ไอ้เหี้ยเตี้ย นายกฯ คนที่ ๒๑

Date 29 January 2010 - 10:19

แต่เล็กมาเราแทบจะทุกคนถูกสอนให้เคารพนับถือผู้ใหญ่ ผู้มีอวุโส โดยเหตุผลที่ไม่ใช่เพราะมีอายุมากกว่าเพียงอย่างเดียว พอโตขึ้นมาก้าวย่าง คิดได้ คิดเองเป็น เราเห็นโลกและรู้จักในสิ่งที่ต่างไป ผู้หลักผู่ใหญ่โดยส่วนหนึ่งไม่ใช่สิ่งควรแก่การเคารพ เพียงแต่มันเกิดก่อนเท่านั้นเอง

ไอ้เหี้ยเตี้ย

เพียงเพราะมันเกิดก่อนและระยำไม่หยุดหย่อนก็เท่านั้น เหตุนี้จึงโปรยหัวโดยคำอันไม่สุภาพพอ ผิดจากวิสัยและข้อระวังปกติ ที่จะไม่ประสงค์ให้มีภาษาสัตว์เลื้อยครานอันเป็นภาษากลางของกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ยุคใหม่

และไม่ใช่เพราะไม่รู้เด็กไม่รู้ผู้ใหญ่ แต่ไม่มีคำใดอันเหมาะควรแล้วจริง ๆ ประการหนึ่ง นี้มาก่อนเมื่อคราวเหตุการณ์ ๗ ตุลา

อ่านต่อ..

เมื่อทหารยืนข้าง “พ่อป๊อก”

Date 28 January 2010 - 20:41

สองวันมานี้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองจะเห็นแต่ข่าวทหารตบเท้าแสดงความปกป้องต่อ “อนุป๊อก” นายพลหัวถอกแห่งกองทัพบก ก็อดให้เป็นห่วงไม่ได้ว่าเป็นอะไรกันมากหรือเปล่า อากาศเปลี่ยนไม่สบายกันหรืออย่างไร

จะไม่ให้เห็นว่าแปลกได้อย่างไร ก็ไม่เห็นบรรดาพลพรรคเสื้อเขียวขี้หมา-ขี้ม้าออกอาการอย่างนี้มาหลายปีดีดัก นับหน่วยหลายสิปปีก็ว่าได้ จำได้คลับคราว่าครั้งสุดท้ายก็สมัยที่สถานการณ์ทางการเมืองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกเปรม กำลังร่อแร่ ๆ หลังลดค่าเงินบาท ห้วงนั้นก็มี “พี่จ๊อด” ของไอ้เหลี่ยม เดินคับเสื้อเข้าไปหา “ผมยืนข้างป๋า”

จากนั้นก็ไม่เห็น ฮึ่ม ๆ สมัย รสช. ก็ไม่ใช่ เกมในสมัยก่อนเกิด คมช. อาการอย่างนี้ก็ไม่ปรากฎ จึงจำเป็นต้งสงสัยว่าเป็นอะไรและเกิดอะไรขึ้นภายในกองทัพ

ถ้าจะประเมินว่าทั้งหมดเกิดจาก “ไอ้ขี้กราก” ยิงห้องทำงาน “ไอ้ขี้ขลาด” แต่ประการเดียวไม่น่าจะใช่ เพราะก่อนนี้ไอ้แดงก็ลูบหัวไอ้ป๊อกเล่นผ่านสื่อก็หลายครั้งหลายคราว ไอ้ป๊อกก็ไม่เห็นว่ามีอาการเป็นประการใด นิ่ง ๆ เฉย ๆ ตามประสาทองแท้ย่อมไม่รู้ร้อน..เป็นธรรมดา ผละมือจากหัวถอกมาลูบเก้าอี้ ยังอยู่ดีก็เฉยไป แค่นั้นเอง

ปรากฎการณ์อาจสะท้อนปัญหาดุลอำนาจทางการทหาร แรงกระเพื่อมอาจส่งสัญญาณบางอย่างที่มากกว่า หรือสอดประสานกับการเคลื่อนขยับของการเมือง เรื่องเหล่านี้สุดจะเดา

โดยตัวไอ้แดงเป็นแค่นายพลทหารกาก ๆ ที่คอยสร้างปัญหาให้คันยุกยิก แต่ไม่ได้หมายความว่าเลวมากกว่าทหารใหญ่ที่เงียบนิ่ง ๆ อีกหลายตัว และไม่ได้หมายความว่าไอ้แดงก่อปัญหา สร้างเรื่องสร้างราวด้วยกลุ่มกากเล็ก ๆ เพียงกลุ่มเดียว มีอะไรมากกว่านั้น ที่ผมเองจะไม่ชวนวิเคราะห์ล้วงลึกไปกว่านี้ อะไร ๆ ก็ไม่ลับไปเสียทุกอย่างหรอก

อ่านต่อ..

เรื่องเล่าไอ้ตู่โดนด่า “ขายชาติ”กลางอากาศ กะ จิ้งหรีด บะหมี่ 90 ถุง

Date 26 January 2010 - 10:02

ก็ว่าจะผ่าน ๆ ไม่เล่าสู่กันฟัง ห่างจากการเขียนที่เป็นเรื่องเป็นราวมานาน ก็จะเป็นอย่างนั้นไปอีกพักนึง ตัดตอนเรื่องเล่าบนท้องฟ้าของสายการบินแห่งชาติมาเล่าสู่กันฟังหน่อยนึง ไม่ใช่เรื่องเล่าประเภทผู้บริหารอุบาทว์ ๆ อย่างกรณีของไอ้ “หนูพุก” ที่ขนกระเป๋าสี่ห้าร้อยกิโล เอาของจากนาริตะมาให้เมียขายนะครับ อันนั้นเป็นความอุบาทว์ส่วนตัวและคณะ ที่ว่าส่วนตัวคือมันโบ้เบ้ไปโน่นนี่นั่น อ้างวัดอ้างวา แต่บอกนิดนึงว่ามันไม่ได้เพิ่งขนเที่ยวแรก ขนมาตั้งแต่ก่อนปี ๒๐๐๗ โน่นแล้ว ส่วนที่ว่าเป็นคณะผมหมายถึงความอุบาทว์ของกรรมการบริหารเกือบทั้งชุดครับ ไม่อธิบายความยาวนะครับ

สักสี่ซ้าห้าวันก่อน มีเที่ยวบินนึงไปเซี่ยงไฮ้ ขนขยะมีชีวิตไปจำนวนหนึ่งนัยว่าจะไปศึกษาอะไรสักอย่าง โดยปกติถ้าเป็นคณะทัวร์หรืออะไร ถ้ามีการขออะไรเพิ่มสายการบินก็อาจจัดให้เป็นพิเศษ อย่างขอจัดเค้กวันเกิดเล็ก ๆ หรืออะไรทำนองนี้ เรื่องมีอยู่ว่าเที่ยวบินนี้ที่มีจำพวกนั้นนำโดย “จิ้งหรีด” อดีตเมียน้อยนายกฯ No Problem เรื่องของเรื่องก็คือหล่อนขนก๋วยเตี๋ยวปลากับข้าวหมูแดงขึ้นไป ๙๐ ถุง เอาไปแจกจ่ายคณะและชวนเชิญผู้โดยสารท่านอื่นร่วมรัปประทานด้วย

เอาขึ้นไปได้อย่างไรไม่ทราบ พิเศษอย่างไรไม่ทราบ เดือดร้อนพนักงานสายการบินไปจัดหาถ้วยชามที่มีจำกัดมากกกกกกกก มารองรับการ “อยากแ-ก” เป็นพิเศษ นั่นก็หนึ่งล่ะ ไอ้ความอยาก “แ-ก” ทำเอาผู้โดยสารด่ากันทั้งลำ เพราะคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นก๋วยเตี๋ยวและข้าวหมูแดง

อยู่ในสังคมอย่างนี้ ก็ไม่รู้ว่าเราต้องทนกับไอ้คนจำพวกนี้ไปถึงเมื่อไหร่ พ่อแม่มันไม่สั่งสอนมาม๊าง หรือว่าพอใหญ่โตหน่อยอะไรก็เป็นสมบัติของพ่อแม่มัน ทำอะไรอย่างไรก็ได้?

อ้อ เที่ยวนั้นมี “คุณหญิงริดสีดวง” เดินทางไปด้วย แต่ด้วยความที่ผู้โดยสารเต็ม นังอาทตัวแม่นี่ก็เลยกระเด้งกระดอนไปอยู่ท้าย ๆ ชั้นประหยัด

อ่านต่อ..

ทำหมันแม่ต้อย

Date 22 January 2010 - 00:13

ด้วยความที่ทั้งสงสารต้อยและรับภาระการเลี้ยงแมวจำนวนมากไม่ไหว สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจำเป็นต้องพาต้อยไปทำหมัน ผลัดวันประกันพรุ่งมาระยะหนึ่งเพราะทั้งไม่มีเวลาและเป็นกังวล พูดตามตรงว่าผมเลี้ยงมาผมก็รัก จะให้ต้อยไปโดนกรีดท้องตัดรังไข่ก็สงสารลูกสาวผมจะเจ็บ ไหนจะลูกคอยตามดูดนม จะให้ต้อยอุ้มท้องอีกครอกก็สงสารต้อย ทุกวันนี้ก็ซูบเหลือเกิน ทั้งที่หาให้กินเต็มที่ไม่มีหวง เที่ยงวันที่ ๑๙ ที่ผ่านมาก็ตัดใจพาต้อยใส่ตะกร้าไปหาหมอ ระหว่างทางต้อยร้องเพราะกลัวเวลาออกนอกบ้าน ต้องเอามือจับตัวลูบหัวปลอบไปตลอด

ผมอยู่เป็นเพื่อนต้อยตลอดจนถูกวางยาสลบ และตั้งใจจะอยู่ระหว่างผ่าตัดด้วย ก็เป็นห่วง แต่ก็โดนหมอไล่ออกมา อะไรว้า.. ก็บอกแล้วว่าผมคุ้น ผ่าตัดสัตว์น่ะอาชีพผม ผ่าได้แต่ประกอบใหม่ไม่เป็นก็เท่านั้นเอง

toy-sterilization01

เย็นค่ำผมกลับไปเยี่ยมต้อยอีกรอบ ต้อยยังสลึมสลือไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว เรียกก็ลืมตามมาดูหน่อยนึงแล้วก็นอนต่อ ผมก็เลยเอามือไปจับ ๆ ลูบ ๆ ตัว อยู่กับต้อยร่วมครึ่งชั่วโมงก็ตัดใจออกมาเพราะร้านใกล้ปิดและต้องไปซื้ออาหารกับทรายแมว จะเอามารอรับต้อย เปลี่ยนทรายใหม่ให้สะอาด ..ซื้อของเสร็จกลับถึงบ้านก็จัดแจงทำความสะอาดบ้านใหม่ ถูพื้นลงน้ำยาฆ่าเชื้อ ..ผมเป็นเอามากใช่ป่ะ?

อ่านต่อ..

เมื่อเหลี่ยมหนีหางจุกตูดเปิด twitter ใหม่ “thaksinvoice”

Date 21 January 2010 - 08:32

ไอ้หน้าเหลี่ยม ทักษิณ ชินวัตร เปิดทวิตเตอร์ “Thaksinlive” เป็นช่องระบาย บำบัดทางจิตมาหลายเดือน เป็นช่องป่วนชาติมาระยะใหญ่ สุดท้ายสะดุดติ่งพันธมิตรฯ เหล่านักรบทวิตเตอร์เสื้อเหลืองเลย “จัดให้” ไปหลายดอก ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ ว่ากันว่าไอ้หน้าเหลี่ยมเกิดอาการ ปสด. ไล่บล็อคกันไม่หวาดไม่ไหว ตัวผมเองไม่ได้ร่วมขบวนดีดไข่ไอ้หน้าเหลี่ยมครั้งนี้เพราะโดนบล็อคไปก่อนหน้านั้นนานแล้ว โดนทั้งสองแอคเคาน์ คร้านจะสร้างแอคเคานท์ใหม่ด้วย

ว่ากันว่าหลัง “เหลืองจิก” ไอ้เหลี่ยมหุบทวิตเตอร์ไปสามสี่วัน ไม่ตอบโต้แต่ประการใด ไม่รู้ว่ากำลังบำบัดคีโมหรือว่าอย่างอื่น อาจจะกระทบกระเทือนทางจิตและประสาทจนสำเร็จความใคร่บนคีย์บอร์ดด้วยปลายนิ้วไม่ได้ หรือไม่กล้าสู้หน้ากับ “ความจริง”

ความจริงที่ทิ่มแทงเข้ากลางอก จนเกิดอาการอึก ๆ อัก ๆ กึก ๆ กัก ๆ “ไอ ไอ คู คู” อย่างนั้น สุดท้ายไอ้หน้าเหลี่ยมก็คือไอ้หน้าเหลี่ยม เมื่ออยู่สู้ความจริงไม่ได้ก็เปิดตูดหนี เผ่นหางจุกตูดไปเปิดทวิตเตอร์อันใหม่ เหมือนคราวที่หลอกศาลว่าไปโอลิมปิกที่ปักกิ่ง แล้วก็พับหางหนีไปยิ้มร่าอยู่ลอนดอน คราวนั้นหนีความจริงในศาลได้ก็หัวเราะร่า พาลูกพาเมียจูงแขนกันเดินซื้อของ คราวนี้หนีไปเปิดทวิตเตอร์ อันใหม่ “thaksinvoice” เหตุการณ์ไม่เป็นแบบเดิมอีก

ลองอ่านดูสิครับ..

อ่านต่อ..