Entries from April 2007

สองดักดาน

Date April 29, 2007

ผมแว้บๆ ไปอ่านเรื่องจตุคามมาอีกรอบในผู้จัดการ เจอความเห็นหนึ่งของคุณสุวิทย์ (คห. ๔)เข้า ได้ใจทีเดียว ขอเก็บมาบันทึกไว้ตรงนี้
สองโง่ดักดานงมงายของคนส่วนใหญ่ในชาติไทย
1.ทักษิณ
2.จตุคามรามเทพ
อ่านแล้วรู้สึกไงครับ

จ. จตุคาม

Date April 29, 2007

ผมติดค้างคุณแอนไว้สองเรื่องนานแล้ว เขียนต้นร่างทิ้งไว้หลายครั้งแต่เรียบเรียงไม่ถึงไหนสักที  คือ “เรื่องเล่าเกี่ยวกับขุนพันธุ์” และ “รวยด้วยจตุคาม”ผมเป็นคนนครแท้ๆ แหละครับ แต่แทบไม่รู้เรื่องจตุคามเลยกระทั่งต้นปีนี้ที่มันดังเป็นพลุแตก ก็แค่ได้เห็นได้ยินอีกนั่นแหละ ไม่สนใจ ใส่ใจ แสวงหากับเขา โดยพื้นฐานผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ไม่นับถือ ไม่ศรัทธาและไม่ให้ความเคารพ หนักกว่านั้นคือผมเลิกนับถือพระมานานมากแล้ว ตั้งแต่ก่อนบวช และบวชแล้วก็ไม่เปลี่ยน ยิ่งบวชยิ่งเห็นไส้มากขึ้นไปอีก –ข้าม ข้าม ข้าม –วัดเดี๋ยวนี้โดยเฉพาะในนครทั้งวัดในตัวเมืองทั้งนอกๆ เป็นสถานที่รับทำจตุคาม คือ ให้ใช้ชื่อ ให้ใช้ที่ ในการสร้างแล้วก็ได้ส่วนแบ่ง ไม่ใช่ของใหม่ครับ เป็นปรากฏการณ์ที่เดินตามรอยเดิมที่ทำกันเป็นขบวนและกระบวนการมานานมากแล้ว คือ ก่อนนี้จะใช้ชื่อวัดและสถานที่ในการทอดผ้าป่า คนที่ทำก็เป็นขบวนการเป็นทีมที่ทำประจำ จรไปตามวัดต่างๆ ติดต่อเจ้าอาวาสขอใช้ชื่อวัดและลายเซ็นต์ จากนั้นก็ออกเรี่ยไรไปทั่ว อาจจะทอดจริงไม่ทอดจริงก็แล้วแต่ สุดท้ายก็แบ่งกำไรกัน เรื่องจตุคามก็ทำในรูปแบบเดียวกัน
ไอ้ที่ไปจองกันมากๆ บางที่ก็ไม่ใช่พวกที่ศรัทธา แต่ไปจองกันคนละมากๆ หลักร้อยหลักพัน แล้ววันที่เขาให้รับก็จะมีคนไปตั้งโต๊ะรับซื้อทันที กำไรเบื้องต้นตรงหน้าโดยไม่ทำอะไรเลย คือ รับมาขายเลย เช่น จองที่ราคา ๙๙ หรือ ๑๕๐ (ก่อนนี้) ขายได้ทันทีที่ราคาขั้นต่ำ ๕๐๐ จากนั้นคนรับซื้อก็เอาไปปั่นขายต่อที่ราคา [...]

หลายวันที่หายไป

Date April 22, 2007

ผมเพิ่งมารู้สึกตัวเมื่อเช้านี้เองแหละครับว่าตัวเองหายไปร่วมสัปดาห์ เป็นไปได้นะ ไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงแค่ไปตั้งหน้าตั้งตาดูหนังเกาหลีมา ซอดองโย ที่เพิ่งจบไปเมื่อวาน เรื่องนี้เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกครับที่ดู เคยดูไม่กี่ตอนเวลากลับบ้านกลับมากรุงเทพก็ไม่ได้ดูอีก กลับไปคราวก่อนพ่อผมเกาะติดเรื่องนี้ เลยชวนให้สงสัยเพราะพ่อไม่ค่อยดูละคร เลยถามก็ได้ความว่าหนังเรื่องนี้มีการวางแผนหลายชั้นและซับซ้อน ความที่ผมไม่ได้ดูแบบต่อเนื่องเลยไม่ปะติดปะต่อ ว่าแล้วก็ ๕๐ ชั่วโมงรวดในการดูทั้งเรื่องแบบต่อเนื่อง พักนอนมั่งเป็นระยะๆ
ผมยอมรับแหละครับว่าหนังเกาหลีเรื่องซอดองโย และอาจจะเรื่องอื่นด้วย มีความละมุนในการสร้าง เรียกตามพวกเรียนปรัชญาต้องว่ามี “ความสุนทรี” –ตะก่อนก็คิดไม่ออกว่า มันจะเรียนวิชาสุนทรียศาสตร์กันไปทำไม –หนังมีความปราณีตสูงมากในการทำ การเดินเรื่อง บทสนทนาที่ประหยัดคำมากและต้องดูจากสีหน้าท่าทางที่เป็น “คนเป็นๆ ที่มีอยู่จริง” การแสดงอารมณ์ ไม่ กระด้าง-เกินจำเป็น-หยาบ-ผิวเผินอย่างหนังไทย พูดน้อยทำให้ต้องดูละเอียด การเดินเรื่องแบบนี้ชวนดูครับ มันคนละเรื่องกับหนังละครไทย ที่พูดจนน้ำลายท่วมจอแล้วรู้ก่อนว่าจะเกิดอะไร ตัวโกงก็เป็นคนจริงๆ ที่เชื่อว่าตัวเองก็ทำในสิ่งที่ถูก ไม่เป็นดำสนิทแบบหนังไทย ตัวร้ายตัวโกงก็ไม่เที่ยวหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอย่างที่เห็นในละครพระเจ้าตากสิน (ที่ทำทีจะเป็นหนังฟอร์มดี แต่ทำออกมาได้หยาบโคดๆ –อ้อ ขอโทษสันดานหนังละครไทย –อีกนิด ให้พวกเขียนบทหนังละครไทยทำกับข้าวมีหวังได้เขวี้ยงจานใส่หัว เผ็ดก็เผื่อน เปรี้ยวแหลม หวานเลี่ยน ไม่มีเสน่ห์) 
ที่ว่ามาคือสเน่ห์หนังเกาหลีที่เห็นในหนังเกาหลี สุนทรียะในงานสร้าง ส่วนเนื้องเรื่องยอมรับครับว่าเขียนได้แยบยล การวางหมากในการเดินแต่ละครั้ง แต่ละก้าวน่าสนใจครับ วางกันหลายชั้นหลายตอนยากเดาทาง หมากพร้อมพลิกได้ทุกขณะไม่มีความแน่นอนและต้องปรับรับ-สู้-ถอย ตลอด น่าสนใจครับ ยอมรับว่าคนเขียนเรื่องและบทมีความลึก [...]

หมากกินสองต่อเดินสองทาง

Date April 14, 2007

เคยเล่นหมากรุกหรือหมากฮอสมั๊ยครับ หมากแบบที่คนรอบวงรู้สึกมันในอารมณ์ไม่ใช่จุดปลายที่การรุกฆาตหรือเข้าฮอส แต่มักเป็นหมากแบบเดินสองทางและกินสองต่อ คือบีบให้ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเดิน แต่ไม่ว่าเดินทางไหนไม่มีคำว่าเสียน้อยที่สุด แต่เสียเท่ากันทั้งสองทางหรือเผลอๆ เจอสามต่อและเสียกระดาน ดูหมากรุกดูหมากฮอสก็มันได้ครับแต่หมากการเมืองมัน…
ผมจำได้ว่าไม่กี่วันก่อนที่สมัคร สุนทรเวชจะหมดสมัยการเป็นผู้ว่ากรุงเทพมาหานคร เคยถูกนักข่าวตั้งคำถามเรื่องเซ็นต์ทิ้งทวนโครงการซื้อรถและเรือดับเพลง ครับถ้าจำกันได้ไอ้หมักด่าใส่นักข่าวแล้วก็ว่าไม่ได้เซ็นต์ทิ้งทวน ไอ้ผมก็ว่าเซ็นต์ทิ้งทวนแต่ไม่ได้สนใจมากเพราะไม่ค่อยมีข้อมูลเปิดออกมา และประเด็นถูกเปลี่ยนไปเรื่องการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ ผมก็เข้าใจว่าการส่งปวีณา หงสกุลเข้ามาก็เพื่อกุมกรุงเทพให้อยู่ในมือไทยรกไทย (ผมสะกดถูกนะยืนยัน) แต่ไม่เอ๊ะใจเรื่องเซ็นต์ทิ้งทวน
เรื่องมันเกิดหลังจากนั้น ก็ตอนที่ใครสักคนมาแหวใส่ผมแหละครับว่าไหนว่า “อภิรักษ์” ไม่โกง และตามอีกดอกว่าประชาธิปัตย์มันก็โกงเหมือนไทยรกไทยนั่นแหละ ผมไม่รู้เรื่องเลย แล้วก็ตอบไปว่า”ไม่รู้เรื่อง” ผมลืมเรื่องเซ็นต์ทิ้งทวนไปแล้วจริงๆ ครับตอนนั้น –รายนั้นเขาไปลงคะแนนให้ปวีณา เพราะอยากให้ผู้หญิงด้วยกันเป็นผู้ว่า ไอ้ผมเห็นว่าอภิรักษ์น่าจะเหมาะกว่า แต่ใจก็ไม่ติดขัดว่าจะหญิงจะชาย ไม่เคยรู้สึกตั้งแง่กับการที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้า หรือผู้นำ จะแม่ จะป้า จะน้า ย่า ยาย ก็ผู้หญิงทั้งนั้นที่เฆี่ยนเรามาแต่เด็ก เรื่องในมุ้งในห้องหับยังสลับบนล่างกันได้ แล้วจะอะไรกันนักหนา ส่วนข้อหานิยมประชาธิปัตย์นี่ผมปัดทุกกรณี (ใช่ว่าคนใต้จะตามประชาธิปัตย์ไปซะทุกเรื่อง ผมก็รบกับ ปชป. มาก็หลายรอบหลายเรื่อง)– โดนแหวใส่สองดอกผมก็เกิดอาการงงว่ามันเรื่องโกงอะไร

ราชอาณาจักร"…"

Date April 13, 2007

สวัสดีปีใหม่ครับ –ไม่ผิดนะ วันนี้คือวันปีใหม่ของเราก่อนจะเปลี่ยนตามปฏิทินฝรั่ง (ตัวไหนใช้คำว่า”สากล” –>สากล ≠ ฝรั่ง) 
คำว่า ”Kingdom” ในภาษาพวกลิงขาวนั้น เทียบเคียงกว้างๆ ได้ใกล้เคียงกับคำว่า “อาณาจักร” ซึ่งใช้ทั่วไป แต่ในความหมายของการเรียกชื่อประเทศ จะเทียบเคียงกับคำว่า “ราชอาณาจักร” คือ อาณาจักรที่มีกษัติย์ปกครองหรือมีการปกครองโดยระบบกษัติย์ ในโลกนี้เหลืออยู่น้อยประเทศครับที่มีชื่อนำหน้าว่า “The Kingdom of” อย่างเนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์ที่พวกเล่นบอลรู้จักใช้คำว่า The Kingdom of และมักจะะใช้แค่ The ในการเรียกชื่อประเทศ The Nederland (สะกดตามภาษาดัชต์ครับ)
ไทยเราก็ใช้ The Kingdom of Thailand ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนจากคำว่า Thailand เฉยๆ มาไม่นาน และเปลี่ยนมาจาก Siam เมื่อสักช่วงอายุคนก่อนในสมัยจอมพลแปลก พิบูลย์สงคราม
ชื่อ “สยาม” นี่เราก็สะกดเป็น siam เพี้ยนตามพวกลิงขาวไป จริงๆ แล้ว หลายชาติยังเรียกเราว่าสยาม (ในสำเนียงที่เพี้ยน) อยู่นะครับ อย่างมาเลย์ ก็เรียกเราว่า “เสียม” หรือมาลายูในสามจังหวัดเรียกไทยพุทธว่า “สิแย” ผมว่าหลายชาติก็น่าจะเรียกเราอย่างนั้น โดยเฉพาะชาติที่เคยคบค้ากันสมัยหลายร้อยปีก่อน
วานนี้ [...]