่รู้อะไรเลย
เมื่อเช้าเปิดโทรทัศน์ดูหน่อยนึง ฟังข่าวอยู่สิบนาทีพอจะรู้ความอะไรหน่อยนึง พอจะรู้ว่าเรื่องเลวๆ หลายอย่างเกิดขึ้นระหว่างที่ตัดตัวเองออกจากข่าวสาร รับรู้ตอนนั้นว่าเรื่องเลวๆ แบบนี้มีแต่พวกไอ้หมักกับไอ้เหลี่ยมเท่านั้นที่ทำได้ ไม่รู้สิครับ มันเป็นคนพรรค์ไหนกันแน่ เกิดมาเพื่อสร้างแต่ความระยำเพียงอย่างเดียว
รสของการไม่รู้ดีอย่างนี้นี่เอง
ไอ้ปึ๊ดอีกสิ
February 19, 2008
จริงๆ ตั้งใจว่าจะลองสรุปสถานการณ์การเมือง แล้วชวนเราๆ นั่งดู “หมากัดกัน” นั่งดูพวกขี้กรากนอมินีกัดกันเอง สนุกอักออกครับ แต่ขอยกประโยชน์เรื่องนี้เอาไว้ก่อน มาชวนดูข่าวกันหน่อย ข่าวเขาพาดหัวอย่างนี้ครับ ว่า “‘เหลิม’ป้อง’หมัก’ไม่ได้สั่งปราบปราม ปชช. ๖ ตุลา“
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา ในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์ ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวข้องในการสั่งให้มีการปลุกระดม หรือมีคำสั่งให้ปราบปรามประชาชนในขณะนั้น โดยพร้อมที่จะสาบานต่อหน้าวัดพระแก้ว เพื่อจะเป็นการยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายสมัคร อย่างไรก็ตาม อ้างด้วยว่า ต้นตอของเหตุการณ์วุ่นวายในอดีตเป็นเพราะมีนายตำรวจขี้เมานายหนึ่งทำปืนลั่นใส่ประชาชน จึงไม่อยากให้มีการนำเรื่องนี้มากล่าวหาหรือโจมตีกันอีก และสิ่งที่สำคัญตามกฎหมายแล้วคดีนี้ถือว่าหมดอายุความ
ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังระบุด้วยว่า การชำระประวัติศาสตร์ในอดีตต้องพูดความจริง แต่ในสถานการณ์ขณะนั้นไม่มีใครที่จะสามารถยืนยันถึงขอเท็จจริงได้ และส่วนตัวก็ไม่ได้เห็นว่ามีใครตาย
ผมไม่รู้หรอกครับว่าคราวก่อนที่ออกมาขอโทษขอโพยและขอโอกาสนั้นจริงจังกับคำพูดตัวเองมากน้อยแค่ไหน หรือแค่ว่าสักแต่ว่าพูด เรื่องนั้นว่าไปก็ไม่น่าใส่ใจอะไรมากมาย แต่คนอายุขนาดนั้นยังกล้าโกหก โกหกด้านๆ ทั้งๆ ที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองเขารู้กันอยู่ แปลกแท้ๆ เด็กรุ่นใหม่ก็อย่าเอาตัวอย่างเลวๆ แบบหมักแบบเหลิมเป็นตัวอย่างนะครับ
ที่ว่ามาทั้งหมดผมไม่ได้สนใจหรอกครับ เพราะรู้ว่าคำพูดของคนที่โกหกจนเคยตัวนั้นถือสาหาความอะไรไม่ได้ แต่อดสงสัยไม่ได้อยู่เรื่องนึง อยากรู้จริงๆ ว่า “นายตำรวจขี้เมานายหนึ่งทำปืนลั่น” นั่นเป็นใคร หรือว่าเป็น..ไอ้ปึ้ด
ปากเปื้อนเลือด
February 19, 2008
เฮ้อ ว่าจะไม่พูดไม่เขียนอะไรซักวัน แต่เกรงว่าหลายคนจะกังวลว่าผมไม่หายเสียใจ ก็รับตามตรงครับว่ายังไม่หาย แต่เรื่องนี้คงไว้ค่อยคุยกัน
วานนี้ผมเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปจ่อที่ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ผีอีเพ็ญเริ่มไปยื่นปากบวมๆ คล้ายตูดไปล้วงๆ นั่นแหละ ดูถ่ายทอดสดแถลงนโยบายรัฐบาล “คอรอหมัก” ฟังแกนๆ อยู่เป็นชั่วโมง ผมก็นึกว่าถ้าจะแถลงแบบนี้น่าจะจบได้ภายในห้านาทีเสียด้วยซ้ำ แค่บอกว่านโยบายทั้งหมดเหมือนรัฐบาลเหลี่ยม บวกรัฐธรรมนูญ และแผนพัฒนฯ ..จบข่าว
ผมฟังอภิสิทธิ์เคลิ้มๆ มาจน ๓๐ นาทีสุดท้าย ถ้าจะเป็นผู้ใหญ่หน่อยจะต้องออกปากชมเด็กคนนี้พูดจาน่ารัก ละมุนดีแท้ แต่ขอโทษ กรีดเลือดไหลเป็นทาง แบบค่อยๆ กอดแล้วเชือดคอทีละแผลๆ ไอ้ผมก็เผลอนึกว่าไอ้หมักจะออกปากชม ที่ไหนได้ รู้ตัว องศาเดือดเลยเกิดกลางสภา เลยซัดกันคนละสองสามเพลง แถมหมักยังแกว่งไปลากคุณชวนมาด้วย เลยโดนมีดบาดทั้งหัวเราะ
คุณชวนยังนิ่มแต่แหลมคมไม่เคยเปลี่ยน หลอกด่าสมัครเนรคุณแบบตอบโต้ไม่ได้ และตีซ้ำว่าที่ได้เป็นนายกฯ ไม่ได้เป็นเพราะรังตัวเองที่เคยโอ่ไว้ในอดีต มาโตในรังคนอื่น ที่เคยปรามาสประชาธิปัตย์ ท้ายสุดพรรคตัวเองนั่นแหละต่ำสิบ
Posted in








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓













